วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
เฮ! ชาวบ้านพิจิตร-เพชรบูรณ์ ชนะคดี เหมืองทองอัครา ศาลแพ่งสั่ง จ่ายอ่วม ค่าชดเชยให้เกือบ 400 ชีวิตรับผลกระทบ สารปนเปื้อน โลหะหนักในอากาศ ร่างกาย ลุ่มน้ำลำคลอง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ห้องพิจารณาคดี 310 ศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ สว2 /2559 ที่ น.ส.สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง กับพวกรวม 4 คน ตัวแทนชาวบ้านจาก จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ผู้ประกอบการเหมืองทองคำชาตรี เป็นจำเลย เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างอื่น กรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำของ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส มานาน 20 ปี โดยวันนี้มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 50 คน เดินทางมาฟังคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องสรุปว่า จากการประกอบกิจการเหมืองแร่ของจำเลย (บมจ.อัครา รีซอร์สเซส) ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของฝุ่นละอองโลหะหนักที่มีพิษออกสู่ภายนอกเหมือง โดยการพัดปลิวไปตามกระแสลมเกิดเสียงสั่นสะเทือนจากการระเบิดหิน เกิดการรั่วไหลของสารพิษไซยาไนด์ที่ถูกกักเก็บไว้ในบ่อกักเก็บกากแร่ เกิดการแพร่กระจายของสารโลหะหนักอื่น ๆ เช่นสารหนู, แมงกานีส, เหล็ก เป็นต้น ได้แพร่กระจายเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมของโจทก์และสมาชิกกลุ่มที่อาศัยบริเวณโดยรอบลำคลองและอ่างเก็บน้ำ

โจทก์และสมาชิกกลุ่มนำน้ำจากลำคลองมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร จะส่งผลให้เกิดการสะสมของสารพิษในผลผลิตทางการเกษตร เช่น เมล็ดข้าว ข้าวโพด เป็นต้น ตลอดจนการบริโภคข้าวและอาหารจากแหล่งน้ำดังกล่าวมีสารไซยาไนด์ สารหนู และแมงกานีสเจือปนเป็นเหตุให้โจทก์และสมาชิกกลุ่มเจ็บป่วย ได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย และจิตใจ
โจทก์จึงขอให้ศาลมีคำสั่งหรือบังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่ม เป็นค่ารักษาพยาบาลการเจ็บป่วยมีสารพิษในร่างกาย ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยด้านร่างกาย ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยด้านจิตใจ ค่าใช้จ่ายเพื่อดำรงชีพ และค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า มีการรั่วไหลของโลหะหนักจากบ่อเก็บกักกากแร่ที่ 1 จากทางทิศใต้ออกไปสู่ที่ราบผ่านไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้พบโลหะหนักตามลำคลอง และทำให้ประชาชนมีสารโลหะหนักในร่างกาย และได้รับผลกระทบจากฝุ่นที่เกิดจากการระเบิดเหมืองแร่ และได้รับผลกระทบจากการเสี่ยงในการทำเหมืองแร่ของจำเลย ศาลจึงกำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสี่ และสมาชิกกลุ่มจำนวน 382 ราย

พิพากษาให้จำเลยชดใช้ ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยสำหรับประชาชนที่มีอายุ 15 ปีลงมาให้รายละ 200,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปีรายละ 100,000 บาท อายุ 15 ปีลงมาแต่มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์รายละ 100,000 บาท อายุมากกว่า 15 ปี มีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์ รายละ 50,000 บาทรวมทั้งค่าเสื่อมสภาพจิตใจได้รับความหวาดกลัววิตกกังวล สำหรับผู้ที่มีสารโลหะหนักเกินเกณฑ์ได้รับการชดใช้รายละ 20,000 บาท ส่วนที่ไม่เกินเกณฑ์ให้ได้รับรายละ 10,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลรายละ 5,000 บาทค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่มและอาหารเมื่อไม่สามารถอุปโภคบริโภคจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิต ให้ชดใช้รายละ 5,000 บาทค่าขาดประโยชน์ในการใช้แหล่งน้ำและวิถีชีวิตถูกทำลายให้ชดใช้รายละ 5,000 บาท
นอกจากนี้กำหนดให้จำเลยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองสาธารณะโดยรอบให้ปราศจากสารปนเปื้อน ให้รับผิดชอบทั้งหมดในการบำบัดดินและน้ำ คลองสาธารณะ และอ่างเก็บน้ำให้ปราศจากการปนเปื้อนกลบหลุมเหมืองเก็บกักกากแร่ที่ 1 กลบดินทั้งหมด โดยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องโดยให้คำนึงถึงความปลอดภัย ส่วนคำขออื่นให้ยก
ภายหลังตัวแทนชาวบ้าน ที่ได้รับความเสียหาย เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ศาลมองเห็นความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก ถึงแม้ว่าจำนวนเงินค่าเยียวยาจะยังไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบตลอดมานานกว่า 10 ปี พร้อมระบุว่า หลังจากนี้ยังคงต้องติดตามการดำเนินการของบริษัทอย่างใกล้ชิด คาดหวังว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตในพื้นที่ของที่อยู่อาศัยดีขึ้นกว่าเดิม
ด้านนายสมชาย อามีน ทนายความฟังโจทก์ในคดีนี้ เปิดเผยว่า การฟ้องร้องศาลแพ่งในครั้งนี้เป็นการฟ้องร้องแบบกลุ่ม โดยมีสมาชิกที่ฟ้องร้องจำนวน 382 คน แต่ในคำตพิพากษาวันนี้ศาลแพ่ง ยังกำหนดให้ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่ไม่ได้อยู่ในสมาชิกที่ยื่นฟ้องร้อง สามารถนำเอกสารใบรับรองแพทย์หรือหลักฐานยื่นเรียกร้องค่าเสียหายต่อกรมบังคับคดีได้ด้วยเช่นกัน โดยทางกรมบังคับคดีจะจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้ที่ได้รับผลกระทบคัดกรองเพื่อช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งหลังจากนี้ทีมงานทนายจะคงต้องเดินหน้าเรียกร้องให้บริษัท ชดใช้ค่าเสียหายและเชื่อว่าทางบริษัทผู้ประกอบการ จะยื่นอุทธรณ์ในคำสั่งนี้ด้วยเช่นกัน .
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี