รวบสาวอ้างเปิดบัญชีให้คนรู้จัก สุดท้ายกลายเป็นบัญชีม้าข้ามชาติเงินหมุน 15 ล้าน

รวบสาวอ้างเปิดบัญชีให้คนรู้จัก สุดท้ายกลายเป็นบัญชีม้าข้ามชาติเงินหมุน 15 ล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.17 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บุกรวบสาวอ้างเปิดบัญชีให้เพื่อนใช้ขายลูกชิ้น สุดท้ายโผล่เป็นบัญชีม้าข้ามชาติ พบเงินหมุนเวียน 2 เดือนกว่า 15 ล้านบาท พร้อมเตือนสติประชาชน “อย่าเปิดบัญชีให้คนรู้จัก” 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศิษฎ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป. 


เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดย พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุม น.ส.ลัดดานันท์ อายุ 28 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือ เพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.149/2569 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2569 สถานที่จับกุม บริเวณถนนในซอยแห่งหนึ่ง แยก 2 ซอย 5 ถนนบางบอน 3 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจาก กก.3 บก.ป. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายแจ้งว่า ถูกกลุ่มมิจฉาชีพสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม แอบอ้างชื่อบริษัทและห้างสรรพสินค้า (เช่น อ้างชื่อ “บริษัท focusshop จำกัด สาขาโลตัส...”) หลอกลวงขายโทรศัพท์มือถือ โดยให้โอนเงินไปยังบัญชีของ น.ส.ลัดดานันท์ฯ แต่เมื่อโอนเงินไปแล้วกลับไม่ได้รับสินค้าและ ถูกบล็อกช่องทางการติดต่อ โดยน่าเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายดังกล่าวได้หลอกลวงกลุ่มผู้เสียหายจำนวนหลายราย หากปล่อยไปอาจได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป. ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีโดยด่วน

จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มคนร้ายมีการทำงานเป็นขบวนการ โดยสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมใช้ชื่อบริษัทที่ดูน่าเชื่อถือพ่วงท้ายด้วยสาขาห้างสรรพสินค้าโพสต์หลอกขายโทรศัพท์มือถือในราคาถูกกว่าท้องตลาด นอกจากนี้ เพื่อตบตาเหยื่อให้ตายใจ คนร้ายยังได้จัดฉากใช้ “หน้าม้า” เข้ามาคอมเมนต์รีวิวใต้โพสต์ เช่น “แนะนำร้านนี้เหมือนกันค่ะ”, “สั่งมาแล้ว เครื่องสภาพสวยมาก” เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินค่าสินค้าไปยังบัญชีของ น.ส.ลัดดานันท์ฯ มิจฉาชีพก็จะเชิดเงินหนีและบล็อกการติดต่อทันที ตรวจสอบพบว่าภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน บัญชีของ น.ส.ลัดดานันท์ฯ มียอดเงินหมุนเวียนเข้า-ออก สูงกว่า 15 ล้านบาท โดยมีลักษณะของการรับโอนเงินย่อยจากผู้เสียหายหลายรายทั่วประเทศ แล้วรีบถูกผ่องถ่ายไปยังบัญชีแถว 2 – 3 ต่อไปอย่างรวดเร็วเป็นทอดๆ และน่าเชื่อว่าบัญชีดังกล่าว มีการไปเปิดใช้งานเพื่อทำธุรกรรมอยู่บริเวณ แนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพฤติการณ์การย้ายเงินอย่างรวดเร็วและการสั่งการจากนอกประเทศเช่นนี้ สอดคล้องกับรูปแบบการฟอกเงินของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) อย่างชัดเจน พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับต่อศาลและศาลอนุมติตามคำขอ  

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวนหาข่าวจนทราบว่า น.ส.ลัดดานันท์ หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ย่านบางบอน กรุงเทพฯ กระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังลงพื้นที่และเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยในชั้นจับกุม น.ส.ลัดดานันท์ฯ ให้การรับสารภาพว่าบัญชีธนาคารและหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวเป็นชื่อของตนจริง แต่ได้อ้างว่า “ได้ยินยอมและส่งมอบบัญชีดังกล่าวให้แก่เพื่อน เพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการร้านขายลูกชิ้น” โดยไม่ทราบว่าจะถูกนำไปใช้หลอกลวง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของฝ่ายสืบสวนพบว่า ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน บัญชีดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนสูงกว่า 15 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยผึ้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา 

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหลอกใช้บัญชีของบุคคลใกล้ตัวเป็น “บัญชีม้า” ผ่านการแฝงตัวในลักษณะคนรู้จักหรือเพื่อน อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจในการขอยืมโทรศัพท์มือถือหรือบัญชีธนาคารด้วยเหตุผลง่ายๆ รวมทั้งการสร้างเพจปลอมแอบอ้างชื่อบริษัทที่มีอยู่จริง และใช้บุคคลแฝง “หน้าม้า” แสดงความคิดเห็นรีวิวสินค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หลอกลวงให้ประชาชนโอนเงิน จึงขอเตือนให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมออนไลน์ โดยควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้า ชื่อบัญชี และประวัติการร้องเรียนอย่างรอบคอบก่อนโอนเงินทุกครั้ง และไม่ควรหลงเชื่อเพียงยอดผู้ติดตามหรือความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์  

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า ห้ามเปิดเผยหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร ข้อมูลส่วนตัว หรือโทรศัพท์มือถือโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะมีความสนิทสนมเพียงใด เนื่องจากอาจถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดและต้องรับผิดตามกฎหมาย 

สำหรับความผิดเกี่ยวกับ “บัญชีม้า/ซิมม้า” ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 ผู้เปิดบัญชีมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้เป็นธุระจัดหามีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 – 500,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ 

หากพบพฤติการณ์น่าสงสัยหรือเข้าข่ายการหลอกลวง ขอให้หลีกเลี่ยงการโอนเงิน เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 119 หรือผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top