วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
งามไส้“ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-ดีเอสไอ-ปปป.”สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ “ตัดบัตรกรุงเก่า” บุกที่ว่าการอำเภอวังน้อย รวบปลัด กับพวก6ราย ทุจริตออกบัตรสีชมพูให้คนต่างด้าวแฉสุมหัวหากินกันเป็นขบวนการใหญ่ย้ายเข้าบ้านหลังเดียว 136 คน ได้รับค่าตอบแทน1,000-3,000 บาทต่อหัว
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงาน ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)ได้สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ“ตัดบัตรกรุงเก่า”เข้าจับกุมปลัดอำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมพวกรวม 6 รายประกอบด้วย ปลัดอำเภอ อดีตหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร, ลูกจ้าง (ส.ย.) ฝ่ายทะเบียนและบัตร, เจ้าบ้านและนายหน้า 4 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากได้รับรายงานการดำเนินงานเพื่อออกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยหรือ บัตรประจำตัวคนต่างด้าวที่เรียกว่า บัตรสีชมพูเป็นจำนวนมากอย่างผิดปกติในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงมีการตรวจสอบพบพยานหลักฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดสำนักทะเบียนอำเภอวังน้อย
โดยพบว่ามีบุคคลซึ่งทำหน้าที่เป็นนายหน้าได้นำพากลุ่มคนต่างด้าวภายนอกพื้นที่เข้ามาจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มีอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองเดินทางมาให้การรับรองการจัดทำบัตร โดยกลุ่มนายหน้าได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนอำเภอวังน้อยและบุคคลซึ่งเป็นเจ้าบ้านยินยอมให้เพิ่มชื่อคนต่างด้าวเข้าในทะเบียนบ้านของตน และให้การรับรองอันเป็นเท็จว่ามีถิ่นที่อยู่ในพื้นที่อำเภอวังน้อย
นอกจากนั้นยังพบว่าบ้านบางหลังมีสภาพเป็นบ้านร้างไม่มีการพักอาศัยอยู่จริง ภายหลังเมื่อได้รับบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยแล้ว กลุ่มคนต่างด้าวดังกล่าวจะย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านทันที และออกนอกพื้นที่เพื่อไปประกอบอาชีพในพื้นที่อื่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาเพื่อทำบัตรเท่านั้น
จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าบ้านที่ยินยอมให้ใช้ทะเบียนบ้านจะได้รับแจ้งจากปลัดอำเภอหรือลูกจ้างของสำนักทะเบียนอำเภอวังน้อยให้ไปลงลายมือชื่อในเอกสารและจะได้รับค่าตอบแทนจำนวน 1,000 - 3,000 บาทต่อต่างด้าว 1 ราย
มีรายงานว่า กรณีแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านเป็นเท็จดังกล่าว มีการยื่นคำร้องขอย้ายชื่อคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน (ท.ร.13) ในพื้นที่ อ.วังน้อย เป็นจำนวนมากผิดปกติ โดยใช้บ้านเป้าหมายเพียง 3 หลัง ซึ่งคนต่างด้าวไม่ได้มาพักอาศัยอยู่จริง ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่
1.บ้านเลขที่ 51/744 หมู่ 3 ต.ลำไทร มีการรับแจ้งย้ายที่อยู่เข้าในทะเบียนบ้าน 31 ราย แต่จากการตรวจสอบมีลักษณะใช้เป็นที่เก็บของ ไม่ได้ใช้อยู่อาศัย 2.บ้านเลขที่ 3 หมู่ 2 ต.ชะแมบ มีการรับแจ้งย้ายที่อยู่เข้าในทะเบียนบ้าน 47 รายและ3.บ้านเลขที่ 25/4 หมู่ 3 ต.พยอม มีการรับแจ้งย้ายที่อยู่เข้าในทะเบียนบ้าน 136 ราย แต่จากการตรวจสอบมีลักษณะเป็นสภาพบ้านร้าง ไม่สามารถอยู่อาศัยได้
จากการตรวจสอบไม่พบบุคคลพักอาศัยจริง นายทะเบียนมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง จึงเข้าข่ายการแจ้งย้ายที่อยู่และขอมีบัตรโดยมิชอบ
ทั้งนี้ บัตรประจำตัวที่ได้มาคือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย (เลขขึ้นต้นด้วย 0) สามารถใช้เป็นหลักฐานแสดงตัวตนในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน อาทิ สิทธิการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การเปิดบัญชีธนาคาร และการเข้าถึงสิทธิด้านสาธารณสุข โดยมีงบค่าบริการทางการแพทย์เฉลี่ยประมาณ 14,000 บาทต่อคนต่อปี รวมทั้งสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย
ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ช.ขอแจ้งให้ทราบว่า หากท่านพบเห็นการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. การทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถแจ้งเบาะแสไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 1205 เว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. www.nacc.go.th หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี