วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 07.40 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาเป็นประธานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 134 ปี ที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. พร้อมด้วยผู้บริหารองค์กรหลัก ข้าราชการ และบุคลากรทางศึกษา เข้าร่วมงาน

จากนั้น เวลา 07.09 น. ประธานพิธีและคณะไปสักการะพระพุทธประจำกระทรวงศึกษาธิการ สักการะพระภูมิเจ้าที่ สักการะพระพุทธรูปหน้าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สักการะศาลปู่เจียม บวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6)
จากนั้น ประธานพิธีร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีบังสุกุลอุทิศส่วนกุศล แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการที่ล่วงลับไปแล้ว โดยมีพระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ภายในพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย

ต่อจากนั้น ประธานพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และบุคลากร ร่วมตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 135 รูป บริเวณหน้าอาคารราชวัลลภ เป็นอันเสร็จพิธี
นายประเสริฐ กล่าวว่า วันนี้ไม่ถือว่าเป็นการเข้าศธ.อย่างเป็นทางการ แต่มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 134 ปี กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความอบอุ่น โดยมีปลัดศธ. และเลขาธิการฯ ผู้บริหารศธ. มาต้อนรับอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอบอุ่นมาก

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ยังไม่ได้มอบนโยบายอย่างเป็นทางการ รอให้รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน หลังจากนั้นก็จะมาปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มตัว ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงสำคัญเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศเลย เพราะเป็นการสร้างบุคคลที่มีคุณภาพให้กับประเทศ พรรคเพื่อไทยเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา ก็ให้ความสำคัญต่อกระทรวงศึกษาธิการ
“หลักๆที่มีความตั้งใจไว้มี 3-4 เรื่อง แต่ถือว่ายังไม่ได้เป็นการมอบนโยบาย เป็นเพียงแนวคิด เช่น เรื่ององการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา เรื่องการลดภาระครู เพราะจากการที่เราได้ทำงานล่วงหน้าไปแล้วพบว่ามีภาระหลายอย่างถ้าเราเอาออกก็จะทำให้ครูทำงานการสอนได้เต็มที่ขึ้น เรื่องหลักสูตร และเรื่องการดูแลนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้เป็นเรื่องสำคัญคือการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม เนื่องจากน้ำมันราคาแพง และเรื่องปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะโรงเรียนในเขตพื้นที่ภาคเหนือที่ประสบปัญหาและได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ ศธ.ถือเป็นเรืาองจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหา และเรื่องการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาการศึกษา ซึ่งรัฐบาลนี้ก็ให้ความสำคัญ เพราะเทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยเหลือ ไม่ใช้แทนที่ แต่เป็นการมาเป็นผู้ช่วย เพื่อให้การทำงานต่างๆมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดค่าใช้จ่าย และลดเวลา“ รมว.ศธ. กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า สำหรับการเรียนออนไลน์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ตนตั้งใจเอาไว้ว่าอาจจะนำกลับมาใช้ใน เพื่อเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียน แต่ทั้งนี้ ก็ขอรอประเมินดูสถานการณ์ก่อนตามความเหมาะสมก่อน
“ผมมองว่ากระทรวงศึกษาฯ เป็นกระทรวงที่มีความท้าทาย เป็นกระทรวงสำคัญ และผมเชื่อว่าด้วยศักยภาพของผู้บริหารศธ. และการทำงานร่วมกันด้วยความมีเอกภาพ จะสามารถขับเคลื่อนไปสู่ภาระกิจที่เราคิดว่าจะเป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในอนาคต และไม่รู้สึกกดดัน ส่วนโครงการ Anywhere Anytime เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ก็จะยังคงมีอยู่ อะไรที่ดีอยู่แล้วก็ทำต่อ อะไรที่จำเป็น ถ้าต้องมีการปรับเปลี่ยนบ้าง ก็พร้อมปรับเปลี่ยน ส่วนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเดิมให้เขตพื้นที่ฯดำเนินการ ตรงนี้ผมต้องขอดูจุดอ่อนจุดแข็งในเรื่องนี้ก่อน ก็คงต้องรับฟังข้อมูล และอะไรที่เป็นประโยชน์สูงสุดก็จะทำ“ รมว.ศธ.กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันที่นายประเสริฐ เดินทางมาถึงศธ. ผู้บริหารก็เชิญเดินทางขึ้นไปยังชั้น2 ของอาคารราชวัลลภ เพื่อตรวจดูห้องทำงาน แต่นายประเสริฐยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้ห้องไหนเป็นห้องทำงาน และมีการถามหยอกล้อกับผู้สื่อข่าวว่า จำเป็นต้องดูฮวงจุ้ยหรือไม่ สร้างเสียงหัวเราะให้กับข้าราชการอย่างคึกคัก ก่อนเดินทางกลับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี