วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“รมช.อัครนันท์”เอาจริง หลังเครือข่ายเด็กเยาวชน -ผู้ปกครองและครอบครัว ตบเท้าพบ หนุนคุมบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา100% พร้อม ยื่น 4 ข้อเสนอปกป้องเด็กและเยาวชน
14 พฤษภาคม 2569 ที่ชั้น 1 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ มีแกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง, เครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม, เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เดินทางมาเข้าพบ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแสดงจุดยืนต่อปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียนนักศึกษา พร้อมยื่นข้อเสนอ 4 ข้อเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา และทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “สถานศึกษาต้องปลอดบุหรี่ไฟฟ้า100%”
โดยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย กระทรวงศึกษาธิการ โดย นายประเสริฐ จันทรลวงทอง รมว.ศธ. มีมติให้ปกป้องบุหรี่ไฟฟ้าจากเยาวชนอยู่แล้ว เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยของเด็ก ซึ่งผู้ปกครองก็อาจจะไม่ทราบว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะบุหรี่ไฟฟ้าปัจจุบันผลิตให้มีหน้าตาน่ารักขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ จะเร่งออกมาตรการหรือแนวทางเพื่อให้ครูและผู้อำนวยการโรงเรียนทุกแห่งช่วยกันดูแลปราบปรามอย่างเด็จขาด เนื่องจากบุหรี่ไฟ้ฟ้าเป็นสิ่งผิดกฏหมายแล้วยังมีผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กด้วย ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจะเข้มงวดในเรื่องนี้ให้มากขึ้น
”ผมจะประสานกับทาง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) และกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงประสารกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯที่ดูแลเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า และประสารกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อร่วมกันดูแลในเรื่องนี้ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงเด็กและเยาวชน ทำให้ส่งผลกระทบหลายอย่างมาก ทั้งด้านจิตใจและสุขภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องดูแล บางคนเขาไม่ได้สูบบุหรี่ไฟฟ้าแต่เขาต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ถือว่าเป็นพื้นที่เซฟโซน ดังนั้น ผมก็จะไม่ปล่อยผ่านในเรื่องนี้อย่างแน่นอน ก็ขอให้ทุกท่านสบายใจ เนื่องจาก รมว.ศธ. มอบหมายให้ผมมาดูแลเรื่องนี้ เพราะสถานศึกษาไม่ควรมีเรื่องอะไรพวกนี้ ศธ.จะให้อำนาจโรงเรียนเต็มที่ในการช่วยกันกวดขันอย่างเข้มงวด และขอให้ผู้ปกครองทราบว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้น ต้องบอกลูกหลานไม่ให้ทำผิดกฏหมาย หากทำผิดก็รับผิดชอบ“ รมช.ศธ. กล่าว
ด้านนางฐาณิชชา ลิ้มพานิช ประธานเครือข่ายครอบครัวปลอดบุหรี่ กล่าวว่า ปัจจุบันการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสอดคล้องกับผลการสำรวจการบริโภคยาสูบของเยาวชนไทย (Global Youth Tobacco Survey Thailand : GYTS) ปี2565 โดยกรมควบคุมโรค พบเด็กอายุ 13-15 ปี ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 5.3 เท่า จาก 3.3% ในปี 2558 เป็น 17.6% ในปี 2565 และข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.44 เท่า จาก 78,742 คนในปี 2564 เพิ่มเป็น 900,459 ในปี 2567 แม้มาตรการของภาครัฐจะเข้มงวดมากขึ้น มีข้อกฎหมายที่ชัดเจนบทลงโทษหนักทั้งผู้ครอบครองและผู้จำหน่าย แต่จุดอ่อนสำคัญในปัจจุบัน คือเรื่องการตลาดออนไลน์ที่ยังเป็นปัญหา สามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ง่ายและเร็วมากทั้งนี้ เราขอชื่นชมที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีมาตรการเกี่ยวกับการควบคุมป้องกันบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา คือ 1.สร้างการตระหนักรู้ เท่าทันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า และโทษของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งสุขภาพร่างกายและโทษทางอาญา 2.สถานศึกษา สถานที่ทำงาน ต้องจัดให้มีเครื่องหมายแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เป็นเขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 3.สอดส่องดูแลป้องกันมิให้ผู้เรียนและบุคลากรเข้าไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งการสูบ จำหน่ายครอบครอง หรือสนับสนุน 4.หากตรวจพบถูกร้องเรียนหรือน่าสงสัยว่าบุคลากรเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย และยังมีอีกหลายมาตรการตามมาเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ก็ยังห่วงเรื่องความชัดเจนในอำนาจหน้าที่ของครู ว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหนเมื่อพบบุหรี่ไฟฟ้า จะดำเนินการต่ออย่างไร
ขณะที่นางสาวศุภัทรา ภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า สถานการณ์การเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้ายังน่าห่วงโดยเฉพาะทางออนไลน์ จากข้อมูลผลการเฝ้าระวังของสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่ายช่วงไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 พบว่ายังมีการขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่าน ออนไลน์ถึง 83 ช่องทาง แบ่งเป็นเว็บไซต์ 54 ช่องทาง ผ่านแอปพลิเคชัน 29 บัญชีรายชื่อและยังพบการโฆษณาผ่านกลุ่มปิดทางเฟสบุ๊ก 44.8% การโฆษณาผ่าน X หรือ Twitter 34.5% และInstagram 20.7% เป็นช่องทางสื่อสารภาพลักษณ์เชิงบวกระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น (Micro Influencers) กับบุหรี่ไฟฟ้า และยังมีบริการส่งถึงที่ภายใน 180 นาทีอีกด้วย
ส่วนนายบดินทร์ชัย บุญปก แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และอดีตผู้เคยก้าวพลาดใช้บุหรี่ไฟฟ้าจนต้องละทิ้งความฝันที่จะสอบเข้าตำรวจเนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ กล่าวว่า เครือข่ายขอใช้โอกาส เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก (World No Tobacco Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อแสดงจุดยืนและยื่นข้อเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ ข้อ1. เครือข่ายขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการต่อมาตรการปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า และให้เป็นสถานศึกษาปลอดบุหรี่ไฟฟ้า100% ข้อ 2. ขอให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้ทุกโรงเรียนใช้โอกาสในวันปฐมนิเทศนักเรียน และวันประชุมผู้ปกครอง ในการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมทั้งให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์สอดแทรกสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ในกิจกรรมอื่นๆ เช่น วันกีฬาสี ค่ายลูกเสือ เป็นต้น ข้อ 3. ขอให้ผู้ปกครอง ชุมชน ช่วยกันสอดส่อง ดูแล ให้โรงเรียนและชุมชนปลอดจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยร่วมมือเฝ้าระวังแจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งขอให้บุคลากรทางการศึกษาเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนโดยการไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และลงโทษอย่างจริงจังกับผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง และข้อ 4. ขอให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นพลังสำคัญ ยืนยันให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายต่อไป และยังคงกฎหมายการห้ามนำเข้าจำหน่าย และครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเป็นการปกป้องเด็กและเยาวชน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี