วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
‘สุทธิชัย’ เปิดภาพน้ำท่วม-ถนนพังพระราม 2 ถามความชัดเจน ข้อบัญญัติพัฒนาพื้นที่ หลังเขตอ้างเป็นของเอกชน ด้าน ‘จักกพันธุ์’ กางไทม์ไลน์ร่างระเบียบ 13 ข้อ เสร็จ พ.ค. นี้ ยันพัฒนาพื้นที่ได้ โดยสิทธิที่ดินยังเป็นของปชช.
วันที่ 1 เม.ย.69 เวลา 11.10 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 1) โดยมีนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณากระทู้ถามสดของ นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตจอมทอง เรื่อง แนวทางการดำเนินการตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกัน
นายสุทธิชัย กล่าวว่า ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ ผ่านมา 3 ฉบับแล้ว แต่ยังไม่มีแนวทางในการดำเนินการ ซึ่งปัญหาคือเมื่อประชาชนเดือดร้อน เราไปถามข้าราชการ จะได้รับคำตอบว่าเป็นพื้นที่เอกชน ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ตนจึงสงสัยว่ามีข้อบัญญัติแล้วแต่ทำไมจึงทำไม่ได้ ก็พบว่าระเบียบยังไม่ได้ออกมา
นายสุทธิชัย ยังได้นำภาพน้ำท่วม ถนนพัง ในพื้นที่พระราม 2 ซอย 43 มาเปิดในที่ประชุม พร้อมระบุว่าประชาชนเดือดร้อน พอไปแจ้งสำนักงานเขต ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นพื้นที่เอกชน ตนเชื่อว่าในทุกเขตก็มีปัญหาแบบนี้ ตนจึงขอตั้งคำถามว่า ข้อบัญญัติฉบับนี้จะมีความชัดเจนเรื่องแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมทั้ง 50 เขตเมื่อใด
จากนั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า ข้อบัญญัติฉบับนี้มีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเวลาเราลงพื้นที่ก็พบปัญหาจำนวนมาก พวกหมู่บ้านเก่าที่ยังเป็นพื้นที่สาธารณะ เรายังไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ มีข้อขัดข้องมากมาย พอมีข้อบัญญัติฉบับนี้มาแล้วก็ทำให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ดีขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาคือต้องออกระเบียบประกอบเพื่อให้เป็นแนวทางที่ชัดเจน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนเนื่องจากมีกฎหมายหลายตัวที่อาจจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่น เช่น พระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของผู้พัฒนาโครงการต่างๆ โดยระเบียบนี้มีการดูอย่างละเอียด น่าจะใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ เนื่องจากจะมีภาระงบประมาณที่ตามมา ดังนั้น แนวทางปฏิบัติต้องชัดเจน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติสามารถดำเนินการได้อย่างรอบคอบ ไม่ขัดแย้งกับกฎหมายและระเบียบตัวอื่น
ด้านนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า ปลัดกรุงเทพมหานครตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง มีหน้าที่จัดทำระเบียบให้สอดคล้องกับข้อบัญญัติที่ออกมา ซึ่งหลังจากมีการร่างระเบียบแล้วจะมีการยกเลิกระเบียบเดิม 5 ฉบับ ที่บังคับใช้อยู่ รวมถึงหนังสือสั่งการ ซึ่งขณะนี้แบบฟอร์มระเบียบยกร่างเสร็จแล้ว มีทั้งหมด 13 ข้อ ซึ่งขณะที่กำลังดำเนินการนี้ กรมที่ดินก็ได้มีการจัดทำ พ.ร.บ.จัดสรรที่ดินฉบับที่ 3 พ.ศ. 2568 ทำให้กรุงเทพมหานครต้องไปสอบถามกับกรมที่ดินว่าสิ่งที่ดำเนินการมีข้อขาดเหลืออะไรหรือไม่ แต่สุดท้ายแล้วกรุงเทพมหานครได้วางไทม์ไลน์ไว้ ตนมั่นใจว่าภายในเดือน พ.ค. จะเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงนามในระเบียบได้
ต่อมา นายสุทธิชัย ได้กล่าวขอบคุณ พร้อมถามต่อว่า หลักเกณฑ์ง่ายๆ ที่ดินที่ประชาชนใช้สอยร่วมกันเกิน 10 ปี มีผู้เดือดร้อนเกิน 5 ราย ขั้นตอนกระบวนการจะมีเจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่ไปสำรวจ และทำสัญญา ซึ่งประชาชนกังวลว่าหากลงนามแล้วสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของกรุงเทพมหานครหรือไม่ ในส่วนนี้จะมีการปรับปรุงแก้ไขอย่างไร
นายจักกพันธุ์ จึงชี้แจงว่า แบบฟอร์มที่ดำเนินการนั้นมีตั้งแต่แบบฟอร์มให้การยินยอม ยอมในที่นี้หมายความว่ายอมให้เข้าไปปรับปรุง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตกเป็นของหน่วยงานราชการ รวมทั้งสัญญาให้เช่า ซึ่งจะมีความชัดเจนว่าทรัพย์สินที่เป็นของประชาชน หากเขายินยอมให้กรุงเทพมหานครเข้ามาใช้ เราก็จะสามารถเข้าไปปรับปรุงได้ โดยที่ไม่ได้ตกเป็นสมบัติของกรุงเทพมหานคร
จากนั้น นายสุทธิชัย ถามต่อไปว่า มีหลักเกณฑ์อย่างไรในการพิสูจน์ว่าพื้นที่เอกชนใดเข้าข่ายประชาชนใช้สอยร่วมกันเกิน 10 ปี
นายจักกพันธุ์ ตอบว่า กรุงเทพมหานครสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ หลังจากที่เรามีการประสานกรมที่ดินแล้ว สถานที่หรือที่ดินทุกแปลงจะมีวันที่จัดสรร วันซื้อขาย เราจะทราบว่า 10 ปีนี้นับตั้งแต่วันที่มีการขายที่ดินวันไหน ส่วนหลักเกณฑ์นั้นข้อบัญญัติที่ออกมา ตนต้องเรียนว่าแทบจะกว้างมาก กรณีที่มีการทอดทิ้งเกิน 10 ปี หรือไม่สามารถตามตัวเจ้าของที่ดินได้ ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครสามารถเข้าไปพัฒนาพื้นที่ได้ คงต้องรอระเบียบที่กำลังร่าง
นายสุทธิชัย จึงกล่าวทิ้งท้ายว่า ในหมู่บ้านรกร้าง หมู่บ้านที่เจ้าของโครงการปิดการขายแล้วหาตัวเจ้าของไม่ได้ แม้กระทั่งที่ดินคอนโด สวนสาธารณะที่มีการขุดลอกคูคลอง ทำให้ไม่สามารถพัฒนาได้ ข้อบัญญัตินี้สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ ประชาชนจะได้อานิสงส์จากข้อบัญญัติฉบับนี้
036
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี