533.jpg
คลินิกสิ่งแวดล้อม: 3 เมษายน 2569

คลินิกสิ่งแวดล้อม: 3 เมษายน 2569

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คลินิกสิ่งแวดล้อม

                      ปัญหาหมอกควันกับกฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act)


 

ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ทางภาคเหนือวนกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นฤดูร้อน ซึ่งในปีนี้จำนวนของปริมาณหมอกควันมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น

 

นอกจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ออกมาตรการเกี่ยวกับการควบคุมไฟป่ารวมถึงการเผาป่าแล้ว การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะมลภาวะทางอากาศซึ่งนอกเหนือจากสาเหตุที่เกิดควันมลพิษ รวมถึงควันอันเกิดจากไฟป่าในประเทศไทยแล้ว ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนซึ่งเกิดจากอุตสาหกรรมหรือการเผาป่าในประเทศข้างเคียงนั้น ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องนำมาวิเคราะห์และวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างถาวร

 

เกี่ยวกับปัญหามลพิษทางด้านสิ่งแวดล้อมนั้น ในประเทศไทยมีความพยายามที่จะผลักดัน กฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) สถานะปัจจุบัน ในเดือนมกราคม 2567 ที่ประชุมสภาฯ มีมติเอกฉันท์รับหลักการร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ทั้งหมด 7 ฉบับ

 

ซึ่งเป็นกฎหมายหลักของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ตราขึ้นเพื่อควบคุมมลพิษทางอากาศทั่วประเทศ ประกาศใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2506 (ค.ศ.1963) และปรับปรุงครั้งสำคัญในปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ.1970) โดยให้ EPA (สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ) กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชนจากฝุ่นและมลพิษ

 

โดยมีเนื้อหาสำคัญ ที่สามารถนำมาเทียบเคียงเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันทางภาคเหนือได้คือกรณี แก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน ลดการปล่อยมลพิษจากรัฐหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่ออีกรัฐหนึ่ง รวมถึงส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาด บังคับใช้วิธีการควบคุมมลพิษที่ทันสมัยในอุตสาหกรรม  โดย Clean Air Act เกิดจากความต้องการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระดับชาติ โดยให้รัฐบาลกลางมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดการ แทนที่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของระดับรัฐเพียงอย่างเดียว  เนื่องจากปัญหาหมอกควันนั้น นอกจากจะมีสาเหตุหรือผลกระทบ ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่งแล้ว สาเหตุหรือผลกระทบ ย่อมสามารถเกิดหรือกระทบต่อประเทศใกล้เคียงได้

 

ส่วนหลักการทางกฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) ในประเทศไทยที่สำคัญ ที่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาหมอกควันไม่ว่าจะเป็น หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays) ผู้ที่ปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายและชดเชยเข้ากองทุน ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่จะทำให้ผู้ก่อมลพิษได้ตระหนักถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นและเป็นผู้ที่ต้องชดใช้เยียวยา

 

การเปิดเผยข้อมูล บังคับให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์เพื่อให้ประชาชนป้องกันตัวเองได้  เพื่อให้ประชาชนได้เฝ้าระวังหรือเตรียมพร้อมในปัญหามลพิษที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงเพื่อความโปร่งใสในการบริหารจัดการอุตสาหกรรมอันส่งผลต่อการปล่อยมลพิษ

 

การแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมนั้นนอกจากแก้โดยบังคับใช้กฎหมายเฉพาะหน้าไม่ว่าจะเป็นมาตรการป้องกันการเผาแล้ว ต้องทำควบคู่กับวิธีการอื่นเช่นโครงสร้างทางกฎหมายอย่าง (Clean Air Act) รวมถึงการแก้ปัญหาระดับภูมิภาครวมถึงประเทศข้างเคียงซึ่งในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายอากาศสะอาดหรือปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ผู้เขียนได้เคยเขียนในคอลัมน์นี้ไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง แต่เมื่อปัญหายังมีอยู่ คงต้องเผยแพร่และร่วมกันผลักดันต่อไป

036

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top