533.jpg
เปิดสาเหตุฝุ่นเชียงรายยังสูง แม้การเผาในพื้นที่ลดลง แต่เผชิญฝุ่นข้ามแดน

เปิดสาเหตุฝุ่นเชียงรายยังสูง แม้การเผาในพื้นที่ลดลง แต่เผชิญฝุ่นข้ามแดน

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.57 น.
Tag :

พ่อเมืองเชียงราย ขอบคุณทีมดับไฟ ทุกพื้นที่ ที่ปฏิบัติหน้าที่ เสียสละ เสี่ยงภัย ปกป้องคนเชียงราย เดินหน้าแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง แม้สถานการณ์ฝุ่นละอองในหลายพื้นที่ยังเกินค่ามาตรฐานแต่ภาพรวมของสถานการณ์ไฟป่าภายในจังหวัดมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่

วันที่ 3 เมษายน 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 1 เมษายน 2569 จังหวัดเชียงรายพบจุดความร้อน (Hotspot) สะสมจำนวน 1,253 จุด คิดเป็นเพียงร้อยละ 4.33 ของพื้นที่ภาคเหนือ และจัดอยู่ในอันดับที่มีจุดความร้อนน้อยที่สุดในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่


โดยเฉพาะสถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 พบจุดความร้อนเพียง 37 จุดลดลงจากวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งพบ 156 จุด คิดเป็นการลดลงถึงร้อยละ 76 ภายในระยะเวลาเพียงวันเดียว ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจนว่ามาตรการ “หยุดเผา” และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมถึงความร่วมมือของประชาชน เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งผู้นำชุมชนเกษตรกร และภาคีเครือข่าย ที่ร่วมมือกันลดการเผาในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยเฉพาะช่วงระหว่างวันที่ 20 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จังหวัดเชียงรายไม่พบจุดความร้อนต่อเนื่องถึง 8 วัน ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่าความร่วมมือของประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้จริง

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ไฟป่าภายในจังหวัดจะคลี่คลายลง แต่ปัญหาฝุ่นละอองPM2.5 ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากยังมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่โดยปัจจัยหลักมาจาก “ฝุ่นควันข้ามแดน” จากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีจุดความร้อนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ประชาชนยังมีข้อสงสัยว่า “เมื่อการเผาในพื้นที่ลดลงแล้ว เหตุใดฝุ่นยังสูง” 

จังหวัดเชียงรายได้วิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม Suomi VIIR พบว่า สาเหตุสำคัญมาจาก “หมอกควันข้ามแดน” จากประเทศเพื่อนบ้านโดยในช่วงวันที่ 1 มกราคม– 1 เมษายน 2569 ประเทศเมียนมา พบจุดความร้อนสูงถึง 204,371 จุด และสปป.ลาว 59,233 จุด ขณะที่จังหวัดเชียงรายมีเพียง 1,253 จุดเท่านั้น และเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (26 มีนาคม – 1 เมษายน 2569) ประเทศเมียนมาพบจุดความร้อน 45,572 จุด และ สปป.ลาว 21,646 จุด ในขณะที่จังหวัดเชียงรายมีเพียง 905 จุด

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดว่า แม้จังหวัดเชียงรายจะสามารถควบคุมการเผาในพื้นที่ได้ดีขึ้น แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากฝุ่นควันที่พัดพาข้ามพรมแดน ประกอบกับสภาพอากาศปิดและลมสงบ ทำให้ฝุ่นสะสมในพื้นที่และระบายออกได้ยากประกอบกับสภาพภูมิประเทศของจังหวัดเชียงรายที่เป็นพื้นที่แอ่งกระทะและมีภูเขาสลับซับซ้อน เมื่อเกิดสภาพอากาศปิด ลมสงบ จึงทำให้ฝุ่นละอองสะสมในพื้นที่และระบายออกได้ยาก

ในการแก้ไขปัญหา จังหวัดเชียงรายได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย โดยมีการจัดทำแนวกันไฟตามแนวชายแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน การประสานความร่วมมือผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) รวมถึงการเตรียมใช้กลไกทางการทูตในการเจรจาเพื่อลดปัญหาหมอกควันข้ามแดนในระยะยาว

นอกจากนี้ จังหวัดยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมแนวทาง “ชุมชนจัดการไฟ” เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล ลดการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของสถานการณ์ในอนาคต

ในด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน จังหวัดเชียงรายได้ระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ ภายใต้นโยบาย “สุขภาพต้องมาก่อน (Health First)” โดยได้เร่งแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้ประชาชนเกือบ 300,000 ชิ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูงพร้อมจัดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่น” จำนวนกว่า 457 แห่ง กระจายอยู่ในโรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่ราชการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าพักพิงในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง

ขณะเดียวกัน ได้มีการดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด ทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว รวมกว่า 150,000 คน โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่ติดตามอาการและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพให้ได้มากที่สุด

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังได้ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน ให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน งดการออกกำลังกายกลางแจ้ง และติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ท้ายที่สุด ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายย้ำว่า ทุกหน่วยงานในพื้นที่กำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง ทั้งการควบคุมไฟป่า การลดแหล่งกำเนิดฝุ่น และการดูแลสุขภาพของประชาชนควบคู่กันไป โดยการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จะสำเร็จได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

“จังหวัดเชียงรายจะก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน ด้วยพลังความร่วมมือของทุกคนเพื่อมุ่งสู่การเป็นจังหวัดที่ดินดี น้ำดี อากาศดี เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชนในระยะยาว” นายชูชีพ กล่าว.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top