วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
ป.ป.ส.ร่วมกับ ตร.รวบตัว"หนูเฉิน"เอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ระดับสั่งการ หลังสร้างข่าวถูกฆาตกรรมศพทิ้งริมแม่น้ำเมย แล้วหลบหนีไปกบดานเกาหลี พบประวัติหมายจับติดตัวมากกว่า 60 หมาย
7 เมษายน 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงผลการปฏิบัติการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดระดับสั่งการ ที่หลบหนีการจับกุมไปกบดานที่สาธารณรัฐเกาหลี โดยมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ. สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รอง โฆษก ตร., กองการต่างประเทศ (ตำรวจสากล), กองทะเบียนประวัติอาชญากร แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญระดับสั่งการที่มีความเคลื่อนไหวในระดับสากล โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้บูรณาการร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส.และสาธารณรัฐเกาหลี จับกุมพร้อมพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวบุคคลอย่างละเอียดจนเป็นที่ประจักษ์ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจากประเทศไทยควบคุมตัว นายฐปนันท์ หรือ "หนูเฉิน" ณ สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อนำกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลการสืบสวนเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป
.jpg)
จากการสืบสวนทราบว่า นายฐปนันทน์ หรือ นายอธิฐาน หรือ "หนูเฉิน" อายุ 43 ปี เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุด (Most Wanted) ของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และเคยมีชื่อในบัญชีประกาศสืบจับที่มีเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านบาท โดย นายฐปนันทน์ หรือ "หนูเฉิน" เริ่มเข้าสู่วงจรยาเสพติดจากการเป็นผู้เสพและขยับขึ้นมาเป็นผู้ค้ารายย่อยในย่านศรีนครินทร์ ช่วงปี พ.ศ.2543 - 2545 จนกระทั่งพัฒนาความสัมพันธ์กับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตยาเสพติด และทำหน้าที่เป็นตัวการหลักในการนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย

พฤติการณ์ที่สำคัญของผู้ต้องหารายนี้ มีความเชื่อมโยงกับคดียาเสพติดรายใหญ่หลายคดี อาทิ
- ปี พ.ศ.2552 : ถูกจับกุมพร้อมยาบ้าจำนวน 26,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนจะหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
- ปี พ.ศ.2555 : เกี่ยวข้องกับการจับกุมเครือข่ายนายนิพนธ์ ร่วมกับอดีตทหารสังกัดกองพันทหารช่าง พร้อมยาบ้ากว่า 3.8 ล้านเม็ด และไอซ์ 71 กิโลกรัม ซุกบ้านหรู่ในย่าน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยสืบสวนพบว่านายฐปนันทน์ หรือ "หนูเฉิน" เป็นผู้รับคำสั่งจากนักโทษชายในเรือนจำ ซึ่งหลานชายแท้ๆ ขุนส่า อดีตราชายาเสพติดชื่อดัง เพื่อดำเนินการกระจายยาเสพติด จากการสืบสวนพบว่านายฐปนันทน์ หรือ "หนูเฉิน" เป็นผู้สั่งการในคดี
- ปี พ.ศ.2555 : เกี่ยวข้องกับการจับกุมคดีนายอาทิตย์ พร้อมของกลาง ยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ไอซ์ 36 กิโลกรัม ได้ที่แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ
- ปี พ.ศ.2560 : เกี่ยวข้องกับคดีจับกุมยาบ้ากว่า 10.3 ล้านเม็ด ในย่าน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และคดีจับกุมยาบ้า 10.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 12 กิโลกรัม ในพื้นที่เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
- ปี พ.ศ.2562 : เกี่ยวข้องกับการลำเลียงไอซ์น้ำหนัก 1.5 ตัน ซึ่งถูกซุกซ่อนในช่องลับของรถบรรทุกพ่วงที่ด่านตรวจในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปี พ.ศ.2565 นายฐปนันทน์ หรือ "หนูเฉิน" พรางตัวสุดแนบเนียนที่เคยหลอกคนทั้งโลกว่า "ตายไปแล้ว" จากข่าวว่าถูกฆาตกรรม โยนศพทิ้งริมแม่น้ำเมย ในเขตเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่หลงเชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว แต่จากการสืบสวนทางลับพบว่าผู้ต้องหายังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหว นายฐป นันทน์ หรือ "หนูเฉิน" มาโดยตลอด จนสืบทราบว่า ได้เดินทางไปยังสาธารณรัฐเกาหลี จึงได้ประสานความร่วมมือไปยัง นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. (อดีตผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด) เพื่อประสานความร่วมมือต่อไปยังสาธารณรัฐเกาหลี จนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายสำคัญรายนี้ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้ โดยเป็นหมายจับของกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ มีหมายจับมากกว่า 60 หมายจับ

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง พร้อมเดินหน้าขยายผลยึดทรัพย์ และทำลายโครงข่ายให้สิ้นซาก
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า ในนามสำนักงาน ป.ป.ส.ขอขอบคุณหน่วยงานทุกหน่วยที่ได้ร่วมมือกันในเคสนี้ และนี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นแต่เป็นการทำงานที่พวกเราข้าราชการที่รับผิดชอบทั้งในประเทศและต่างประเทศทำงานร่วมกันให้เกิดผลสำเร็จในวันนี้

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้พยายามหลบหนี อำพรางตัว และถึงขั้นจัดฉากว่าตัวเองเสียชีวิตเพื่อหนีกฎหมาย แต่สุดท้ายก็ไม่รอดจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ไทยและความร่วมมือระหว่างประเทศ นี่คือชัยชนะของการบังคับใช้กฎหมาย และเป็นคำเตือนถึงนักค้ายาทุกคนว่า "ต่อให้หนีไปไกลสุดขอบโลก สุดท้ายก็หนีไม่พ้นกฎหมาย" ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำพลังของความร่วมมือไร้พรมแดน ไม่ว่าอาชญากรจะวางแผนซับซ้อนเพียงใด หรือพยายามอำพรางตัวแยบยลแค่ไหน โลกนี้ไม่มีที่ให้ คนผิดกบดาน

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร.กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง และเป็นระบบ โดยมอบหมายให้ บช.ปส.และหน่วยร่วมปฏิบัติเร่งรัดสืบสวนขยายผลเครือข่ายรายใหญ่ โดยเฉพาะขบวนการลำเลียงจากแนวชายแดนสู่พื้นที่ตอนใน และเครือข่ายส่งออกไปต่างประเทศ พร้อมประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน รวมถึงการสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยงานในสังกัด และหน่วยงานในกลไก ศอ.ปส.ตร.อย่างใกล้ชิด และย้ำว่าการแถลงผลครั้งนี้สะท้อนการเดินหน้า "กดดันทุกมิติ" ทั้งสืบสวน ขยายผล ปราบปราม ยึดทรัพย์ และสกัดกั้นการลักลอบลำเลียง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยรักษามาตรฐาน การทำงานอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และยึดกฎหมายเป็นหลัก

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สำนักงาน ป.ป.ส. โทร. 1386 หรือสายด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร. 1599 และ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ

- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี