วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569
ดีเอสไอลุยรับเป็นคดีพิเศษ
ฟันกักตุนน้ำมัน
ล่าไอ้โม่งย้อนหลัง1มีนาฯ
ไล่สอบคลังใหญ่สุราษฎร์
“ปกรณ์” นั่งหัวโต๊ะถกบอร์ดคดีพิเศษ มีมติเอกฉันท์รับประเด็น “กักตุนน้ำมัน” เป็นคดีพิเศษ สั่งดีเอสไอเช็คบิลพวกลักไก่ทำของขาดแคลน เอาผิดตาม พ.ร.บ.สินค้าและบริการทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อบ่ายวันที่ 9 เมษายนว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ครั้งที่ 1/2569 ร พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ เป็นกรรมการและเลขานุการ พร้อมกรรมการโดยตำแหน่ง 11 ราย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9 ราย
โดยที่ประชุมได้พิจารณาวาระสำคัญในการเสนอขอมติรับเป็นคดีพิเศษ ได้แก่ เรื่องสืบสวนกรณีการกักตุนน้ำมัน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 เม.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ มีรายงานว่า คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติเห็นชอบให้เรื่องสืบสวนการกักตุนน้ำมันดังกล่าว เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) ในฐานความผิดทางอาญาอื่น ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ประกอบด้วย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม (กรรมการโดยตำแหน่ง) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ เป็นกรรมการและเลขานุการ
พร้อมด้วย ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีดีเอสไอ น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ นายอรรถพล อรรถวรเดช รองปลัดกระทรวงการคลัง (ผู้แทนปลัดกระทรวงการคลัง) นายภาสกร บุญญลักษณ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านกิจการความมั่นคงภายใน (ผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทย)
นางแววดาว ดำรงผล รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมาย (ผู้แทนปลัดกระทรวงพาณิชย์) นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้แทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) นายนพดล เภรีฤกษ์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
พล.ต.นิติธร เครือครุฑ หัวหน้าอัยการทหาร (ผู้แทนเจ้ากรมพระธรรมนูญ) นายจิรานุวัฒน์ ธัญญะเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกฎหมาย (ผู้แทนผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย) ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ
รวมถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นายเพ็ชร ชินบุตร ด้านเศรษฐศาสตร์ นายณปกรณ์ ธนสุวรรณเกษม ด้านการเงินการธนาคาร นางดวงตา ตันโช ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ นายชาติพงษ์ จีระพันธุ ด้านกฎหมาย นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ด้านกฎหมาย ศาสตราจารย์ทัชมัย ฤกษะสุต ด้านกฎหมาย และ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ด้านการปราบปรามผู้มีอิทธิพล
ก่อหน้านี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ใช้อำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ลุยภารกิจลดค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลบี 7 และบี 20 สำเร็จในอัตรา 2 บาทต่อลิตร ในการประชุมกบง. เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ก่อนการประชุมกบง.ช่วงบ่ายวันที่ 7 เมษายน วันเดียวกันช่วงเช้า นายเอกนัฏได้เชิญตัวแทน 6 โรงกลั่น เข้าร่วม ไทยออยล์, ไออาร์พีซี, พีทีที โกลบอล เคมิคอล, สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง, บางจาก คอร์ปอเรชั่น และเอสโซ่ (ประเทศไทย) เข้าหารือเพื่อสรุปแนวตัวเลขและทางการลดค่าการกลั่นร่วมกัน
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการหารือระหว่างนายเอกนัฏกับนตัวแทนโรงกลั่นพบว่า ไม่มีตัวแทนผู้บริหารของ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คาดว่า บางจากฯ เข้าใจว่าการเรียกหารือนี้ จะเป็นการขอความร่วมมือให้มอบเงินกำไรส่วนเกินของบริษัทเพื่อช่วยเหลือรัฐตามที่ถูกร้องขอ จำเป็นต้องนำเรื่องเข้าหารือและได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) หรือผู้ถือหุ้นเสียก่อน ไม่สามารถรับปากโดยพลการได้ จึงตัดสินใจไม่เข้าร่วม
นอกจากนี้มีรายงานระบุว่า บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ซึ่งมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ ได้ส่งซีอีโอเข้าร่วมหารือด้วย แต่หลังการหารือพบว่าบริษัทแม่ไม่สามารถยอมรับการถูกบังคับหักเงิน ทาง SPRC จึงกำลังเตรียมเอกสารเพื่อดำเนินการคัดค้านและอาจถึงขั้นฟ้องร้องรัฐในลำดับต่อไป
รายงานข่าวจาก บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ระบุว่า จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นในสื่อบางช่องทาง เกี่ยวกับกรณีมาตรการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซล และมีการพาดพิงว่าบริษัท SPRC อาจไม่ให้ความร่วมมือ หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับหน่วยงานภาครัฐนั้น SPRC ขอเรียนชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง และก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณชน โดยบริษัทฯ ไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายและไม่มีการฟ้องร้องหน่วยงานภาครัฐในกรณีนี้แต่อย่างใด
บริษัทฯ ยืนยันว่าได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างต่อเนื่องเสมอมา ในการหารือและดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในช่วงที่สถานการณ์พลังงานมีความผันผวน ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย บริษัทฯ ดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล โดยยึดมั่นในความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงความสมดุลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน
บริษัทฯ ขอเน้นย้ำว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการด้านพลังงานของประเทศ และสนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม พร้อมทั้งดำเนินการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี