วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,266 คน ซึ่งดำเนินการสำรวจทั้งทางออนไลน์และภาคสนามระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2569 ในหัวข้อ การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล โดยมีรายละเอียดผลการสำรวจเชิงลึกในประเด็นต่าง ๆ
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
จากการที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงแนวทางเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นต่อมาตรการต่าง ๆ ดังนี้
การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด มีผู้เห็นด้วยในระดับมากที่สุดร้อยละ 72.27, เห็นด้วยมากร้อยละ 21.56, ปานกลางร้อยละ 4.50, น้อยร้อยละ 1.19 และไม่เห็นด้วยเลยร้อยละ 0.48 การจัดมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเกษตรกรและ SMEs มีผู้เห็นด้วยในระดับมากที่สุดร้อยละ 59.48, เห็นด้วยมากร้อยละ 28.67, ปานกลางร้อยละ 7.82, น้อยร้อยละ 2.84 และไม่เห็นด้วยเลยร้อยละ 1.19 การปรับลดงบประมาณภาครัฐ เพื่อนำมาช่วยเหลือลดผลกระทบแก่ประชาชนเป็นลำดับแรก มีผู้เห็นด้วยในระดับมากที่สุดร้อยละ 58.06, เห็นด้วยมากร้อยละ 22.75, ปานกลางร้อยละ 11.37, น้อยร้อยละ 6.64 และไม่เห็นด้วยเลยร้อยละ 1.18
และเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่าทั้ง 3 แนวทางดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้สำเร็จหรือไม่ ประชาชนระบุว่า
อันดับ 1 น่าจะสำเร็จ ร้อยละ 34.36
อันดับ 2 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 32.23
อันดับ 3 สำเร็จแน่นอน ร้อยละ 14.69
อันดับ 4 ไม่น่าจะสำเร็จ ร้อยละ 13.98
อันดับ 5 ไม่สำเร็จ ร้อยละ 4.74
นอกจากแนวทางที่ประกาศมาแล้ว ประชาชนยังต้องการให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังนี้
ลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิต ร้อยละ 76.07
ตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ร้อยละ 75.12
เพิ่มเงินอุดหนุนค่าไฟฟ้าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ร้อยละ 54.74
ส่งเสริมพลังงานทดแทนในระยะยาว ร้อยละ 54.27
บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่หาประโยชน์จากวิกฤตพลังงาน ร้อยละ 46.05
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล วิเคราะห์ว่าผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนถึงความหวังของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ในการฝ่าวิกฤตพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยประชาชนต้องการเห็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพทันทีผ่านมาตรการระยะสั้นที่จับต้องได้จริง มากกว่านโยบายเชิงหลักการทั่วไป ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องสื่อสารและแก้ปัญหาให้ชัดเจน ตรงจุด เพื่อตอบโจทย์สถานการณ์จริงที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ให้ความเห็นว่า การที่ประชาชนเห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างราคาพลังงานมากที่สุด เป็นเพราะมองว่าเป็นรากเหง้าของปัญหาค่าครองชีพ อย่างไรก็ตาม ระดับความเชื่อมั่นที่ยังอยู่ในเกณฑ์ปานกลางและมีสัดส่วนไม่แน่ใจ สูง แสดงถึงทุนความไว้วางใจที่มีอยู่อย่างจำกัด การที่ประชาชนต้องการให้ลดภาษีน้ำมันและสรรพสามิตเพิ่มเติมในสัดส่วนที่สูงมาก เป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลที่ต้องบริหารจัดการระหว่างการตอบสนองความเดือดร้อนเฉพาะหน้า กับการรักษาวินัยการคลังและความยั่งยืนเชิงนโยบายในอนาคต
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สวนดุสิตโพล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี