วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569
เมินคำสั่งรัฐบาล
ยังพบลอบเผาป่า
แม่ฮ่องสอนอ่วม
เร่งระดมดับไฟ
ฝ่าฝืนคำสั่งปิดป่าของนายกรัฐมนตรี บ้านชานเมือง จ.แม่ฮ่องสอน ถูกไฟป่าเผาหนัก หน่วยดับไฟป่าร่วมชุมชนเข้าดับไฟป่าใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ขณะที่ไฟป่ายังคงมีแทบทุกหนแห่ง ด้านพ่อเมืองเชียงใหม่สั่งทุกพื้นที่ เฝ้าระวังจุดความร้อน 24 ชั่วโมง เชียงดาวระดมโดรนดับไฟป่า เสริมแนวป้องกันดอยนาง
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน โดยนายครรชิต วงค์พระยา เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เมืองแม่ฮ่องสอน หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 2 (เมืองแม่ฮ่องสอน) หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 8 (ม่อนตะแลง) และศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน (เหยี่ยวไฟ) ได้รับแจ้งจุดความร้อน (Hotspots) ตรวจพบโดยดาวเทียมระบบ viirs (suomi NPP) ประจำวันที่ 15 เมษายน 2569 รอบเวลา 02.02 น. จำนวน 12 จุด ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ปายฝั่งซ้าย ท้องที่บ้านใหม่ หมู่ 5 ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เจ้าหน้าที่ของหน่วยฯ ได้ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านชานเมืองและชาวบ้านชานเมือง รวมจำนวน 19 นาย เข้าตรวจจุด Hotspots(ช่วงเช้า)ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณสถานปฏิบัติธรรมกองมูเก่าชานเมือง บ้านชานเมือง ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ตรวจพบไฟไหม้ พิกัด 47Q 393505E 2135179N เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าควบคุมเวลา 09.00 น.สามารถควบคุมไฟเอาไว้ได้ แล้วเสร็จเวลา 10.00 น.พื้นที่หายประมาณ 5ไร่ ชนิดป่า เต็ง รัง ไม่ทราบสาเหตุการเกิดไฟป่าแต่อย่างใด
ก่อนหน้านั้นเมื่อ วันที่ 14 เมษายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินหน้ายกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าทั่วประเทศอย่างเข้มข้น ครอบคลุมทั้งการควบคุมสถานการณ์ การป้องกัน และการดูแลเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อหยุดยั้งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุดได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังกระทรวงมหาดไทย เร่งปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง พร้อมบูรณาการความร่วมมือในทุกพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟป่า
ล่าสุดได้สั่งการให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปิดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์ในทุกพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ ห้ามบุคคลเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมกำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ลักลอบเข้าพื้นที่ เพื่อยุติพฤติกรรมที่ทำลายทรัพยากรของชาติ
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวราษฎรชาวชนเผ่าในแม่ฮ่องสอน ต่างพากันคัดค้านคำสั่งปิดป่าดังกล่าว สืบเนื่องจากราษฎรชาวชนเผ่าในพื้นที่ของแม่ฮ่องสอน อาศัยอยู่กับป่าและมีวิถีชีวิตในการดำรงชีพด้วยการเก็บหาของป่าในป่าใกล้หมู่บ้าน หากห้ามเข้าป่าแล้วราษฎรจะเอาอะไรกิน เนื่องจากบนภูเขาและยอดดอย ไม่เหมือนในตัวเมืองที่สามารถเดินทางไปซื้ออาหารมาปรุงกินเอง หรือซื้ออาหารสำเร็จมารับประทาน ทั้งนี้ชาวชนเผ่าส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตแบบโบราณ โดยในช่วงเช้าต้องออกไปเก็บหาของป่าจำพวกพืชไม้กินได้เพื่อนำมาปรุงอาหาร การห้ามเข้าป่าคือการห้ามทำมาหากินของชาวชนเผ่าอย่างชัดเจน และส่งผลกระทบในวงกว้าง อนึ่งในพื้นที่ที่ชาวชนเผ่าอาศัยอยู่ มีไฟป่าเกิดขึ้นน้อยมากเนื่องจากพากันรักษาป่าไม่ให้ใครมาลอบเผาทำลาย
ขณะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ รายงานผลการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าในพื้นที่ดอยนาง โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ (DRAT) ทีมพเนจร นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เข้าช่วยปฏิบัติภารกิจทิ้งน้ำดับไฟป่าในพื้นที่เสี่ยงการปฏิบัติงานครั้งนี้ดำเนินการในจุดพิกัดสำคัญ ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดไฟป่าลุกลาม โดยเจ้าหน้าที่ร่วมกันควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ชุดปฏิบัติการสามารถบินโดรนทิ้งน้ำดับเพลิงได้รวม 35 เที่ยวบิน ใช้สารน้ำเย็นในการดับไฟรวมปริมาณ 1,500 ลิตร พร้อมทั้งสามารถสร้างแนวกันไฟ (แนวดำ) เพิ่มได้ระยะทาง 200 เมตร ช่วยชะลอการลุกลามของไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายไกรฤกษ์ เรือนคำ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เปิดเผยว่า การปฏิบัติงานควบคุมไฟป่ายังดำเนินอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดเริ่มปฏิบัติการอีกครั้งในวันที่ 15 เมษายน ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ขยายวงกว้าง และลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและประชาชนในพื้นที่ การนำเทคโนโลยีโดรนเข้ามาสนับสนุนภารกิจในครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมไฟป่าในพื้นที่เข้าถึงยาก ช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยังเน้นย้ำในการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ใช้มาตรการเข้มข้นรับมือจุดความร้อนที่ยังเพิ่มสูงขึ้น โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานออกลาดตระเวนเชิงรุกและตรึงกำลังในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า รวมถึงพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อประคองไม่ให้จุดความร้อนเพิ่มสูงขึ้นและต้องดับไฟที่ตรวจพบให้สนิทโดยเร็วที่สุด พร้อมสั่งการให้เพิ่มจุดตรวจทั้งในส่วนของอุทยานและป่าไม้เพื่อคัดกรองบุคคลที่เข้าไปในเขตป่า ซึ่งยังมีพื้นที่สำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างดอยสุเทพและดอยหลวงเชียงดาว เพื่อป้องกันการเกิดไฟไหม้ซ้ำที่จุดเดิม ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำกลยุทธ์ดับไฟในใจคน ด้วยการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจถึงบทลงโทษทางกฎหมายและการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับความร้อน โดยสั่งการให้แต่ละอำเภอวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกหากพบว่ามีจุดไฟไหม้เกิดขึ้นใหม่ต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าจังหวัดเชียงใหม่พร้อมสนับสนุนทรัพยากรทุกด้านเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับไฟป่ากว่า 25,000 ชีวิต ที่ปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท
ส่วนผู้ฝ่าฝืนมีการดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผา รวม 25 คดี ผู้ต้องหา 28 คน เปรียบเทียบปรับแล้ว 13 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวนในขั้นพนักงานสอบสวน 12 คดี เป็นพื้นที่ชุมชน 3 คดี (พ.ร.บ.ปภ. และเปรียบเทียบปรับแล้วคดีละ 2,000 บาท) พื้นที่ชุมชน 3 คดี (พ.ร.บ.สาธารณสุข และเปรียบเทียบปรับแล้วคดีละ 5,000 บาท) พื้นที่ริมทาง 7 คดี (พ.ร.บ.จราจรทางบก และเปรียบเทียบปรับแล้วคดีละ 200 บาท) พื้นที่ป่าสงวน ฯ 4 คดี (พ.ร.บ.ป่าไม้ คดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวบ) พื้นที่ป่าอนุรักษ์ฯ 8 คดี (พ.ร.บ.อุทยาน ฯ คดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี