533.jpg
ปิด7วันอันตราย ดับ242เจ็บ1.2พัน ‘แพร่’ตายสูงสุด

ปิด7วันอันตราย ดับ242เจ็บ1.2พัน ‘แพร่’ตายสูงสุด

วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปิด7วันอันตราย

ดับ242เจ็บ1.2พัน

แพร่ตายสูงสุด

เมาขับ5.8พันคดี

ปิดฉาก 7 วันอันตราย ช่วงสงกรานต์ดับ 242 ศพ บาดเจ็บ 1,200 คนเกิดอุบัติเหตุ 1,242 ครั้ง กทม.-แพร่ แชมป์สูญเสียสะสม ส่วน 10 จังหวัด ตายเป็นศูนย์ ด้าน ศปถ.กางสถิติภาพรวม อุบัติเหตุลดลง เร่งถอดบทเรียนยกระดับป้องกัน ขณะที่สถิติคุมประพฤติ 7 วัน เมาขับ 5,806 คดี เชียงใหม่รั้งแชมป์เมาขับสูงสุด

เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ.ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 และเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า ศปถ.ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 16 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่สุดท้ายของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 123 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 123 คน ผู้เสียชีวิต 17 ราย


สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 40.65 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 25.20 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จักรยานยนต์ ร้อยละ 64.55 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 87.80 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 44.72ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 27.64 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 09.01 –12.00 น. และ 15.01 -18.00 น. ร้อยละ 16.26 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20 -29 ปี ร้อยละ 22.14 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (8ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ปัตตานี (11 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครปฐม (3 ราย)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วัน (10–16 เมษายน 2569) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,200 คน ผู้เสียชีวิต รวม 242 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ จ.แพร่ (48 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ จ.แพร่ (50 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กทม.(21 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 10 จังหวัดได้แก่ จ.นครพนม บึงกาฬ ปัตตานี พังงา ระยอง สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรี หนองบัวลำภู และแม่ฮ่องสอน

อธิบดี ปภ.กล่าวต่อว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเป้าหมายของตัวชี้วัดของแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุด พ.ศ.2569 ที่กำหนดไว้ คือ “ลดลงไม่น้อยกว่า 5% เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง” โดยผลการดำเนินงานภาพรวม พบว่าจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุลดลง ร้อยละ 35.59 จำนวนผู้บาดเจ็บลดลง ร้อยละ 37.53 จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง ร้อยละ 9.70

นายธีรพัฒน์ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลปริมาณการเดินทางคาดว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่ยังคงอยู่เที่ยวต่อในพื้นที่ จึงขอให้ทุกจังหวัดอำนวยความสะดวกดูแลความปลอดภัย และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักถึงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง และรายงานปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะต่อ ศปถ.เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนได้ตรงจุด พร้อมถอดบทเรียนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

ด้าน ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยผลการดำเนินงานช่วงควบคุมเข้มข้นในเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ว่าวันที่ 16 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของมาตรการดังกล่าว ยังคงมีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะในวันที่ 16 เมษายน 2569 มีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ รวมทั้งสิ้น 948 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 861 คดี คิดเป็นร้อยละ 90.82 คดีขับรถขณะเสพยาเสพติด 85 คดี คิดเป็นร้อยละ 8.96 คดีขับรถประมาท 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.11 และคดีขับซิ่ง 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.11

สำหรับยอดคดีสะสมตลอด 7 วัน (ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569) มีทั้งสิ้น 6,180 คดี โดยเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 5,806 คดี คิดเป็นร้อยละ 93.95 คดีขับรถขณะเสพยาเสพติด 366 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.92 คดีขับรถประมาท 5 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.08 และคดีขับซิ่ง 3 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.05 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 ซึ่งมีคดีขับรถขณะเมาสุรา 6,100 คดี พบว่าในปี 2569 มี 5,806 คดี ลดลงจากปีก่อน 294 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.82 ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จ.เชียงใหม่ 757 คดี จ.สมุทรปราการ 495 คดี และ กทม.351 คดี

ร.ต.อ.ปิยะ กล่าวอีกว่า ภายหลังสิ้นสุดช่วงควบคุมเข้มข้น พนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศจะเร่งดำเนินการตรวจสอบประวัติผู้กระทำผิดอย่างละเอียด พร้อมบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการคัดกรองผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงจากการดื่มสุรา เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ รวมถึงการส่งต่อเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำหรับผู้กระทำผิดฐานขับรถขณะเมาสุราอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและสังคม พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน

ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา (10–16 เมษายน 2569) สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การนำผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคม ณ จุดบริการประชาชน 177 จุด มีผู้เข้าร่วม 2,574 ราย การจัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย 18 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 1,643 ราย การปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ 14 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 855 ราย การบริจาคโลหิตรวม 6,500 ซีซี จากผู้บริจาค 147 ราย และอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจรและโทษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 11 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 774 ราย และนำผู้ถูกคุมประพฤติเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการขับขี่ผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) แบบเรียลไทม์ มีผู้เข้าร่วม 72 ราย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top