วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569
ไฟป่าลามหนัก
ห้วยขาแข้ง-ภูหลวง
‘ปาย’นทท.หาย90%
รัฐบาลใช้เทคโนโลยีดาวเทียม ควบคุมสั่งการดับไฟป่าส่วนห้วยขาแข้งไฟป่ายังลามหนัก ระดมกำลังทั้งภาคพื้นดิน-เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำ ขณะที่ไฟป่าภูหลวง พบอุปสรรคเส้นทาง-ช้างป่า เจ้าหน้าที่แบ่งกำลัง 5 ชุด เข้าปฏิบัติการดับไฟ ด้านเมืองปาย หมอกควันส่งผลชาวบ้านเริ่มป่วยนักท่องเที่ยวหาย 90%
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างเข้มข้น เน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะระบบติดตามจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจจับและสั่งการเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าควบคุมไฟป่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ หลังจากได้รับรายงานจุดความร้อนจากดาวเทียม Suomi NPP (ระบบ VIIRS) 9 จุด
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเดินเท้าด้วยความยากลำบาก และวางแผนเข้าพื้นที่อย่างรอบคอบ ก่อนปฏิบัติการดับไฟป่าและควบคุมสถานการณ์ได้ในเวลา 16.00 น.โดยพบว่าป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ได้รับความเสียหายประมาณ 70 ไร่
น.ส.ลลิดา กล่าวต่อว่า การใช้ข้อมูลจากดาวเทียมช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเห็นก่อน-ไปถึงเร็ว-ควบคุมได้ไว แม้ในพื้นที่ทุรกันดาร ช่วยลดความเสี่ยงการลุกลามของไฟป่าในวงกว้าง และเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการไฟป่าในปัจจุบัน ส่วนสาเหตุของไฟป่าเกิดจากการเข้าไปหาของป่า เผาป่า ซึ่งรัฐบาลกำชับให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่ โดยขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในทุกกรณี
ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฮลิคอปเตอร์กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังคงสนับสนุนการตักน้ำจากอ่างเก็บน้ำทับเสลา อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ไปโปรยตามแนวไฟป่าที่ลุกลามใกล้หน่วยพิทักษ์ป่าวังไผ่ ซึ่งภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้เข้าดับไฟป่าได้ยาก
นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยดับไฟป่า และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง รวมถึงหน่วยบินกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ร่วมประชุมสรุปความคืบหน้าการบูรณาการกำลังในพื้นที่ในการดับไฟป่า โดยระบุว่าสามารถควบคุมไฟป่าได้แล้วหลายจุด อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่วิกฤตที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 2 จุดหลัก ได้แก่ บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่ากลึงไกร ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้กำลังภาคพื้นดินเข้าควบคุม และอีกจุดบริเวณใกล้หน่วยพิทักษ์ป่าวังไผ่ ที่ยังคงต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งตักน้ำดับไฟไปแล้ว 15 เที่ยวๆ ละประมาณ 1,000 ลิตร
วันเดียวกัน นายวันชัย สิมมาเศียรหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เพชรบูรณ์ จัดกำลังออกเป็น 5 ชุด หลังจากพบไฟป่าลุกลามในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง โดยนำเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย พร้อมเครือข่าย เข้าสกัดไฟป่า โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน บริเวณหุบห้วยมีช้างป่าอาศัยอยู่ ประกอบกับมีอากาศร้อนและลมแรง ทำให้ไฟป่ารุนแรง เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถดับไฟได้โดยตรง ต้องมีการปรับแผนและจัดทำแนวกันไฟ เฝ้าระวังป้องกันการไหม้ลุกลาม
ที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 แม่ฮ่องสอน นายครรชิต วงค์พระยา เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เมืองแม่ฮ่องสอน หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 2 (เมืองแม่ฮ่องสอน) หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส 8 (ม่อนตะแลง) และศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน (เหยี่ยวไฟ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ตรวจพบจุดความร้อนจากไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ปาย ท้องที่บ้านทุ่งกองมู หมู่ 3 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยพบผืนป่าถูกเผาเสียหาย 2 ไร่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ลอบเผาป่าไว้ได้ ก่อนจะคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน รับไว้ดำเนินคดีต่อไป
ส่วนในวันเดียวกันนี้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ จ.แม่ฮ่องสอน รายงานว่าพบจุดความร้อน 26 จุด ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หมอกควันไฟป่าเริ่มลดลง
นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผวจ.แม่ฮ่องสอน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเน้นย้ำความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ด้านสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) เปิดเผยค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ อยู่ระหว่าง 63.1–193.2 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ
น.ส.จุไรรัตน์ กันทาสุข อดีตผู้ใหญ่บ้านแม่เย็น ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า หมอกควันจากไฟป่ายังเป็นปัญหาใหญ่ ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะสุขภาพของผู้สูงอายุและเด็ก ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ
นอกจากนี้ น.ส.จุไรรัตน์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก มีใจความว่า จะครบเดือนแล้ว ที่ปาย เรากอดหมอกควันไฟ แบบฟ้าไม่เปิดเลย คนป่วยเพิ่มขึ้น พี่เจ็บคออักเสบ มาเป็นอาทิตย์ คุณหมอบอกคนป่วยทางเดินหายใจเยอะมาก ประกาศไม่ให้ชาวบ้านเข้าป่าเด็ดขาด โทษสูง แต่ทำไมไฟป่าเพิ่มขึ้น ชาวบ้านแทบไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ ปัญหาหมอกควัน ที่ อ.ปาย ถือว่าหนักมากที่สุดใน จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยห้วงที่เกิดไฟป่าเกือบ 2 เดือน นักท่องเที่ยวต่างชาติ หดหายไปเกือบ 90% กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งค่ามลพิษในปาย เกินค่ามาตรฐานมาแล้ว 41 วัน และค่าเกินมาตรฐานในระดับสีแดงกับสีม่วง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี