วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569
โคราชผวาโรคไข้ดินหรือโรคเมลิออยด์อีสานล่าง 4 จังหวัด บุรีรัมย์ ป่วยสูงสุด 48 ราย สคร.9 ออกโรงเตือนผู้สัมผัสดินและน้ำนานๆ เกษตรกร ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้ดินได้ง่าย เมื่อลุยน้ำ ลุยโคลนต้องสวมอุปกรณ์ป้องกัน
19 เมษายน 2569 นางอินท์ฉัตร สุขเกษม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา (สคร.9 นครราชสีมา) เปิดเผยว่า สคร. 9 นครราชสีมามีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เนื่องจากในช่วงนี้พบผู้ป่วยโรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เกษตรกร ผู้ทำงานสัมผัสกับดินและน้ำนานๆ รวมทั้งผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ไม่ควรเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่าหรือแช่น้ำนาน เพราะอาจติดเชื้อโรคไข้ดินได้ หากเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมรองเท้าบูท สวมถุงมือยาง และกางเกงขายาวเพื่อป้องกัน เมื่อเสร็จภารกิจให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที และสังเกตอาการของตนเองหากมีไข้สูงติดต่อกัน ควรรีบไปพบแพทย์
นางอินท์ฉัตร สุขเกษม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงโรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์ว่า เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เบอร์โคเดอเรีย สูโดมัลลิอาย พบได้ทั่วไปในดิน ในน้ำ นาข้าว ท้องไร่ สวนยาง ทั่วทุกภาคในประเทศไทย ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่ทำงานสัมผัสกับดินและน้ำเป็นประจำ เช่น เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จับปลา ลุยน้ำ ปลูกแปลงผัก ทำสวนยาง หรือลุยโคลน รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคธาลัสซีเมีย วัณโรค โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคมะเร็ง และภาวะติดเหล้า เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายคน ผ่านทางผิวหนังที่มีการสัมผัสดินและน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องมีรอยขีดข่วน โดยเฉพาะในกรณีที่มีการสัมผัสดินและน้ำเป็นเวลานานๆ โดยเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง คือ 1.การสัมผัสน้ำหรือดินที่มีเชื้อปนเปื้อน 2.การดื่มน้ำไม่สะอาดหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป หรือการสำลักน้ำที่มีเชื้อโรค 3.สูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป หลังติดเชื้อประมาณ 1-21 วันจะเริ่มมีอาการเจ็บป่วย แต่บางรายอาจนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและภูมิต้านทานของแต่ละคน อาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะ จะมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่นๆ หลายโรค เช่น มีไข้สูง มีฝีที่ผิวหนัง มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ อาจติดเชื้อเฉพาะที่ หรือติดเชื้อแล้วแพร่กระจายทั่วทุกอวัยวะและเสียชีวิตได้
สำหรับสถานการณ์โรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์ในเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 17 เมษายน 2569 มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 129 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.95 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิตสะสม 8 ราย คิดเป็นอัตราตาย 0.12 ต่อประชากรแสนคน แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้ 1) จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 48 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 3.08 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 1 ราย , 2) จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วย 34 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 2.51 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีผู้เสียชีวิต , 3) จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วย 16 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.45 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 3 ราย และ 4) จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วย 31 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.19 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 4 ราย
นางอินท์ฉัตร สุขเกษม กล่าวต่อไปว่า ในการป้องกันโรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยด์ ควรปฏิบัติตน ดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากต้องสัมผัสดินหรือน้ำ ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกัน ได้แก่ รองเท้าบูท ถุงมือยาง กางเกงขายาว หรือ ชุดลุยน้ำ โดยเฉพาะเมื่อต้องทำการเกษตร จับปลา ลุยน้ำ ลุยโคลน , 2.หลังสัมผัสดินหรือน้ำ ต้องทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและฟอกสบู่ทันที และหากมีบาดแผลที่ผิวหนัง รีบทำแผลด้วยยาฆ่าเชื้อ ไม่ใส่ดินหรือสมุนไพรใดๆ ลงบนแผล และหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำจนกว่าแผลจะหายสนิท , 3.หากดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น น้ำบาดาล น้ำฝน ต้องต้มสุกก่อนบริโภค และ 4.รักษาสุขภาพให้แข็งแรง และลดพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำลายสุขภาพ เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่
ทั้งนี้ หากมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ให้รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการเดินลุยน้ำให้แพทย์ทราบด้วย เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจวินิจฉัยและรักษาทันทีตามอาการและความรุนแรงของโรค สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี