วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569
โฆษก DSI เผยบริษัทเจ้าของเรือ 8 ลำ ต้องเข้าให้ปากคำ พงส. เหลืออีก 2 เลื่อนไปสัปดาห์หน้า ระบุบริษัทเรือที่มาชี้แจงแล้วอ้างเหตุเดินเรือล่าช้าในน่านน้ำทะเลสุราษฎร์ธานี ยกเรื่องอุทกศาสตร์ น้ำขึ้น-น้ำลง ร่องน้ำ เครื่องเรือเสีย ยืนยันวิทยาศาสตร์ตรวจสอบได้ คาใจเรือ 99 เที่ยว แต่พบความผิดปกติเพียง 20 เที่ยว ขณะที่สำนวนคดีบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียมฯ จ.สุราษฎร์ธานี รับโอนมาสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว
23 เมษายน 2569 ที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ชั้น 10 ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ คณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบปากคำบริษัทเจ้าของเรือไปแล้ว 3 แห่ง ทั้งนี้ พฤติการณ์ของบริษัทเรือที่ทำให้พนักงานสอบสวนต้องเชิญสอบปากคำในฐานะพยาน เนื่องด้วยทางศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้มีการนำส่งข้อมูลให้กับดีเอสไอว่ามีเรือเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันกลางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 99 เที่ยวเรือ แต่เมื่อวิเคราะห์พบว่ามี 20 เที่ยวเรือที่มีรูปแบบการเดินเรือค่อนข้างแตกต่างไปจากเที่ยวเรืออื่นๆ โดยเฉพาะการใช้เวลาเดินเรือนานกว่าปกติ ดีเอสไอจึงรับเอาข้อมูลมาเป็นเรื่องสืบสวนเพื่อพิสูจน์ว่ากรณีการประวิงเวลาเดินเรือถือเป็นความผิดอาญาหรือไม่ และจากการตรวจสอบเที่ยวเรือทั้ง 20 เที่ยว พบเรือเกี่ยวข้อง 12 ลำ จากบริษัทเจ้าของเรือ 8 บริษัท จึงต้องเชิญมาให้ปากคำชี้แจง
พ.ต.ต.วรณัน เผยอีกว่า สำหรับการให้ปากคำชี้แจงของ 2 บริษัทเจ้าของเรือ อันประกอบด้วย 1.บริษัท บิ๊กซี จำกัด - BIG SEA CO.,LTD และ 2.บริษัท ทรานส์โอเชี่ยน ซัพพลาย (1992) จำกัด - TRANS OCEAN SUPPLY (1992) COMPANY LIMITED เมื่อวันที่ 21 เม.ย.69 ที่ผ่านมา มีข้อมูลสอดรับว่าอาจเป็นการแล่นเรือประวิงเวลาในน่านน้ำทะเลนั้น โดยส่วนใหญ่เท่าที่มีการสอบสวนมานั้น มีข้อเท็จจริงที่ตรงกันคือข้อมูลทางเทคนิค เพราะมีการใช้เวลาเดินทางมากกว่าปกติจริง แต่เหตุผลที่ให้นั้นจะเป็นข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด เราก็ต้องนำไปตรวจสอบขยายผลต่อไป ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุปัจจัยเรื่องเครื่องจักรเรือไม่ทำงาน หรือกรณีเรื่องอุทกศาสตร์เรื่องร่องน้ำก็เป็นหน้าที่ที่คณะพนักงานสอบสวนต้องนำไปตรวจสอบด้วย อนึ่ง คำให้การของพยานบริษัทเจ้าของเรือ 2 แห่ง ในภาพรวมก็ยืนยันในเรื่องของร่องน้ำ น้ำขึ้นน้ำลง และเครื่องจักรเสีย ยืนยันว่าเราพร้อมรับฟังคำชี้แจง เพราะทางบริษัทฯ ก็ได้มีการนำเอาพยานเอกสารมาประกอบการชี้แจงด้วยเช่นกัน
"ถามว่าคำให้การของพยานเชื่อได้หรือไม่นั้น เรามองว่าเป็นเรื่องที่ต้องนำเอาไปตรวจสอบต่อไป เพราะเรื่องร่องน้ำ น้ำขึ้นน้ำลง มันเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ ซึ่งกรมเจ้าท่าจะสามารถให้คำอธิบายได้ เพราะการกล่าวอ้างถึงเรื่องปัญหาร่องน้ำ ลักษณะสำคัญของน่านน้ำบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ ธานี จะมีร่องน้ำไม่เหมือนที่กรุงเทพมหา นคร มีขึ้นมีลง บางเวลาก็มีน้ำขึ้นวันละครั้ง เพราะน้ำขึ้นก็มีทั้งขึ้นใหญ่และขึ้นเล็ก ถ้าน้ำขึ้นใหญ่ก็เข้าได้ แต่ถ้าน้ำขึ้นเล็กก็เข้าไม่ได้ ส่วนเรื่องประเด็นว่าเรือคิวเต็มเพราะต้องไปต่อคิวคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ ธานีนั้น ก็เป็นส่วนที่เขาสามารถให้การได้ แต่เราต้องนำไปตรวจสอบต่อ ทั้งเรื่องอุทกศาสตร์ เรื่องเครื่องจักร เรื่องการปิดสัญญาณ AIS" พ.ต.ต.วรณัน ระบุ
ส่วนข้อโต้แย้งว่าหากทำให้เรือขนส่งน้ำมันของตัวเองต้องส่งน้ำมันล่าช้า ก็จะทำให้เขาเสียประโยชน์ทางธุรกิจนั้น พ.ต.ต.วรณัน ชี้เเจงว่า เราก็ต้องดูว่าแล้วมันล่าช้าด้วยเหตุผล หรือมีการได้ประโยชน์อะไรจากการที่เรือแล่นล่าช้าหรือไม่ เพราะหากดูจาก 99 เที่ยวเรือ ตามข้อมูลของ ศรชล.ก็ไม่ได้มีเที่ยวเรืออื่นเเล่นล่าช้าเหมือนกับ 20 เที่ยวเรือดังกล่าว
ต่อข้อถามว่า มีข้อมูลน้ำมันที่อยู่ในเรือขนส่งน้ำมันกลางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประมาณ 57 - 60 ล้านลิตรนั้น อาจไม่ได้ล่องหนหายไปไหน แต่เป็นเพราะเรือไม่ได้มีการบรรทุกน้ำมันเต็มอัตรานั้น พ.ต.ต.วรณัน ระบุว่า เท่าที่มีการตรวจสอบข้อมูล รูปแบบของเรือทั้ง 20 เที่ยวเรือค่อนข้างมีหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น ใน 1 เที่ยวเรือจะมีการปิดระบบสัญญาณ AIS ซึ่งก็เป็นข้อสงสัยว่าเป็นการปิดโดยจงใจหรือระบบมีปัญหาหรือไม่ ส่วนประเด็นการผ่องถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือ (Ship to ship) ยอมรับว่ามีจริงตามที่ ศรชล. พบข้อมูล ส่วนจะเป็นช่วงวันเวลาใดอยู่ระหว่างการขยายผล ซึ่งต้องมีการตรวจสอบทางเทคนิคและมีเจตนาใด ทั้งนี้ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภคจะตรวจสอบในเรื่องของพฤติการณ์เรือและบริษัทเจ้าของเรือ ส่วนบริษัทเจ้าของเรือได้ให้การยอมรับหรือไม่ว่าเรือของตนเองได้เข้ารับน้ำมันเต็มอัตราจริงจากโรงกลั่นนั้น ทางบริษัทเจ้าของเรือก็ได้นำเอาพยานเอกสารมาชี้แจงแล้ว ซึ่งเราก็รับฟังทั้งหมดแต่ก็ต้องเอาไปตรวจสอบต่อไป และหากพบว่ามีการกระทำความผิดทางอาญา ก็จะได้รับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ เพราะตอนนี้เป็นเพียงเรื่องสืบสวนที่จะต้องทำให้เกิดความชัดเจนก่อนว่าข้อมูลที่ทาง ศรชล.พบนั้น มีข้อเท็จจริงอย่างไร
พ.ต.ต.วรณัน ระบุด้วยว่า ส่วนความคืบหน้ากรณีของบริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่นั้น ภายหลังจากที่คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติรับสอบสวนเรื่องคดีการกักตุนน้ำมันไว้เป็นคดีพิเศษนั้น เราก็ได้ให้โอนคดีดังกล่าวนี้มาเป็นคดีพิเศษด้วย เมื่อวันจันทร์ 20 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่ไปกับพนักงานสอบสวนตำรวจ และประสานหารือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรับโอนสำนวนคดีเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ก็ยังมีทีมงานอยู่ในพื้นที่คอยสอบสวนปากคำพยานเพิ่มเติมสำหรับประกอบเข้าสำนวนคดีด้วย
ส่วนความคืบหน้าสำนวนคดีของบริษัททริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ขั้นตอน คือ ทางศูนย์ประสานงานอยู่ระหว่างตรวจสอบกลั่นกรองว่าเข้าตามมติของคณะกรรมการคดีพิเศษหรือไม่ เพราะไม่ได้หมายความว่าทุกคดีมันจะต้องเป็นคดีพิเศษ แต่จะต้องมีพฤติการณ์ที่เข้าเงื่อนไขตามประกาศคณะกรรมการคดีพิเศษที่มีมติไว้ ส่วนพฤติการณ์ของบริษัททริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง จะมีแค่เรื่องการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่นั้น ต้องไปขยายผลเพิ่มเติมต่อไป ส่วนจะได้รับเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้น อยู่ที่ดุลพินิจของอธิบดีดีเอสไอ
พ.ต.ต.วรณัน ระบุว่า กรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พบเรือเพิ่มเติมอีก 2 ลำ มีการวิ่งผิดปกตินั้น ทางดีเอสไอคงต้องรอทางตำรวจได้มีการประสานมาก่อน เพราะเราต้องยึดมติของคณะกรรมการคดีพิเศษ ที่มีการกำหนดขอบเขตว่าจะรับพฤติการณ์ทางคดีลักษณะใดไว้เป็นคดีพิเศษบ้าง หากเข้าข่ายจึงจะได้มีการประสานงานร่วมกัน
"เรามีหน้าที่ค้นหาความจริง เพราะทุกครั้งที่น้ำมันออกจากคลังน้ำมัน ก็จะมีหลายหน่วยงานหลายฝ่ายที่จะมีเอกสารข้อมูล ทั้งเรื่องการขนส่งน้ำมัน ทั้งเรื่องการจ่ายภาษีจ่ายน้ำมันออกไป ผู้ส่งมีสิทธิขนส่งหรือไม่ หรือปริมาณการแจ้งขนส่งน้ำมันมีเท่าใด และปริมาณที่จะต้องนำมาคำนวณภาษีมันสอดคล้องกันหรือไม่ ทั้งหมดเหล่านี้ต้องนำมาเปรียบเทียบคู่ขนานกัน ทั้งกรณี Ship to ship ว่าเป็นเรื่องของการขนส่งน้ำมันจริงหรือไม่ ก็ต้องไปขยายผลดูให้ชัดเจน ฉะนั้น 20 เที่ยวเรือดังกล่าวปลายทางมันชัดอยู่แล้วว่าต้องไปคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ที่เราสงสัยคือการแล่นเรือช้ามันมีเหตุทางอาญาหรือไม่ เพราะน้ำมันถือเป็นสินค้าควบคุมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 หากมีความต้องการเยอะในส่วนของการอุปโภคบริโภค แต่กลับมีการขนส่งล่าช้าโดยตั้งใจ หรือตั้งใจประวิง ปฏิเสธการส่งมอบ ส่วนเหล่านี้จะเป็นความผิดทั้งหมดได้ เพราะมันไม่ได้เกิดจากแรงจูงใจเรื่องราคาอย่างเดียว เพราะราคาไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของเจตนาการประวิงส่งมอบมากกว่า" พ.ต.ต.วรณัน กล่าวปิดท้าย
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า ในบรรดาการสอบสวนปากคำกรรมการผู้มีอำนาจลงนามบริษัทเจ้าของเรือที่เข้ามาเกี่ยวข้องจากเรือจำนวน 12 ลำ 20 เที่ยว ของ 8 บริษัท พบว่าคณะพนักงานสอบ สวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนปากคำไปแล้ว 5 บริษัทเรือ ดังนี้ 1)บริษัทเรือเจ้าแรก 1 บริษัท คณะพนักงานสอบสวนปากคำที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ 21 เม.ย.69 โดยสอบสวนปากคำบริษัทเจ้าของเรือ 2 บริษัท คือ บริษัท บิ๊กซี จำกัด - BIG SEA CO.,LTD และบริษัท ทรานส์โอเชี่ยน ซัพพลาย (1992) จำกัด - TRANS OCEAN SUPPLY (1992) COMPANY LIMITED
ส่วนวันที่ 22 เม.ย.69 คณะพนักงานสอบ สวน สอบปากคำบริษัทเจ้าของเรืออีก 2 บริษัท สำหรับวันนี้ (23 เม.ย.69) นัดหมายสอบปากคำบริษัทเจ้าของเรือ 1 บริษัท ในเวลา 13.00 น.เป็นต้นไป ดังนั้น ขณะนี้จึงเหลือบริษัทเจ้าของเรืออีกเพียง 2 บริษัท ที่ได้มีการประสานขอเลื่อนออกไปเป็นสัปดาห์หน้าแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทสยามมงคลเดินเรือ จำกัด - Siam Mongkol Marine Co., Ltd. พร้อมด้วยทีมงานฝ่ายกฎหมาย ได้เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้การชี้แจงเรื่องเที่ยวเรือของบริษัท ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันในน่านน้ำทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามกรรมการ/ผู้แทนบริษัทก่อนเข้าพบพนักสอบสวน ว่า วันนี้เข้ามาชี้แจงเรื่องเรือขนส่งน้ำมันหรือไม่ และได้นำเอาหลักฐานมาชี้แจงด้วยหรือไม่ ปรากฏว่าผู้แทนบริษัทพยักหน้าเท่านั้นโดยไม่ได้กล่าวใดๆ เช่นเดียวกับทีมงานฝ่ายกฎหมายของบริษัทได้พยักหน้ายืนยันว่านำเอาพยานเอกสารเข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวน เมื่อถามสาเหตุของการเดินเรือช้านั้น ทางผู้แทนของบริษัทฯ ไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด ก่อนจะเดินเข้าห้องสอบปากคำทันที
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวสังเกตว่าผู้แทนของบริษัทได้นำซองเอกสารสีน้ำตาลซึ่งมีขนาดหนาเป็นปึกมาด้วย ทั้งนี้ จากจำนวนบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 แห่ง ได้ทยอยเดินทางเข้าให้ปากคำคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแล้ว 6 แห่ง จึงเหลืออีกเพียง 2 แห่งที่ขอเลื่อนเข้าให้ปากคำในฐานะพยานเป็นสัปดาห์หน้า
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี