วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
สำนักงาน กปร. กระทรวงมหาดไทย บูรณาการนำ One Plan ขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เชื่อมโยงแนวคิด "หนึ่งพื้นที่ หนึ่งหน่วยงานรับผิดชอบ" ลดความซ้ำซ้อน ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า พัฒนาพื้นที่ให้ตรงตามความต้องการจริงของประชาชน
นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวในระหว่างเป็นประธานเปิดงานการนำคู่มือการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเชิงพื้นที่ ด้วยกระบวนการแผนการพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการไปสู่การปฏิบัติ พื้นที่ภาคกลาง ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569 ที่ผ่านมาว่า เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไปว่าตลอดระยะเวลาอันยาวนาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทรงทราบถึงปัญหาของประชาชน ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาการทำมาหากิน ปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติเป็นเรื่องหลัก
โดยในแต่ละภูมิภาคของประเทศจะมีปัญหาเฉพาะแตกต่างกันไป พระองค์จึงได้มีพระราชดำริให้พิจารณา จัดทำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือราษฎรโดยเน้นให้เหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะภูมิสังคมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรเป็นหลัก ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ได้สนองพระราชดำริดังกล่าวอย่างดีมาโดยตลอด ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด การดำเนินงานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สำหรับการแก้ไขปัญหาและเสริมสร้าง “ความสุข” และ “ประโยชน์สุข” ให้แก่ราษฎรทั่วทุกภูมิภาคผ่านการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
“การนำคู่มือการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเชิงพื้นที่ ด้วยกระบวนการแผนพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการไปสู่การปฏิบัติ พื้นที่ภาคกลางในครั้งนี้ จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่หน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมบูรณาการการทำงานซึ่งจะสามารถเสริมสร้างและพัฒนาการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประเทศชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน” นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าว
ด้าน นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. กล่าวว่า สำนักงาน กปร. และกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกันนำแนวทางในการบริหารจัดการด้วยกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการ มาสนับสนุนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีคณะกรรมการประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และเป็นแกนหลักในการจัดทำแผนพัฒนาขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎร โดยในปีที่ผ่านมาพื้นที่ภาคกลางได้มีการจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้วยกระบวนการแผนพัฒนาพื้นที่ จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม รวมจำนวน 557 คน ก่อให้เกิดโครงการที่มีแผนงานชัดเจน รวมจำนวน 14 โครงการ ในพื้นที่ 14 อำเภอ ซึ่งจะเป็นโครงการตัวอย่างนำร่องที่จะนำไปใช้ในจังหวัดอื่น ๆ ในพื้นที่ภาคกลางต่อไป
สำหรับ One Plan คือแผนพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ที่รวมแผนงานตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด จนถึงระดับชาติเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ปัญหาความซ้ำซ้อน เกิดการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า และพัฒนาพื้นที่ตรงตามความต้องการจริงของประชาชน (SDG Localization) โดยเน้นความสอดคล้องกับแผนพัฒนาอำเภอและจังหวัด เป็นโครงสร้างที่เชื่อมโยงแนวคิด "หนึ่งพื้นที่ หนึ่งหน่วยงานรับผิดชอบ" เป็นโครงการที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน ไม่มีการต่อต้าน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ สามารถดำเนินการได้จริง โดยบูรณาการทุกแผนงานให้เป็น "แผนเดียว" เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยเฉพาะการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีการบริหารจัดการและติดตามโครงการในระดับพื้นที่อย่างสอดคล้องกันของส่วนงานที่เกี่ยวข้อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี