วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ศาลอาญาจำคุกอ่วมกว่า 132 ปี "ไฮโซฮู" ลูกชาย อ.สังศิต พิริยะรังสรรค์ แต่จำคุกจริง 20 ปี ตามกฎหมายคดีเปิดเว็บพนันออนไลน์ ฟอกเงิน หลบหนีไม่ฟังคำพิพากษา ศาลสั่งออกหมายจับ ปรับนายประกันส่วนคนอื่น ๆ คุกถ้วนหน้า
วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ 2894/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนรายุทธ นราแก้ว จำเลยที่ 1, บริษัท วีเพย์ จำกัด จำเลยที่ 2, บริษัท เฮงเพย์ จำกัด จำเลยที่ 3, นายนโรตม์ พิริยะรังสรรค์ จำเลยที่ 4 บุตรชายของ ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ นักวิชาการ และอดีตสว. ชื่อดัง, บริษัท เอชบี มิดเดิล กรุ๊ป จำกัด จำเลยที่ 5, น.ส.อำพร ฤทธิบาล จำเลยที่ 6, บริษัท สุดสามารถ จำกัด จำเลยที่ 7, นายพิพัฒน์พงษ์ บัวนาค กก.ผู้มีอำนาจบริษัท สุดสามารถฯจำเลยที่ 8 และนายชัยนที แซ่จึง จำเลยที่ 9 ในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบการฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน
โจทก์ฟ้องว่าระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้ร่วมกับพวกที่ยังหลบหนีไม่ได้นำตัวมาฟ้อง ร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้จัดให้มีการเล่นหรือเข้าเล่นการพนันในรูปแบบต่าง ๆ เอาทรัพย์สินในรูปแบบการเล่นพนันออนไลน์ทางเว็บไซต์และปรากฏช่องทางฝากเงินอยู่หน้าเว็บไซต์การพนัน โดยประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย โดยจำเลยมีการแบ่งหน้าที่การทำเป็นกลุ่มแบ่งเป็น กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของบริหารจัดการและรับผลประโยชน์ในเว็บไซต์การพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลระบบเว็บไซต์การพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากที่ใช้ในการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากที่ใช้ในการโอนเงินคืนให้แก่ผู้เล่นการพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้แทนระบบพนันออนไลน์, กลุ่มบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของระบบชำระเงิน วีเพย์ และกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของระบบชำระเงินเฮงเพย์ โดยประชาชนที่จะเข้าเล่นการพนันออนไลน์จะต้องโอนเงินที่ใช้ในการเล่นพนันเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่พวกจำเลยกำหนดไว้
จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานพบว่า จำเลยกับพวกได้โอนเงินพนันหรือบัญชีรับแทงพนันแล้วโอนเงินที่ได้รับจากผู้เข้าเล่นไปเข้าบัญชีแถว 2 จากนั้นได้โอนเงินบัญชีที่ใช้ในการแบ่งผลประโยชน์ตามลำดับและเมื่อผู้เข้าเล่นพนันชนะพนันก็จะมีการโอนเงินคืนเพื่อชำระหนี้ค่าพนันให้กับผู้เล่นพนันผ่านบัญชีธนาคารที่โอนจ่ายเงินให้แก่ผู้เล่นการพนันออนไลน์ในเว็บไซต์ของจำเลย พฤติการณ์และการกระทำของจำเลยทั้งหมดจึงเป็นการร่วมกันจัดให้ผู้อื่นเข้าเล่นกันพนันออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ
นอกจากนี้จำเลยทั้งหมดได้สมคบกันเพื่อกระทำการเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ด้วยการไปจดทะเบียนนิติบุคคลประเภทบริษัท โดยแจ้งต่อธนาคารว่าประกอบธุรกิจขายของออนไลน์ เพื่อขอใช้บริการ QR code เพื่อใช้สำหรับการรับ โอนเงินพนัน มีการโอนเงินในช่วงระหว่างเกิดเหตุ เป็นการโอนเงินจากระบบการชำระเงินแบบออโต้ แบ่งเป็นช่วงที่ 1 เป็นเงิน 3,475,266 บาท, ช่วงที่ 2 เป็นเงิน 180,421,795.72 บาท, ช่วงที่ 3 เป็นเงิน 1,786,488,229.13 บาท, ช่วงที่ 4 เป็นเงิน 315,523,670 บาท, ช่วงที่ 5 เป็นเงิน 50,874,800 บาท,ช่วงที่ 6 เป็นเงิน 41,025,527 บาท, ช่วงที่ 7 เป็นเงิน 76,038,140 บาท, ช่วงที่ 8 เป็นเงิน 93,122,389 บาท, ช่วงที่ 9 เป็นเงิน 38,298,328 บาท, ช่วงที่ 10 เป็นเงิน 26,599,988.63 บาท, ช่วงที่ 11 เป็นเงิน 2,580,353 บาท, ช่วงที่ 12 เป็นเงิน 18,672,800 บาท, ช่วงที่ 13 เป็นเงิน 16,617,093 บาท, ช่วงที่ 14 เป็นเงิน 54,738,966 บาท, ช่วงที่ 15 เป็นเงิน 7,499,600 บาท, ช่วงที่ 16 เป็นเงิน 6,000,000 บาท, จำเลยยังได้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในโฉนดที่ดินมูลค่า 7,277,860 บาท, ถือทรัพย์สินเครื่องประดับร่วมกันจำนวน 10,000,000 บาท, รถยนต์ เล็กซัส, รถยนต์ เฟอร์รารี่ และรถยนต์ ซูบารุ การกระทำดังกล่าวเป็นการโอนไปมาระหว่างบัญชีของจำเลยทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อนปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินหรืออำพางลักษณะที่แท้จริง การได้มาแหล่งที่ตั้งการจำหน่ายการโอนการได้สิทธิ์ใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือได้มาครอบครองหรือใช้ทรัพย์สินโดยรู้ในขณะได้มาครอบครองหรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด อันเป็นการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน รวมมูลค่ากว่า400ล้านบาท
พวกจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐาน แล้วพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 7 มีความผิดฐาน ร่วมกันช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 คนละ 3 เดือน ปรับจำเลยที่ 2, ที่ 3, ที่ 5 และจำเลยที่ 7 คนละ 3,000 บาท ฐานร่วมกันฟอกเงินลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 รวม 15 ปี 32 เดือน, จำคุกจำเลยที่ 4 เป็นเวลา 132 ปี 6 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 20 ปี, ปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 1,006,000 บาท, ปรับจำเลยที่ 3 เป็นเงิน 2,006,000 บาท, ปรับจำเลยที่ 5 เป็นเงิน 13,706,000 บาท, ปรับจำเลยที่ 7 เป็นเงิน 3,006,000 บาท, จำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นฯให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 2 เดือน, ฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นร่วมกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้พนันจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 2 เดือน, ฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 1 ปี 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 9 คนละ 1 ปี 8 เดือน ริบของกลาง ส่วนจำเลยที่8 พยานหลักฐานการนำสืบไม่พบการกระทำผิดพิพากษายกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายนโรตม์ พิริยะรังสรรค์ หรือไฮโซฮู ได้รับการปล่อยชั่วคราวจากศาลอาญาระหว่างพิจารณาคดีเพียงในคดีนี้ในวันที่ 31 ตุลาคมซึ่งเป็นสิ้นปีงบประมาณ 2568 ที่มีการโยกย้ายผู้บริหารศาลอาญา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้รับการประกันตัว จนเป็นเหตุให้มีการสอบสวนผู้พิพากษาที่เกี่ยวข้องกับการให้ประกันตัว
โดยวันนัดอ่านคำพิพากษานายนโรตม์ หลบหนีไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลจึงสั่งออกหมายจับ ปรับนายประกันเเละอ่านคำพิพากษาลับหลังนายนโรตม์จำเลย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี