วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี โพสต์ข้อความระบุว่าหลังจากที่ทุกท่านได้ฮือฮากับข่าวการพบกลองมโหระทึกใบแรกของเพชรบุรีไปก่อนหน้านี้ วันนี้แอดมินรวบรวมข้อมูล “สรุปผลการดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง” ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันมาฝากกันแล้ว ดังนี้
ตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนถึงปัจจุบันการดำเนินงานขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เริ่มต้นทำการขุดค้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อขุดกู้และชุดศึกษาหลักฐานทาง โบราณคดีจากตำแหน่งที่มีการค้นพบกลองมโหระทึก ในที่นา ของนางคนางค์ เพชรสุด หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขุดพบสุสานบุคคลชั้นสูง อายุกว่า 1,500 ปี สวมกำไลทองคำ ฝังรวมกับกลองมโหระทึก
.jpg)
การดำเนินงานในระยะแรกได้กำหนดหลุมขุดค้นขนาด 2 x 2.2 เมตร วางแนวตามทิศตะวันออก-ตะวันตก โดยกำหนดให้ตำแหน่งที่พบ กลองมโหระทึกอยู่บริเวณกึ่งกลางหลุม และทำการขุดค้นตามระดับชั้นดินธรรมชาติ เพื่อรักษาบริบทของหลักฐานให้มากที่สุด ผลการชุดค้นในช่วงต้นพบชิ้นส่วนขอบฐานของกลองมโหระทึกใน ระดับความลึกประมาณ 60 เซนติเมตรจากผิวดิน พร้อมทั้งพบ ภาชนะดินเผาหลายใบวางอยู่โดยรอบในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับกลอง
.jpg)
เมื่อดำเนินการขุดลึกลงไปถึงระดับประมาณ 100 เซนติเมตร พบชิ้นส่วนกลองมโหระทึกอีกใบในลักษณะคว่ำหน้าอยู่ในดิน และเริ่มปรากฎหลักฐานสำคัญ คือ โครงกระดูกมนุษย์ที่ฝังอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยมีการวางภาชนะสำริดประกอบพิธีศพในตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งด้านข้าง ใต้ร่าง และปลายเท้า
.jpg)
นอกจากนี้ยังพบเครื่องประดับ ได้แก่ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน แหวนทองคำ และกำไลทองคำ ซึ่งบางชิ้นยังคงสวมอยู่กับโครงกระดูก แสดงถึงความสำคัญของบุคคลและความเชื่อเกี่ยวกับ การอุทิศสิ่งของในพิธีกรรมหลังความตาย
.jpg)
ภายหลังจากการค้นพบโครงกระดูก ได้ดำเนินการขุดค้นอย่างละเอียดเพื่อศึกษารูปแบบการฝังศพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จนกระทั่งพบโครงกระดูกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 4 โครง ในบริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหลุมขุดค้น โดยโครงกระดูกทั้งหมดมีทิศทางการวางตัวสอดคล้องกัน คือหันศีรษะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
.jpg)
จากข้อจำกัดของพื้นที่หลุมชุดค้นเดิม และการที่โครงกระดูกบางส่วนทอดยาวเข้าไปในผนังดิน จึงขยายพื้นที่ขุดค้นออกเป็นขนาด 4 x 4.5 เมตร เพื่อให้สามารถตามแนวโครงกระดูกและทำการศึกษารูปแบบของแหล่งได้อย่างครบถ้วน
.jpg)
ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 การดำเนินงานมีความก้าวหน้ามากขึ้นโดยสามารถติดตามแนวโครงกระดูกไปจนถึงบริเวณศีรษะของบางโครงและพบหลักฐานใหม่ที่สำคัญ ได้แก่ โลหะสำริดบริเวณศีรษะ รวมถึงลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน และเม็ดลูกปัดทองคำเพิ่มเติม โดยเฉพาะในโครงกระดูกหมายเลข 1 ซึ่งเป็นโครงที่มีการพบเครื่องประดับจำนวนมากตั้งแต่ระยะแรก
.jpg)
ต่อมาในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 29 เมษายน 2569 พบโครงกระดูกเพิ่มรวมเป็นอย่างน้อย 8 โครง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มแรกจำนวน 4 โครง และกลุ่มที่ พบเพิ่มเติมอีก 4 โครง ซึ่งวางเรียงตัวต่อเนื่องกันในแนวเดียวกันโดยมีภาชนะดินเผาคันระหว่างกลุ่มอย่างเป็นระเบียบและมีการสวมโลหะสำริดลักษณะคล้ายภาชนะครอบบริเวณศีรษะ ทั้งส่วนบนของกะโหลกและบริเวณคาง ซึ่งถือเป็นลักษณะพิเศษที่ไม่พบโดยทั่วไป
.jpg)
นอกจากนี้ ยังพบกลุ่มโบราณวัตถุสำคัญ เช่น ภาชนะดินเผาขนาดเล็กที่วางซ้อนกันเป็นชุดจำนวนประมาณ 7 ใบ ภาชนะสำริดบริเวณปลายเท้าของโครงกระดูก และลูกปัดจำนวนมาก โดยเฉพาะในโครงกระดูกหมายเลข 5 ที่พบลูกปัดแก้วสีฟ้าอมเขียว จำนวนประมาณ 1,300 เม็ดรวมกันเป็นกลุ่มคล้ายเครื่องประดับ ตลอดจนการพบจี้ทองคำ, ลูกปัดทองคำ และต่างหูทองคำเพิ่มเติมในบางโครง
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี