วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
"ชัชชาติ"แจงยิบ! 4 ปีแก้ปัญหา"โรงขยะอ่อนนุช" อัปเกรดเป็นระบบปิด ติดตั้ง E-Nose คุมกลิ่น เปลี่ยนโรงงานหมดอายุเป็นพื้นที่สีเขียว รับอาจคุมไม่ได้ 100% แต่ดีขึ้นจากวันแรก ย้ำต้องทำต่อเนื่อง ชี้ขยะลดลงประหยัดงบได้ 973 ล้าน/ปี
7 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายพรพรหม วิกิจเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงผลการปรับปรุงศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ ตลอด 4 ปี
นายชัชชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความกังวลเรื่องการจัดการเพราะมีกลิ่นเหม็น ที่อยากให้ปรับปรุงเราก็น้อมรับ ฝากทีมผู้บริหารที่จะมาอยู่ต่อไปด้วย เพราะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาพอสมควร ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ประกอบด้วย โรงกำจัดขยะมูลฝอย 4 แห่ง ประกอบด้วย
1.สถานีขนถ่ายมูลฝอยไปฝังกลบขนาด 1,000 ตันต่อวัน ซึ่งเรามีการปรับปรุงให้เป็นอาคารระบบปิด ติดตั้งประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติ จำนวน 8 บาน ติดตั้งระบบบำบัดอากาศภายในอาคาร รวม 60,000 ลบ.ม./ชม.รวมถึงปรับปรุงภูมิทัศน์ปลูกต้นไม้จำนวน 200 ต้น
2.โรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธี MBT 800 ตันต่อวัน มีการปรับปรุงอาคารให้เป็นระบบปิด ปรับปรุงประตูอาคารรับมูลฝอยชั้น 2 จำนวน 5 บาท ติดตั้งระบบบำบัดอากาศภายในอาคาร 167,000 ลบ.ม./ชม. ติดตั้งประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติ ติดตั้งระบบตรวจวัดกลิ่น (E-Nose) จำนวน 5 จุด ติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษจากกล่องระบายแบบต่อเนื่อง (CEMS) ติดตั้งประตูอัตโนมัติ พร้อมงานอากาศและระบบ Air Lock ป้องกันรั่วไหลออกสู่ภายนอก รวมทั้งติดตั้งบ่อล้างล้อรถขนย้าย RDF คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.69
3.โรงงานคัดแยกและหมักทำปุ๋ย 1,000 ตันต่อวัน ได้ปรับปรุงอาคารเป็นระบบปิดทั้งหมด พร้อมติดตั้งประตูอัตโนมัติ จำนวน 8 บาน ระบบบำบัดอากาศ Wet Scrubber กำลังรวม 60,000 ลบ.ม./ชั่วโมง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของกลิ่น
4.โรงงานกำจัดมูลฝอยวิธีหมักปุ๋ย 600 ตันต่อวัน ซึ่งจะหมดสัญญาในวันที่ 23 ธ.ค.69 และจะไม่มีการต่อสัญญา ได้ปรับปรุงให้เป็นระบบปิดทั้งหมด ติดตั้ง E-Nose กล้อง CCTV และฉากปิดกั้นพื้นที่จัดเก็บวัสดุรีไซเคิล รวมถึงปรับปรุงภูมิทัศน์โดยการปลูกต้นไม้ ลดผลกระทบด้านกลิ่นและเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในศูนย์กำจัดมูลฝอย
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2565 กรุงเทพมหานครได้มีการปรับบริษัทคู่สัญญารับผิดชอบโรงงานกำจัดมูลฝอย เนื่องจากพบมีขยะกลับมูลฝอยตกค้างในโรงงาน ผิดสัญญาว่าด้วย ข้อ 17.5 การกำจัดมูลฝอยและกากมูลฝอยไม่หมดวันต่อวันซึ่งมีค่าปรับที่ราคา 12,000 บาทต่อวัน
ด้าน นายพรพรหม ระบุถึงรายงานผลการติดตามค่า E-Nose ระหว่าง ก.พ.2568 - มีนาคม 2569 ระยะเวลา 16 เดือน บริเวณหมู่บ้านอิมพีเรียล ชุมชนเกาะลอยและหน้าโรงงาน พบว่าต่ำกว่าค่ามาตรฐาน หรือต่ำกว่า 9 D/T มีบางวันที่เกินค่ามาตรฐาน หมู่บ้านอิมพีเรียล มีแนวโน้มลดลง 26% เกินค่ามาตรฐาน 4 วัน ชุมชนเกาะลอย ลดลง 41% เกินค่ามาตรฐาน 18 วัน และหน้าโรงงาน ลดลง 34% เกินค่ามาตรฐานอยู่ 117 วัน
จากการรับเรื่องร้องเรียนใน Traffy Fondue พบว่าจะอยู่บริเวณรอบโรงงาน 2.94 กิโลเมตร ไกลสุดคือ 12.49 กิโลเมตร เมื่อเทียบปีงบประมาณปี 2568 และ 2569 พบว่าเรื่องร้องเรียนลดลง 51% จาก 661 เรื่องเหลือ 323 เรื่อง
ส่วนในระยะยาว เราจะเปลี่ยนจากขยะเป็นพลังงานสะอาดผ่านโครงการโรงกำจัดมูลฝอยโดยการเผาขยะ 1,000 ตัน และโรงงานกำจัดขยะอินทรีย์ “บ้านนี้ไม่เทรวม” เปลี่ยนเศษอาหารเป็นปุ๋ยอัดเม็ด เปลี่ยนพื้นที่โรงงานที่หมดอายุเป็นพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้เฉพาะเพื่อเป็นกำแพงกันกลิ่นเป็นที่รับน้ำ เปิดพื้นที่ให้วิ่งออกกำลังกายและเป็นศูนย์เรียนรู้ ยกตัวอย่างสวนป่านิเวศอ่อนนุช จำนวน 55 ไร่
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า เราน้อมรับคำติชม โดยเชื่อว่ายังมีสิ่งที่เราทำให้ดีขึ้นได้ ที่ผ่านมา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่โรงขยะอ่อนนุชและหนองแขม ทั้งหมด 65 ครั้ง เราต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะประชาชนโดยรอบยังได้รับผลกระทบจากกลิ่นขยะ โดยขยะเป็นนโยบายที่ต่อเนื่องอยู่แล้ว โรงเผาขยะไม่ใช่ผลงานเราแต่เป็นผู้ว่าฯ กทม.สมัยก่อนทำไว้
“โครงการขยะต้องเป็นโครงการที่ทำต่อเนื่อง เพราะขยะอยู่คู่กับกรุงเทพมหานครตั้งแต่เรามีเมือง ไม่ได้กังวลอะไร ทำสถานการณ์ปัจจุบันให้ดีที่สุด ผู้บริหารชุดใหม่มาคงพิจารณาว่าอะไรเหมาะสมต่อไป แต่เชื่อว่าแนวทางที่เดินมา เรามาถูกทาง สำหรับตัวเลขปริมาณขยะปัจจุบันลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ บ้านนี้ไม่เทรวม 1.2 ล้านครัวเรือน มีสถานประกอบการเข้าร่วมแล้ว 7,308 แห่ง ลดขยะได้วันละ 1,326 ตัน และประหยัดงบประมาณได้ 973 ล้านบาทต่อปี” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว
ส่วนที่ นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ระบุว่า โรงขยะไม่ใช่ระบบปิดจริงๆ นายชัชชาติ กล่าวว่า อาจจะมีกลิ่นออกมาบ้าง ไม่ 100% แต่เชื่อว่าเราปรับปรุงขึ้นเยอะมากจากวันแรก อาจมีกลิ่นบางส่วนที่เล็ดลอดออกมาได้ เรารับฟังคำแนะนำจากทุกคนอย่างจริงจัง พยายามแก้ปัญหาให้ได้ ขอบคุณที่ช่วยชี้แนะและมีข้อกังวล เพราะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษทางกลิ่นและควันในพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ โดยเร่งรัดให้ผู้รับจ้างทุกโครงการดำเนินมาตรการปรับปรุงระบบจัดการมูลฝอยและควบคุมผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบอย่างเข้มงวด ทั้งการปรับปรุงโรงงานให้เป็นระบบปิด ติดตั้งระบบควบคุมกลิ่นและเพิ่มการตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งตลอดเวลากว่า 4 ปี กทม.ได้เร่งปลุกต้นไม้ยืนต้นในพื้นที่โรงขยะอ่อนนุชมากกว่า 50,000 ตัน โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนแล้ว ยังช่วยเพิ่มความหลากกหลายทางชีวภาพ และยังช่วยเป็นกำแพงกรองกลิ่นก่อนที่กลิ่นหรือลมจะพัดไปที่ชุมชนใกล้เคียง และในอนาคตยังมีแนวคิดพัฒนาพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ให้เป็น "ศูนย์นวัตกรรม ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน" พร้อมพัฒนาควบคู่เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กรุงเทพฯ โดยจะปรับผังพื้นที่ใหม่ทั้งระบบยกระดับบริหารจัดการและฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมถึงออกแบบให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี