533.jpg
เหยื่อแก้กรรมเปิดใจเศร้า นอนร้องไห้ทุกคืน 'เอกภพ'พาร้องกระทรวงยุติธรรม ยื่นคุ้มครองพยาน

เหยื่อแก้กรรมเปิดใจเศร้า นอนร้องไห้ทุกคืน 'เอกภพ'พาร้องกระทรวงยุติธรรม ยื่นคุ้มครองพยาน

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.01 น.

“หนุ่มนักธุรกิจ” เหยื่อพิธีอมมังกรแก้กรรม อาจารย์ดัง จ.ลำพูน รุดยื่นขอกระทรวงยุติธรรมคุ้มครองพยาน หวั่นไม่ปลอดภัยหลังออกมาเปิดโปงพฤติกรรม เหตุมีลูกศิษย์หลายแวดวง ด้าน “รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ” เตือนภัยระวังกลุ่มอ้างตัวเป็นผู้วิเศษ ฉวยโอกาสละเมิดทางเพศ ให้ใช้ดุลพินิจไตร่ตรองสถานการณ์เสี่ยง ด้าน “เอกภพ สายไหมต้องรอด” แย้มมีเหยื่อโผล่อีกเพียบ เตรียมนัดเหยื่อ น.ศ. ชายในจังหวัดเชียงใหม่ ที่เคยโดนเหมือนกัน โต้เป็นขบวนการดิสเครดิตอาจารย์ดัง แจงสนิมเกิดแต่เนื้อในตน ยันผู้เสียหายมีหลักฐานทุกอย่าง

8 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นำนายเอ (นามสมมุติ) นักธุรกิจหนุ่ม อายุ 30 ปี ผู้เสียหายถูกอาจารย์ไสยเวทย์ชื่อดังใน จ.ลำพูน  "อมมังกรแก้กรรม" เข้ายื่นหนังสือขอรับการคุ้มครองพยานเพื่อความปลอดภัย หลังเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุที่กองบังคับการปราบปราม และคาดว่าพนักงานสอบสวนเตรียมจะขออนุมัติศาลออกหมายจับในเร็วๆนี้ จึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เพราะผู้ก่อเหตุมีลูกศิษย์จำนวนมากทุกสาขาอาชีพทั้งดารา นักแสดง พิธีกร ข้าราชการทหาร ตำรวจ จึงประสงค์ร้องขอให้ทางกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ช่วยคุ้มครองพยาน โดยมี นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิฯ นางบุญภาดา พึ่งบุญ ณ อยุธยา อรุณเบิกฟ้า ผอ.กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ นายปฐมพร  โรจน์เรืองแสง นักวิชาการยุติธรรมชำนาญการ และนายชนะชัย วรรณษา ผอ.สำนักงานคุ้มครองพยาน ร่วมรับเรื่องร้องทุกข์


 

โดย นายเอ (นามสมมติ) นักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ปี ผู้เสียหายในคดี เล่าว่า กรณีที่ตนมาร้องขอให้กระทรวงยุติธรรมคุ้มครองพยาน เนื่องมาจากทางอาจารย์คนดังกล่าวมีลูกศิษย์เกือบ 100,000 คน ที่อยู่ในกลุ่ม Facebook อีกทั้งยังมีลูกศิษย์ที่เป็นคนใหญ่คนโต เป็นแพทย์ เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และบ้างก็เป็นดาราศิลปินอีกด้วย ซึ่งค่อนข้างมีผู้คนศรัทธาจำนวนมาก และหากย้อนไปตอนที่ตนเข้าพบกับอาจารย์คนดังกล่าว ก็ต้องมีการกรอกชื่อสกุล เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ ซึ่งก็เป็นที่อยู่ปัจจุบันที่ตนอยู่จริงๆ จึงเป็นข้อกังวลว่าอาจจะมีคนมาคุกคามข่มขู่ หรือมาข้องเกี่ยวได้ เพราะตอนนี้แม้ว่าจะยังไม่มีใครมีพฤติกรรมชัดเจนแบบนั้น แต่บ้านของตนก็มีพ่อแม่ที่สูงอายุเกินกว่า 70 ปี พักอาศัยอยู่ด้วย ก็กังวลในเรื่องนี้มาก เพราะหลังจากเป็นข่าวมันก็ค่อนข้างมีผลกระทบต่อจิตใจเราพอสมควร ตอนกลางคืนตนยังนอนร้องไห้กับแม่ ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรเลย

"ผมเคยคิดที่อยากจะฆ่าตัวตาย แต่เชื่อว่าหากทำไปแล้ว มันก็จะเป็นบ่วงกรรมให้ต้องกระทำซ้ำแบบนั้นไปถึง 500 ชาติ พอคิดได้เช่นนี้ ก็เลือกที่จะไม่ทำร้ายตัวเอง และนอกจากนี้ การที่ผมเลือกที่จะเปิดโปงข้อเท็จจริง ก็เพราะว่าอาจารย์คนนี้มีการเอาศาสตร์มาบังหน้า และเชื่อว่ามีการทำมาหลายครั้งแล้ว หากผมไม่ออกมาเริ่มพูดในวันนี้ เขาก็อาจไปก่อเหตุกับคนอื่นอีกได้ เท่าที่เห็นจากข่าวก็น่าจะเกิน 5-6 ครั้งได้ หรืออาจจะถึง 10 ครั้งด้วยซ้ำ" นายเอ(นามสมมติ) กล่าว

ส่วนกรณีที่เพจ Facebook ของสำนักอาจารย์ได้มีการออกมากล่าวอ้างว่ามีขบวนการจะทำลายดิสเครดิตชื่อเสียงของอาจารย์นั้น นายเอ (นามสมมติ) กล่าวว่า ตนอยากชี้แจงในวันที่ตนเข้าไปปรึกษา ตนไม่รู้จักอาจารย์เขามาก่อนด้วยซ้ำ แต่แม่ของตนเป็นคนแนะนำให้ไปหาเอง เพราะตนประสบปัญหา"โรคปวดหัวคลัสเตอร์"มานาน รักษากับแพทย์โรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกใดก็ไม่หาย พอแม่ตนแนะนำเช่นนั้น จึงได้มีโอกาสไปพบอาจารย์ มันจึงไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่คนไม่รู้จักกัน จะต้องไปดิสเครดิตชื่อเสียงใคร เพราะหากได้เข้าไปรักษากับอาจารย์ มันก็คงไม่มีอะไรเสียหายอย่างที่แม่บอก แต่เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ตนก็อยากให้ดำเนินการอย่างถึงที่สุด เพราะเขาคือภัยสังคมแล้ว หากสำนักยังมีการเปิดให้บริการอยู่ และยังมีคนหลงเชื่อไปใช้บริการ ตนจึงขอเป็นคนสุดท้ายที่จะต้องถูกกระทำแบบนี้ ตนไม่อยากให้ใครต้องโดนแบบตนอีกแล้ว

 

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เสริมว่า สถานะทางคดีล่าสุดทราบว่าทางพนักงานสอบ สวนได้มีการเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อที่จะเอาผู้กระทำความผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เนื่องจากวานนี้ ทางพนักงานสอบสวนก็ได้มีการสอบปากคำผู้เสียหายไปหลากหลายประเด็น สอบเสร็จตอนประมาณเวลา 22.00 น. ซึ่งทราบว่าคณะพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมหลักฐานอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม นอกจากผู้เสียหายรายนี้แล้ว ก็ยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ร้องทุกข์มายังตนให้รับทราบ มีทั้งหลักฐานที่เป็นคลิปเสียง ไหนจะพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายถูกกระทำทางเพศนอกตัวอาคารอีกด้วย ตนจึงขอให้ผู้เสียหายรีบเข้าแจ้งความ ซึ่งตนจะได้ประสานให้เขาเข้ามาแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งก็ทราบว่ามีผู้เสียหายบางรายที่ประสงค์มาเป็นพยานให้กับนายเอ ผู้เสียหายด้วย ส่วนกรณีที่อ้างว่าการออกมาเปิดโปงเป็นการทำลายชื่อเสียงไม่หวังดีนั้น นายเอกภพ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าผู้เสียหายเขามีพยานหลักฐาน หากลูกศิษย์คนไหนไม่เชื่อก็สามารถมาดูคลิปวิดีโอได้ เพราะมันคือการบันทึกเหตุการณ์ไว้จริง มีการกระทำละเมิดทางเพศจริง ไม่มีหรอกคนที่ไม่หวังดี เพราะอะไรที่มันไม่ตรง มันก็จะล้มด้วยตัวของมันเอง เหมือนประโยคที่บอกว่าสนิมเกิดแต่เนื้อในตน

นายเอกภพ เล่าว่า มีเคสหนึ่งซึ่งเป็นนักศึกษาชายอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่นั้น อาจารย์ได้เขียนชื่อเขาให้ไปแก้กรรม จากนั้นก็มีคนแปลกหน้ามาหาผู้เสียหาย ซึ่งนักศึกษาชายรายนี้เล่าว่าที่บ้านคล้ายมีคนมาคุกคาม โดยมาบอกว่าเขาเป็นเจ้ากรรมนายเวร ให้ไปแก้กรรมและเอาคนแก่ไปกราบขอขมาที่บ้านเขา ซึ่งผู้เสียหายก็รู้สึกไม่โอเค จนกระทั่งผู้เสียหายนักศึกษาชายรายนี้ได้ตัดสินใจไปหาอาจารย์รายนี้ที่สำนัก เพื่อไปขอทราบข้อเท็จจริง ว่าทำไมคุณถึงให้คนมากราบไหว้เขาเยอะแยะ แต่อาจารย์รายนี้ก็บอกว่า ทางผู้เสียหายเป็นเจ้ากรรมนายเวรของคนที่มาไหว้  อ้างว่าเห็นในนิมิต ซึ่งทางผู้เสียหายรายดังกล่าวไม่โอเคเป็นอย่างมาก และเมื่อนักศึกษาชายรายนี้จึงไปพบที่สำนัก และอาจารย์ก็มีลักษณะจะก่อเหตุคล้ายกับที่นายเอโดนเช่นกัน ซึ่งหลังจากนี้ตนจะได้นัดผู้เสียหายนักศึกษาชายรายนี้มาพูดคุยเรื่องรายละเอียดต่อไป

 

ส่วน นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ระบุว่า สำหรับเคสนี้เราจะดูแลให้ผู้เสียหายใน 2 เรื่องหลัก คือ การเยียวยาผู้เสีย ซึ่งจะได้มีการรับเรื่องและคณะอนุกรรมการฯ จะได้พิจารณาโดยด่วนตามวาระ ส่วนอีกประการคือเรื่องการคุ้มครองพยานในคดี เพราะถ้าหากมีการประเมินแล้วพบว่าผู้เสียหายไม่ได้รับความปลอดภัย หรือสุ่มเสี่ยงจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นการข่มขู่คุกคามพยาน เจ้าหน้าที่จะรีบให้การคุ้มครองทันที ขอให้ผู้เสียหายมั่นใจไม่ต้องเป็นกังวล 

ทั้งนี้ จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น ด้วยความที่ในสังคมปัจจุบันนี้มีผู้วิเศษเกิดขึ้นมากมาย และอาจฉกฉวยโอกาสมากระทำความผิดในเรื่องเพศนั้น ตนอยากให้ทุกท่านที่กำลังทุกข์ทางใจ และเข้าหาผู้วิเศษเหล่านี้ต้องตั้งสติทุกครั้ง เพราะบางทีอาจมีเรื่องสุ่มเสี่ยงถูกล่วงละเมิดได้ จึงขอให้ท่านพึงระลึกและตระหนักว่าสถานการณ์ที่อยู่ในตอนนั้นมันเข้าข่ายจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีหรือไม่ อีกทั้งต้องยอมรับว่าผู้เสียหายมักจะไม่กล้าเปิดเผยเรื่องราว เพราะด้วยความหวาดกลัว แต่ตนต้องขอบคุณอีกหลากหลายท่านที่กล้าออกมาเปิดโปง เพื่อเป็นการป้องปรามให้สาธารณะชนได้รับรู้ ว่ามันมีเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ จะได้ออกมาเตือนสังคมให้ระวังมากขึ้น และถ้ามีพฤติกรรมเช่นนี้ของคนกลุ่มใด ก็อย่าเข้าไปยุ่งข้องเกี่ยว 

สำหรับในส่วนของผู้ที่กระทำความผิดทางกระบวนการยุติธรรม หากเอาคนผิดมาลงโทษได้ก็เป็นส่วนหนึ่งเช่นเดียวกัน จึงขอให้ผู้เสียหายหากเกิดขึ้นกับตนเองให้รีบเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อเป็นการระงับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าได้ อย่างไรก็ดี ตนเชื่อว่าทุกท่านมีวิจารณญาณ แม้ว่าในมุมมองนี้ผู้วิเศษอาจจะเป็นเรื่องของความสบายใจเมื่อท่านมีทุกข์ใจจึงอยากขอรับคำปรึกษา และมีใครมาชี้ทางให้คำแนะนำก็อาจเชื่อ แต่ก็อยากให้พิจารณาว่าแท้จริงแล้วของแบบนี้มีจริงหรือไม่ ก็อาจจำเป็นต้องใช้ดุลพินิจด้วย

 

ด้าน นายชนะชัย วรรณษา ผอ.สำนักงานคุ้มครองพยาน กล่าวว่า กรณีที่ผู้เสียหายมีความเป็นกังวล สำนักงานคุ้มครองพยาน จะไม่ปล่อยให้เกิดการข่มขู่คุกคามเกิดขึ้นกับตัวผู้เสียหายอย่างแน่นอน โดยเราจะประสานกับตำรวจท้องที่ที่พักอาศัยของผู้เสียหายเพื่อจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัย ส่วนในเรื่องของการดำเนินคดีเราจะได้ประสานกับพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนเพื่อพิจารณาเรื่องการไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย และนอกจากนี้ ก็จะได้ดูแลเรื่อง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559) ให้ด้วย

ส่วน นายปฐมพร โรจน์เรืองแสง นักวิชา การยุติธรรมชำนาญการ กล่าวว่า สำหรับการพิจารณาเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญานั้น ทางผู้เสียหายก็ได้มีการนำส่งเอกสารบางส่วนแล้ว แต่ยังเหลือเอกสารในเรื่องของการตรวจร่างกายเพิ่มเติมที่จะต้องนำส่งให้เราต่อไป ซึ่งกรณีนี้เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดลำพูน ทางเราจะได้มีการรับคำขอเรื่องการรับเงินเยียวยานี้ทั้งหมด และจะได้ส่งเรื่องให้กับคณะอนุกรรมการฯ จังหวัดลำพูน เพื่อพิจารณาคำร้องต่อไป และถ้าหากมีผู้เสียหายรายอื่นเช่นเดียวกัน ท่านก็สามารถยื่นคำร้องมายังยุติธรรมจังหวัดในพื้นที่ของท่านได้ หรือจะมายื่นกับส่วนกลางกระทรวงยุติธรรมก็ได้ หรือท่านอาจจะประสานพนักงานสอบสวนที่ท่านไปร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อยื่นคำขอมายังกระทรวงยุติธรรมก็ได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ การยื่นคำขอรับการเยียวยานั้น จะต้องยื่นภายในระยะเวลาเกิดเหตุไม่เกินหนึ่งปี เพราะว่าเจ้าหน้าที่จะต้องรีบรวบรวมข้อมูลและยื่นคำขอเสนอเรื่องให้กับคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดได้พิจารณาโดยเร็ว ซึ่งในทางคดี ก็ต้องนับตั้งแต่วันที่ผู้เสียหายทราบเรื่องของการถูกกระทำดังกล่าว แต่ไม่ต้องเป็นกังวลว่าหากเรื่องผ่านไปนาน แล้วอยากจะร้องทุกข์กล่าวโทษขอรับการเยียวยา ขอให้ท่านได้ยื่นคำขอเข้ามาก่อน เพราะว่าทางคณะอนุกรรมการจะพิจารณาเป็นรายบุคคลอยู่แล้ว อีกทั้งเป็นความผิดเกี่ยวกับเพศ ในการพิจารณาก็จำเป็นต้องต้องใช้เอกสารหลักฐานทางคดีประกอบด้วย อย่างไรก็ดี คณะอนุกรรมการจะใช้เวลาประมาณ 21 วัน ในการประชุมหารือเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียหาย ซึ่งคณะอนุกรรมการในทุกจังหวัดจะประชุมกันเดือนละครั้งอยู่แล้ว จึงขอให้ทางผู้เสียหายได้ยื่นเอกสารให้ครบถ้วนตามขั้นตอนก็พอ ส่วนในเรื่องของการคุ้มครองพยาน ทางสำนักงานคุ้มครองพยานสามารถดำเนินการได้ทันทีอยู่แล้ว ขอให้ผู้เสียหายมั่นใจ

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top