Logo วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
มูลนิธิ FIA - AIP ผนึกกำลังภาคีร่วมผลักดันโครงการ Safeguard : Helmet Advocacy Initiative

มูลนิธิ FIA - AIP ผนึกกำลังภาคีร่วมผลักดันโครงการ Safeguard : Helmet Advocacy Initiative

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.09 น.
Tag : หมวกนิรภัย Safeguard มูลนิธิAIP มูลนิธิFIA
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ส่งเสริมผู้ใช้รถจักรยานยนต์เข้าถึงหมวกนิรภัยที่มีคุณภาพและปลอดภัย เผยการประเมินชี้หากดำเนินโครงการอย่างครอบคลุมใน 3 ปี ช่วยชีวิตคนได้ 1,162 ราย ประหยัดงบ 1.89 แสนล้านบาท และป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะกว่า 60,000 ราย

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ รร.แกรนด์ เมอร์เคียวฯ กรุงเทพ - มูลนิธิ FIA Foundation และมูลนิธิ AIP Foundation ร่วมกับหน่วยงานภาคีจัดงานแถลงข่าวและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โครงการ Safeguard : ยกระดับมาตรการหมวกนิรภัยผ่านแนวคิด Safe System (Safeguard Press Conference and Sharing Forum: Multi-stakeholder Dialogue on Helmet Initiatives under the Safe System Approach) พร้อมบันทึกภาพการแสดงพลังเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนมาตรการหมวกนิรภัย โดยมี นายนิกร จํานง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงานฯ  มีผู้แทนจากกระทรวงและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สถาบันวิจัย ภาคเอกชน องค์กรภาคประชาสังคม รวมถึงสื่อมวลชนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หาแนวทางป้องกันและลดการบาดเจ็บเสียชีวิตจากอุบัติเหต รถจักรยานยนต์ในประเทศไทย     


นางสาวแอกกี้ คราสโนลัคกา ผู้อำนวยการโครงการ มูลนิธิเอฟไอเอ กล่าวว่า โครงการ Safeguard  เป็นความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ซึ่งรวมถึงมูลนิธิเอฟไอเอ (FIA Foundation) และมูลนิธิเอไอพี (AIP Foundation) ที่ได้เปิดตัวแผนปฏิบัติการร่วม พ.ศ. 2569–2571 เพื่อประสานช่องว่างนโยบายกับความสอดคล้องในทางปฏิบัติจริง

“การสวมหมวกนิรภัยที่มีคุณภาพและสวมใส่อย่างถูกต้อง เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรักษาชีวิตผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ถึง 6 เท่า และลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บศีรษะอย่างรุนแรงได้มากกว่าร้อยละ 70 แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายบังคับใช้หมวกนิรภัย แต่จำเป็นต้องมีการสื่อสาร การนำไปปฏิบัติ และการบังคับใช้อย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบนท้องถนน” นางสาวแอกกี้ กล่าว  

แผนปฏิบัติการนี้สร้างขึ้นตาม 4 ยุทธศาสตร์หลักซึ่งระบุจากการวิเคราะห์สถานการณ์ภาพรวมโดยมูลนิธิเอไอพี ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานหมวกนิรภัย การเฝ้าระวังตลาด การบังคับใช้กฎหมาย และการสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะ กิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย  1. ส่งเสริมการใช้หมวกนิรภัยที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน 2. จัดตั้งคณะทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเพิ่มศักยภาพการตรวจตลาด และสร้างต้นแบบฐานข้อมูลกลางเพื่อติดตามการปฏิบัติตามกฎระเบียบและสกัดหมวกนิรภัยที่ไม่ได้มาตรฐาน 3. ส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายสวมหมวกนิรภัยตามรูปแบบ “เตือนก่อนปรับ” โดยจัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOPs) และบูรณาการข้อมูลเพื่อติดตามและประเมินผลกระทบของการบังคับใช้  และ 4. ส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้ที่สามารถขยายผลและบูรณาการได้   

ทั้งนี้ หากดำเนินการได้สำเร็จ ผลการคาดการณ์ระดับชาติ 3 ปี (2569–2571) คาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ  ประหยัดต้นทุนทางเศรษฐกิจสะสม 189,750 ล้านบาท  ลดการบาดเจ็บที่ป้องกันได้หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บศีรษะ 62,954 ราย รักษาชีวิต 1,162 ราย นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพิ่มอัตราการสวมหมวกนิรภัยของผู้ขับขี่จากร้อยละ 52 เป็นร้อยละ75 และผู้โดยสารจากร้อยละ 21 เป็นร้อยละ 50

นางรัตนวดี วินเธอร์ ประธานมูลนิธิ AIP Foundation ประเทศไทย กล่าวว่า  โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเปลี่ยนจากข้อเสนอเชิงนโยบายบนกระดาษไปสู่ผลกระทบมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อเศรษฐกิจของเรา และที่สำคัญยิ่งกว่าคือต่อครอบครัวของเรา การทำให้ผู้ใช้ถนนสวมหมวกนิรภัยที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ เป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพและปฏิบัติได้จริงในการรักษาชีวิตบนท้องถนนของประเทศไทย

ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 83 ของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทั้งหมด และร้อยละ 79 ของผู้เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์เป็นการบาดเจ็บศีรษะ แต่อัตราการสวมหมวกนิรภัยยังคงหยุดนิ่งที่ประมาณร้อยละ 44 ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา 

โมเดลการคาดการณ์ โดย รศ.ดร.มนสิการ กาญจนะจิตรา สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จากการประเมินมูลค่าความสูญเสียของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ให้เห็นถึงภาระทางการเงินอันมหาศาลจากโศกนาฏกรรมที่สามารถป้องกันได้ โดยอิงมาตรฐานที่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อปี 2569 ต้นทุนต่อการเสียชีวิต 1 ราย ประเมินไว้ที่ 8.84 ล้านบาท ขณะที่การบาดเจ็บสาหัสแต่ละรายสร้างความเสียหายแก่ประเทศประมาณ 2.65 ล้านบาท 

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานเร่งด่วนในจังหวัดขอนแก่นและชลบุรี ซึ่งเป็นโครงการเริ่มต้นด้วยระยะการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นในระยะสั้นระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2569 ในจังหวัดขอนแก่นและชลบุรี โครงการนำร่องระยะ 90 วันนี้ คาดว่าจะป้องกันการบาดเจ็บศีรษะได้ 185 ราย และประหยัดต้นทุนทางเศรษฐกิจได้ 537 ล้านบาท และสามารถเป็นต้นแบบเพื่อการขยายผลระดับชาติ

ทั้งนี้ โครงการ Safeguard เน้นย้ำว่าการปรับปรุงอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมีการดำเนินการที่ประสานกันในด้านกฎระเบียบ การผลิต และการจัดจำหน่าย เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์การอนามัยโลกในการลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลงร้อยละ 50 ภายในปี 2573 ประเทศไทยกำลังวางตำแหน่งตนเองเพื่อพลิกโฉมถนนจากหนึ่งในประเทศที่อันตรายที่สุดในโลก สู่ต้นแบบของการสัญจรที่ปลอดภัยและยั่งยืน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา

ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร

ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved