วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
รั้วแรกมาแล้ว
เสริมปึ้กแนวชายแดน
ประเดิมยาว1.3กิโลฯ
“สีหศักดิ์” ชี้เขมรกระพือข่าว หวังได้เปรียบ ยันไทยไม่เคยตกลงประนอมข้อพิพาทใดๆ ขอให้มั่นใจว่าไทยไม่เสียเปรียบแน่นอน ย้ำเป้าหมายฟื้นฟูความสัมพันธ์ กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจก่อน ด้านหน่วยความมั่นคง กองทัพรุกสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.จันทบุรี ระยะทาง 1.3 กิโลฯ เสริมความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่สำนักข่าวกัมพูชา เผยแพร่ข่าวที่ว่าฝ่ายไทย ตกลงจะเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) กรณีการอ้างสิทธิทับซ้อนในพื้นที่ทางทะเล ว่าการเจรจาภายใต้กรอบอนุสัญญากฎหมายทะเล ภายหลังการยกเลิก MOU44 จะต้องมีการเจรจาภายใต้กรอบของอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายของทะเล ซึ่งมีหลายขั้นตอน และวิธีการหลักที่ควรใช้คือการเจรจาระหว่างสองฝ่ายให้ถึงที่สุดก่อน
“หากตกลงกันไม่ได้ จึงค่อยพิจารณากลไกอื่นๆ ภายใต้อนุสัญญา เช่น กลไกการประนีประนอมภาคบังคับ ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องตกลงยินยอมร่วมกัน โดยลักษณะของกลไกและท่าทีของกัมพูชา ผลที่ได้จากกลไกเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องปฏิบัติตามในทันที แต่เป็นเพียงการเสนอแนะแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหา จึงไม่มีเรื่องที่น่ากังวล” นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ฝ่ายกัมพูชามีท่าทีอยากจะได้ผลลัพธ์บางอย่าง และมักจะมีการสรุปความเห็นไปก่อนที่จะเริ่มการพูดคุยกัน ซึ่งอาจเป็นสไตล์การเจรจาของเขา เพื่อให้ตนเองได้เปรียบ การพยายามแถลงฝ่ายเดียวเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และกระบวนการใหม่ภายใต้กรอบอนุสัญญากฎหมายทะเล ควรเริ่มต้นด้วยความใจกว้างและมีความจริงใจต่อกัน
“การพบปะกันระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ไทย และนายฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา เป็นเพียงการพูดคุยกัน และยังไม่มีการให้คำมั่น (Commit) ใดๆ โดยฝ่ายไทยระบุว่าก่อนจะไปถึงจุดของการประชุมเรื่องเขตแดนทางบก หรือการปักปันเขตแดน จะต้องมีการสร้างความไวเนื้อเชื่อใจ (Trust) ต่อกันก่อน ซึ่งในขณะนี้ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น” นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขอยืนยันให้ประชาชนมั่นใจว่าการเจรจาจะไม่มีทางทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบแน่นอน และย้ำว่าเป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ไม่ใช่การพูดคุยเพื่อให้อีกฝ่ายนำไปอ้างว่าเป็นชัยชนะของตน เพราะหากเริ่มต้นด้วยทัศนคติเช่นนั้น ก็ไม่สามารถก้าวหน้าต่อไปได้
“ไทยมีความเปิดกว้างและจริงใจมาโดยตลอด แต่ความจริงใจจากฝ่ายกัมพูชา ยังไม่ชัดเจน และควรหันมาคุยกันในลักษณะเพื่อนบ้าน ไม่ควรมุ่งสร้างความได้เปรียบหรือบิดเบือนผลของการหารือเพื่อประโยชน์ฝ่ายตน แต่ควรปรับแนวทางการทำงานร่วมกันใหม่ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด” นายสีหศักดิ์ กล่าว
ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า กองทัพไทย เดินหน้าก่อสร้างรั้วแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนหลัก ในหลักเขตที่ 52-54 อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ระยะทางประมาณ 1,310 เมตร เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ราบ มีแนวเขตแดนชัดเจน ทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา มีถนนตรวจการณ์ตลอดแนวชายแดน การก่อสร้างรั้วครั้งนี้ใช้โครงสร้างที่แข็งแรง ได้มาตรฐาน ความสูงรวมประมาณ 170 เซนติเมตร มีการลงเสาเข็มและเทคานคอนกรีตอย่างแน่นหนา โดยเว้นระยะเสาแต่ละต้นประมาณ 3 เมตร ใช้เสารวมราว 900-1,000 ต้น
ส่วนโครงสร้างด้านบนได้ใช่แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป วางสูงจากพื้นประมาณ 150 เซนติเมตร และด้านบนเสริมตาข่ายเหล็ก ที่มีความคงทนแข็งแรงสูง อีกประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจการณ์และดูแลความปลอดภัยตามแนวชายแดน
แหล่งข่าว ระบุด้วยว่า ในระหว่างการดำเนินงานพบอุปสรรคบ้างเป็นระยะ เนื่องจากทหารกัมพูชาบางส่วน เข้ามาสังเกตการณ์และบันทึกภาพการก่อสร้าง แต่ฝ่ายไทยยืนยันชัดเจนว่าการดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และเป็นสิทธิในการดูแลพื้นที่ของประเทศตนเอง
สำหรับโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนระยะแรก กองทัพไทยตั้งเป้าแล้วเสร็จภายใน 45 วัน หลังจากเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 และยังคงเร่งก่อสร้างอย่างต่อเนื่องทุกวัน ทั้งนี้ การก่อสร้างรั้วชายแดนไม่ได้เป็นเพียงการสร้างแนวกั้นทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน เพื่อให้ประเทศชาติ คงไว้ซึ่งความสงบสุขและความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวกัมพูชาจำนวนมาก ได้นำภาพการก่อสร้างรั้วชายแดนของไทย ซึ่งถูกบันทึกภาพโดยทหารกัมพูชา ไปเผยแพร่ต่อบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก อย่างกว้างขวาง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี