533.jpg
เปิดเทอมนี้มีเฮ! ‘ประเสริฐ’ สั่งลุย ลดงานครู-เลิกบังคับชุดลูกเสือจัดเต็ม

เปิดเทอมนี้มีเฮ! ‘ประเสริฐ’ สั่งลุย ลดงานครู-เลิกบังคับชุดลูกเสือจัดเต็ม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.54 น.

“ประเสริฐ” เร่งติดตามควิกวินนโยบาย 5 ด้าน เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้โรงเรียน ครู บุคลากร สลช.ย้ำไม่ต้องใส่เครื่องแบบลูกเลือใช้ชุดลำลองร่วมกิจกรรมได้ขอให้มีเพียงผ้าผูกคอและหมวก

14 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษก ศธ.,และผู้บริหารระดับสูงศธ.พร้อมหน่วยงานในกำกับเข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ


นายประเสริฐ กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องสำคัญ นอกจากติดตามงานปกติแล้ว ก็ได้ติดตาม Quick win ตามนโยบาย 5 ด้านของ ศธ. ที่จะเร่ง ดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเดินหน้า นโยบาย “ลดภาระงานครู” อย่างจริงจัง รับเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2569 โดยกำชับทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พร้อมมอบหมายให้ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. ติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

นายประเสริฐ กล่าวว่า นอกจากการติดตามงานตามปกติแล้ว ที่ประชุมยังได้พิจารณาเรื่องสำคัญ 2 เรื่องคือ นโยบาย Quick win ที่ได้ประกาศไป 5 ด้าน โดยตนได้สั่งการให้ทำข้อสรุปในวันที่ 27 พ.ค.นี้  เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้กับโรงเรียนต่างๆ ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ทราบถึงวิธีการ ว่า Quick win ที่ ศธ.ต้องการนั้นเป็นอย่างไร เช่น การลดภาระครู มีอะไรบ้าง ลดความเหลื่อมล้ำมีอะไรบ้าง ความปลอดภัยในสถานศึกษามีอะไรบ้าง เป็นต้น ส่วนเรื่องที่ 2 สืบเนื่องจาก พระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท มีผลบังคับใช้แล้ว และประกาศในราชกิจจาฯแล้ว  ในเรื่องนี้มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการอยู่ 2 เรื่อง ซึ่งเงินนี้มีอยู่ 2 ก้อน คือ ก้อนแรก 2 แสนล้านบาท  เป็นเงิน ที่ใช้ช่วยเหลือแก้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและเกษตรกร  อีก 2 แสนล้านบาท ใช้ในเรื่องการสร้างทักษะ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจไปสู่การแข่งขันในระยะยาว  ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคน ทั้งดำเนินการเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน  การศึกษาด้านอาชีพ หรืออาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งกระทรวงศึกษาจะนำภารกิจเหล่านี้มาแปลงเป็นนโยบาย เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ  ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระของพลังงาน ซึ่งเงินก้อนที่ 2 นี้จะนำมาใช้ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และเกิดการแข่งขันในระยะยาว  

“ส่วนเรื่องการลดภาระครู จะเอาข้อมูลมากางดูว่า ครูมีภาระงานอะไรบ้างนอกจากการเรียนการสอน เพื่อดูว่าจะสามารถลดภาระงานอะไรได้บ้าง  รวมถึงการผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI เข้ามาช่วยงานด้านเอกสาร รายงาน และงานธุรการ เพื่อลดภาระงาน ลดเวลาในการทำงานเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของครู และเมื่อลดภาระให้ครูแล้วก็จะนำ KPI วัดความสำเร็จด้วย  และหลังจากนโยบายนี้ออกไปแล้ว เราต้องหาคำตอบด้วยว่า เราสามารถลดภาระครูได้กี่เปอร์เซ็น และเมื่อลดภาาะครูแล้วเราก็หวังว่าจะได้ผู้เรียนที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงขึ้น 

นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มอัตรากำลัง และจะมีการปรับเปลี่ยนการบริหารงานภายในของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เช่น จะเอาตำแหน่งครูที่ว่างมาปรับเปลี่ยนเป็น 38 ค เพื่อให้สามารถทำหน้าที่อื่นได้  ส่วนโรงเรียนเอกชนก็ให้มีการเบิกจ่ายตรงได้ เพื่อลดขั้นตอน ทั้งนี้ ให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายในปี 2569นี้“ รมว.ศธ. กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากใกล้เปิดภาคเรียนแล้ว ตนได้สั่งการให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สั่งการไปให้ทุกโรงเรียนทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรองรับนักเรียนช่วงเปิดเทอม โดยเฉพาะความพร้อมเรื่องอาคารสถานที่เรียน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการสำรวจเรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากช่วงนี้มีเหตุวาตะภัย พายุฝนตกหนักบางพื้นที่ ดังนั้น หากโรงเรียนใดประสบปัญหาก็ให้แจ้งโดยด่วนเพื่อหาทางแก้ไข  อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีรายงานเข้ามา ว่าโรงเรียนใดมีปัญหาเรื่องการส่งหนังสือเรียนให้กับนักเรียนไม่ทันเปิดเทอม

“กระทรวงศึกษาฯมีนโยบายหลายอย่างเพื่อจะลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในยุคที่น้ำมันมีราคาแพง และได้มีข้อซักถามถึงแนวทางปฏิบัติเข้ามาโดยเฉพาะเรื่องของเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ว่า นักเรียนต้องใส่อย่างไร จึงจะไม่ขัดกับข้อกำหนดของโรงเรียน ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจตนจึงขอให้ผู้บริหารที่ดูแลสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นผู้ชี้แจง“ 

นายวรัท พฤกษทวีกุล รองปลัด ศธ. และเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ(สลช.) ชี้แจงถึงแนวปฏิบัติการแต่งชุดลูกเสือ เนตรนารี  ว่า  ตามกฎหมายกำหนดว่าลูกเสือต้องแต่งเครื่องแบบ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้มีสองมุม มุมแรกห่วงเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อผู้ปกครอง จึงมีการเรียกร้องให้ผ่อนปรนการแต่งเครื่องแบบลูกเสือ  ส่วนอีกมุมหนึ่ง โรงเรียนที่มีความพร้อมที่จะแต่งเครื่องแบบลูกเสือ ไม่มีปัญหาเรื่องเครื่องแบบ  ดังนั้น รมว.ศธ. จึงได้มอบหมายให้ สลช.ไปดำเนินการวิเคราะห์ผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม  ปีที่ผ่านมา สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้มีหนังสือซักซ้อมแจ้งไปยังโรงเรียนเกี่ยวกับกาาแต่งเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี แล้ว ในการจัดกิจกรรมฝึกอบรมลูกเสือในโรงเรียน ว่า อนุโลมให้ใช้เครื่องแบบลำลองในการฝึกอบรมในโรงเรียนได้  รวมถึงการอยู่ค่ายพักแรม กิจกรรมเดินทางไกล หรือกิจกรรมในชุมชน  โดยเครื่องแบบลำลอง คือ ให้มีผ้าผูกคอ และหมวกลูกเสือแต่ละประเภท เพื่อแสดงความเป็นลูกเสือเท่านั้น ส่วนชุดที่สวมอาจจะเป็นชุดนักเรียน ชุดกีฬา หรือ ชุดอะไรก็ได้ที่โรงเรียนกำหนด  ซึ่งจากที่สั่งการไปตั้งแต่ปีที่ผ่านมาโรงเรียนก็เข้าใจและดำเนินการตามที่ สลช.สั่งการ  ส่วนการแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยเครื่องแบบลูกเสือนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นการพิจารณาร่วมกันของ สลช.กับ คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ แต่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้ และทันใช้ในภาคเรียนที่ 2 นี้อย่างแน่นอน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top