533.jpg
ลุยล้างบาง! ดีเอสไอ รับสืบสวนบริษัทนอมินี มูลค่า 100 ล้านบาท เกาะสมุย-เกาะพะงัน

ลุยล้างบาง! ดีเอสไอ รับสืบสวนบริษัทนอมินี มูลค่า 100 ล้านบาท เกาะสมุย-เกาะพะงัน

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.27 น.

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยภายคืบหน้ากรณีที่ได้ไปร่วมประชุมกับอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถึงเรื่องบริษัทและนิติบุคคล จำนวน 34 แห่ง บนเกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่อาจมีพฤติการณ์เข้าข่ายจะเป็นบริษัทนอมินี ใช้คนไทยบังหน้าอำพรางการทำธุรกรรม ว่า สำหรับความผิดในเรื่องนอมินี ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ. 2542 เราได้ไปประชุมร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  และได้รับการประสานข้อมูลจำนวนบริษัทที่มีสินทรัพย์รวมกว่า 100 ล้านบาท มาทั้งสิ้น 34 บริษัท แต่ว่าทางกองคดีความมั่นคงของดีเอสไอ ได้ไปดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่า มีบริษัท 21 บริษัท ที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 100 ล้านบาท จึงได้มีการตั้งเรื่องสืบสวนไว้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างแสวงหาพยานหลักฐาน แต่ตอนนี้ก็พบข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเข้าข่ายเป็นนอมินีได้ แต่เราก็ต้องตรวจสอบ 2 เรื่องประกอบกัน คือ 1.บริษัทนั้น ๆ ได้ประกอบธุรกิจต้องห้ามตามแนบท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ และ 2.บริษัทนั้น ๆ มีสัดส่วนการถือหุ้นของต่างด้าวตั้งแต่ 50% ขึ้นไป เนื่องจากพฤติการณ์การเป็นบริษัทนอมินี มันคือการให้คนไทยไปถือหุ้นแทนคนต่างด้าว 

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวอีกว่า สำหรับบริษัททั้ง 21 แห่ง ที่เราพบว่าบางส่วนมีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นบริษัทนอมินีนั้น มีทั้งการประกอบกิจการรีสอร์ต โรงแรม ร้านอาหาร และอีกจำนวนมาก เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นกิจการที่อยู่ในแนบท้ายบัญชีต้องห้ามของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่ก็ย้ำว่าเราต้องพิสูจน์ให้ได้ทั้งสองประเด็น ว่าในบริษัทนั้นมีคนไทยไปมีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าวจริงหรือไม่ ซึ่งก็ต้องพิสูจน์หลายหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพของคนไทยที่ไปถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรืออำนาจในการบริหารบริษัทเป็นอย่างไร หรือการออกทุนเงินทุนนั้น คนไทยที่ถือหุ้นเป็นผู้ออกทุนชำระเอง หรือมีบุคคลใดอื่นมาชำระแทนคนไทยที่ถือหุ้นหรือไม่ ซึ่งมันต้องใช้เวลาในการตรวจสอบหลายประเด็น


ต่อข้อถามว่าปกติแล้วรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัท 1 ราย มักมีชื่อไปปรากฏในหลากหลายบริษัท ที่ค่อนข้างมีความเชื่อมโยงกัน เหมือนลักษณะเป็นการถือหุ้นไขว้กัน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยอมรับว่าผู้ถือหุ้นในบริษัทนอมินี มักมีพฤติกรรมในลักษณะนั้นจริง ซึ่งมันก็เป็นข้อมูลที่บ่งชี้ได้ว่าเป็นนอมินี เพราะบางทีศักยภาพของคนที่ถือหุ้นรายนั้น และยังถือหุ้นในหลากหลายบริษัทพร้อมเพรียงกัน เราก็ต้องไปดูฐานะอาชีพของเขา ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะถือหุ้นในหลายบริษัทพร้อมกัน แต่การพิสูจน์จำเป็นต้องใช้ข้อมูลหลายอย่างประกอบกัน ทั้งนี้ เราจะได้ย้อนหลังไปตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทด้วย ว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีการอนุญาตให้จดจัดตั้งทะเบียนบริษัทนิติบุคคลอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ดี ในกรณีโรงเรียนอนุบาลบนเกาะพะงัน ทางดีเอสไอไม่ได้ดำเนินการรับผิดชอบในเรื่องนี้ เนื่องจากไม่ได้เป็นหนึ่งในกิจการที่อยู่ใน 34 บริษัทตามรายงานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ได้ให้ดีเอสไอไว้ใช้ขยายผล เพราะกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะมีการแยกเลยว่า หากธุรกิจนั้นมีมูลค่าสินทรัพย์รวมเกินกว่า 100 ล้านบาท ก็จะส่งรายชื่อให้กับดีเอสไอ 

อย่างไรก็ดี ในกรณีโรงเรียนอนุบาลบนเกาะพะงัน ทางดีเอสไอไม่ได้ดำเนินการรับผิดชอบในเรื่องนี้ เนื่องจากไม่ได้เป็นหนึ่งในกิจการที่อยู่ใน 34 บริษัทตามรายงานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ได้ให้ดีเอสไอไว้ใช้ขยายผล เพราะกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะมีการแยกเลยว่า หากธุรกิจนั้นมีมูลค่าสินทรัพย์รวมเกินกว่า 100 ล้านบาท ก็จะส่งรายชื่อให้กับดีเอสไอ แต่ถ้าไม่ถึง 100 ล้านบาท กรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็จะให้ทางพนักงานสอบสวนตำรวจดำเนินการตรวจสอบ 

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังย้ำว่า ในจำนวนบริษัทนอมินีที่ได้มีการตรวจสอบ ก็พบว่ามีชาวต่างชาติที่มาร่วมลงทุนหลากหลายสัญชาติ ไม่ได้มีเพียงทางตะวันออก กลางเพียงอย่างเดียว อย่างเช่น ก็มีชาวอิสราเอลด้วย แต่เราจะไม่เจาะจงในการที่จะไปดำเนินคดีเพียงสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง แต่ถ้าเป็นต่างด้าวและกระทำความผิดตามกฎหมายไทยและมีพยานหลักฐานเราก็ต้องดำเนินคดี เราจะขยายผลในทุกมิติ ส่วนว่าเรื่องการกระทำเป็นบริษัทนอมินี จะขยายผลไปดูเรื่องการฟอกเงินได้หรือไม่นั้น เท่าที่ทราบตอนนี้ความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ ยังไม่ได้เป็นความผิดมูลฐานที่ขยายผลไปเรื่องการฟอกเงินได้

แต่ก็ทราบว่า ปปง. อยู่ระหว่างการเสนอแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม เพื่อให้กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว สามารถขยายผลเป็นความผิดฐานฟอกเงินได้ด้วย โดยถ้าหากเป็นความผิดฐานฟอกเงินได้ด้วยนั้นมันก็จะจะช่วยในเรื่องการปราบปรามการฟอกเงิน จะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เช่น พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สินได้ หรือสืบสวนที่มาของทุนที่มาใช้ฟอกได้ หรือมีการรับเงินมาแล้วจำหน่ายจ่ายโอนไปยังบุคคลใดบ้าง จะได้ติดตามดำเนินคดีขยายผลได้ต่อไป

ทั้งนี้ จากที่นายกรัฐมนตรีได้มีการลงพื้นที่จริง ท่านก็ได้มีการกำชับทุกหน่วยงาน ให้เร่งดำเนินการตามหน้าที่ โดยเฉพาะในกรณีของดีเอสไอก็เน้นในเรื่องของบริษัทที่มีสินทรัพย์รวมมูลค่าตั้งแต่ 100 ล้านบาท ขึ้นไป ซึ่งเราก็อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการอย่างแน่นอน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top