วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ไม่รอดพ้นสายตา! สืบพยัคฆ์รวบวัยรุ่นแสบปาหินใส่บ้านอริ อ้างสุดทนพฤติกรรมเจ้าของบ้าน ชอบเมาเหล้าตะโกนด่าคนผ่านไปมา
วันที่ 18 พ.ค. 69 พ.ต.ท.จำรัส ศรีหาตา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งที่ หมู่ 9 บ้านดอนม่วง ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม หลังได้รับแจ้งความร้องทุกข์จาก นายวารินทร์ อายุ 44 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่มาก่อเหตุปาวัตถุใส่บ้านจนเกิดเสียงดังสนั่น
นายวารินทร์ เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.45 น. ของวันที่ 17 พฤษภาคม คืนที่ผ่านมา จากภาพกล้องวงจรปิดปรากฏภาพวัยรุ่นชาย 2 คน โดยมีหัวโจกทราบชื่อภายหลังคือ ‘นายบิ๊กซี’ อายุประมาณ 17-18 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีแดง กางเกงขาสามส่วน ยืนเต้นยั่วยวนอยู่กลางถนนหน้าบ้านในลักษณะก่อกวน จนกระทั่งเวลา 21.50 น. นายบิ๊กซีได้ปาก้อนวัตถุบางอย่างเข้ามาในรั้วบ้านจนเกิดเสียงดังสนั่น 1 ครั้ง ก่อนจะพากันวิ่งหลบหนีไป ต่อมาเวลา 22.22 น. นายบิ๊กซีได้พากลุ่มเพื่อนรวม 6 คน เดินทางกลับมาที่หน้าบ้านอีกครั้งและยกมือไหว้ขอโทษเข้าไปในรั้วบ้าน ซึ่งจุดนั้น นางจันทิมา อายุ 62 ปี มารดาของตนเองนอนพักผ่อนอยู่
นายวารินทร์ ระบุว่า ในรั้วนี้มีบ้านญาติอยู่รวมกัน 3 หลัง คืนนั้นตนนอนอยู่ได้ยินเสียงดังแต่ไม่กล้าออกมาดูเพราะวัยรุ่นแถวนี้เกเรและมีปัญหายาเสพติดเยอะ จนรุ่งเช้ามาเช็กกล้องจึงเห็นชัดเจน ส่วนเรื่องการขอโทษมองว่ากลุ่มวัยรุ่นเจตนาขอโทษผิดบ้าน และคาดว่าสาเหตุอาจมาจากที่ตนเคยอบรมหลานชายในบ้านว่าอย่าไปคบค้าสมาคมกับกลุ่มของนายบิ๊กซีเพราะทำตัวเป็นนักเลงอันธพาล จึงสร้างความไม่พอใจให้
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล ผกก.สภ.เมืองนครพนม ไม่นิ่งนอนใจ สั่งการให้ชุดสืบสวน ‘ชุดพยัคฆ์ สภ.เมืองนครพนม’ ลงพื้นที่ตรวจเช็กพิกัดและสามารถควบคุมตัวนายบิ๊กซี หัวโจกที่ปรากฏในคลิปมาสอบปากคำได้อย่างรวดเร็ว
จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายบิ๊กซี ให้การยอมรับสารภาพอย่างหมดเปลือกว่า บุคคลในกล้องวงจรปิดที่สวมเสื้อแดงและยืนเต้นก่อนปาหินคือตนเองจริง โดยวัตถุที่ใช้ขว้างคือ ‘ก้อนหินขนาดเท่ากำมือ’ ขว้างใส่หลังคาบ้านเพื่อหวังให้เกิดเสียงดัง
แต่ชนวนเหตุสำคัญ นายบิ๊กซี อ้างว่า ทำไปเพื่อระบายความคับแค้นใจ เนื่องจากสุดทนกับพฤติกรรมของนายวารินทร์ (ผู้เสียหาย) ที่มักจะชอบดื่มเหล้าจนเมามาย และเมื่อมีเด็กวัยรุ่นคนไหนในหมู่บ้านขับขี่รถจักรยานยนต์หรือเดินผ่านหน้าบ้าน นายวารินทร์ ก็มักจะตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายอย่างไร้เหตุผลอยู่เป็นประจำจนเอือมระอากันทั้งหมู่บ้าน แทบไม่มีใครอยากผ่านเส้นทางนี้ ตนจึงอาสาเป็นคนมาก่อเหตุเพื่อแก้แค้นแทนเพื่อนๆ ยอมรับว่าเต้นเยาะเย้ยจริงและรู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นผิดกฎหมาย
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้บันทึกถ้อยคำรับสารภาพของผู้ต้องหาและคำให้การของผู้เสียหายไว้ประกอบสำนวนการสอบสวน โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน พร้อมเตรียมเรียกทั้งสองฝ่ายมาปรับความเข้าใจเพื่อขจัดความขัดแย้งในชุมชนต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี