วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ใจบาปคราบญาติคนไข้! สองแม่ลูกหลั่งน้ำตาร้องสื่อ โจรย่องฉกกระเป๋าห้องพิเศษ รพ.นครพนม ฉกทอง 2 บาทเงินสดเกลี้ยงตึกคลอด วงจรปิดจับภาพโจรท้วมใจเย็น เดินสำรวจเตียงคนป่วยก่อนลงมือ
วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม นางจิราภา อายุ 55 ปี และ นางสาวธัญญารัตน์ อายุ 27 ปี สองแม่ลูกชาวตำบลโพนทอง อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าคดี หลังถูกคนร้ายลักลอบเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในห้องผู้ป่วยพิเศษ หมายเลข 4 ตึกคลอด 84 ปี ชั้น 4 โรงพยาบาลนครพนม เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่เวลาล่วงเลยมาเกือบ 2 สัปดาห์ คดียังไม่มีความคืบหน้า

โดย นางจิราภา เล่าว่า วันเกิดเหตุตนได้พาสามีเดินทางมาผ่าตัดลอกต้อกระจกและเปลี่ยนเลนส์ตาตามที่แพทย์นัด โดยได้เปิดจองห้องพักฟื้นพิเศษไว้จำนวน 2 คืน ในช่วงคืนเกิดเหตุตนได้วางกระเป๋าหิ้วสีน้ำตาล ซึ่งภายในมีสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น เงินสด 1,000 บาท และเอกสารราชการสำคัญไว้ที่บริเวณหัวนอนฝั่งคนเฝ้าไข้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. ตื่นขึ้นมามองหากระเป๋าไม่เจอ สอบถามสามีและหลานพยาบาลก็ไม่มีใครทราบ จึงรู้ตัวว่าถูกโจรขึ้นห้องและเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ ศรีประเสริฐ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ไว้ในวันเกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้ประสานทางโรงพยาบาลนครพนมเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด จนพบเบาะแสพฤติการณ์ของคนร้ายอย่างชัดเจน โดยเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. มีชายคนร้ายรูปร่างท้วม ความสูงปานกลาง สวมหมวกแก๊ปและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาภายในตึกและทำทีเดินสำรวจตามเตียงผู้ป่วยในห้องผู้ป่วยรวม จากนั้นได้เดินมาที่โซนห้องพิเศษ โดยเริ่มไล่เปิดประตูดูทีละห้อง ตั้งแต่ห้องพิเศษ 2 จนกระทั่งมาเปิดห้องพิเศษ 4 ที่ผู้สียหายนอนเฝ้าไข้อู่
คนร้ายได้ปิดประตูเดินออกไปรอบหนึ่งเพื่อไปซื้อน้ำดื่มที่ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อภายนอกบันทึกภาพใบหน้าไว้ได้ชัดเจนกว่า ก่อนที่คนร้ายจะย้อนกลับมาที่ห้องพิเศษ 4 อีกครั้ง แล้วอาศัยจังหวะที่ทุกคนหลับสนิท ย่องเข้าไปหยิบกระเป๋าหิ้วที่หัวนอนหลบหนีไป ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ไปพบกระเป๋าหิ้วของผู้เสียหายถูกคนร้ายรื้อค้นและนำไปทิ้งไว้บนดาดฟ้าของตึก โดยสร้อยทองและเงินสดอันตรธานหายไปทั้งหมด ส่วนภาพขณะที่คนร้ายเอื้อมมือหยิบกระเป๋านั้น ทางโรงพยาบาลไม่ได้เปิดให้ดูและไม่อนุญาตให้คัดลอกภาพไปเผยแพร่

ด้าน นางสาวธัญญารัตน์ กล่าวเสริมว่า สร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 2 บาทที่หายไปนั้น เป็นเงินที่ตนตั้งใจทำงานเก็บหอมรอมริบที่จังหวัดชลบุรีมานานกว่า 7-8 ปี ในช่วงที่ซื้อราคาทองคำอยู่ที่บาทละ 30,000 กว่าบาท รู้สึกเสียดายและเสียใจมากที่ทรัพย์สินจากน้ำพักน้ำแรงต้องมาถูกขโมยไปในสถานพยาบาล ตอนนี้ทำใจไว้ครึ่งหนึ่งแต่ยังหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมคนร้ายและนำทองกลับคืนมาได้

ขณะที่ พ.ต.อ.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล ผกก.สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยว่า ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและสายตรวจประสานขอภาพถ่ายกล้องวงจรปิดจากโรงพยาบาลเพิ่มเติม เพื่อเร่งสืบสวนหาเบาะแสและพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด พร้อมฝากประชาสัมพันธ์หากประชาชนรายใดพบเห็นบุคคลต้องสงสัยตามรูปพรรณดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสมาที่ สภ.เมืองนครพนม ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า ปัจจุบันมีแก๊งมิจฉาชีพแฝงตัวมาในคราบของญาติผู้ป่วย อาศัยช่วงเวลาที่แพทย์และพยาบาลสับเปลี่ยนเวรยามช่วงดึก เดินสายก่อเหตุฉกทรัพย์ตามโรงพยาบาล ซึ่งคนร้ายรายนี้ลงมืออย่างใจเย็น คาดว่าน่าจะก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี