542.jpg
สุดท้ายไม่รอด! โจรจี้ชิงทรัพย์กระเป๋าแม่ค้าผัก-พลเมืองดีฮึดสู้ล้อมจับส่งตำรวจ

สุดท้ายไม่รอด! โจรจี้ชิงทรัพย์กระเป๋าแม่ค้าผัก-พลเมืองดีฮึดสู้ล้อมจับส่งตำรวจ

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.10 น.

อุกอาจกลางตลาดบางใหญ่! โจรสวมรอยจี้ชิงทรัพย์กระเป๋าแม่ค้าผัก พลเมืองดีฮึดสู้ล้อมจับระทึกลากตัวส่งตำรวจ สารภาพทำเพราะตกงาน-ซดเหล้าขาวจนขาดสติ

วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ร.ต.อ.เฉลิมพร ยืนยง รองสารเวรป้องกันปราบปราม (รอง สวป.) สภ.บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญกรณีคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์กระเป๋าสะพายของแม่ค้าภายในตลาดบางใหญ่ แต่ถูกกลุ่มพลเมืองดีในพื้นที่ช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมประสานกำลังรุดไปตรวจสอบ ประกอบด้วย พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่, พ.ต.ท.ราเชน ถนัดพจนามาศย์ รอง ผกก.ป. และ พ.ต.ท.สุรเชษฐ ช้างสาร สว.สส.


เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุภายในตลาดสด พบกลุ่มพลเมืองดีและ นายอนุศักดิ์ (อายุ 42 ปี) สามีของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายผัก ยืนรอให้การด้วยความตื่นตระหนก โดยสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ในสภาพน่วม ทราบชื่อต่อมาคือ นายเกรียงไกร อายุ 39 ปี สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว มีบาดแผลแตกที่บริเวณศีรษะและใบหน้า ซึ่งเป็นผลจากการยื้อยุดฉุดกระชากชุลมุนในช่วงที่พลเมืองดีช่วยกันเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมยึดอาวุธมีดของกลางไว้เป็นหลักฐาน

นายวิรัช อายุ 48 ปี หนึ่งในพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์และเข้าช่วยเหลือ เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังเดินเลือกซื้อของอยู่ในตลาด ได้ยินเสียงร้องเอะอะโวยวายว่ามีเหตุวิ่งราวและชิงทรัพย์ จึงตัดสินใจร่วมกับประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในละแวกนั้นวิ่งไล่กวดตามคนร้ายไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งสามารถล้อมจับและกดตัวคนร้ายลงกับพื้นได้สำเร็จก่อนจะรีบแจ้งตำรวจ

‘เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าอุกอาจและท้าทายกฎหมายบ้านเมืองมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดเปิด มีพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้าเข้ามาจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก แต่คนร้ายก็ยังกล้าลงมือ ขอฝากเตือนไปยังพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทุกคนให้เพิ่มความระมัดระวังทรัพย์สินมีค่าของตัวเองให้มากขึ้น เพราะเราไม่อาจรู้เลยว่ามิจฉาชีพจะมาในรูปแบบไหน โชคดีที่ครั้งนี้ช่วยกันจับไว้ได้ทันและไม่มีทรัพย์สินใดๆเสียหาย’ นายวิรัช กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.ราเชน ถนัดพจนามาศย์ รอง ผกก.ป.สภ.บางใหญ่ เปิดเผยผลการสอบคำให้การเบื้องต้นของผู้ต้องหา โดยนายเกรียงไกรให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าปัจจุบันไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งและขาดรายตั้งตัว ประกอบกับก่อนเกิดเหตุได้ดื่มเหล้าขาวเข้าไปจนอยู่ในอาการมึนเมา เมื่อเดินผ่านมาเห็นผู้เสียหายสะพายกระเป๋าและมีของมีค่าจึงเกิดความโลภชั่ววูบและลงมือก่อเหตุโดยใช้อาวุธมีดข่มขู่

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาหนักในฐานความผิด ‘ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธมีดเพื่อสะดวกแก่การพาเอาทรัพย์นั้นไป’ พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งนี้ สภ.บางใหญ่ ได้ฝากเตือนภัยสังคมว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพและคนร้ายค่อนข้างชุกชุม ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการพกพาของมีค่าล่อตาข่าย และหากพบเหตุร้ายหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถโทรแจ้งตำรวจท้องที่หรือสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top