วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
อุดรธานีงามไส้! รุ่นพี่ปี 4 ลูกตำรวจ แอบปีนเข้าห้องนศ.สาวตอนตี 5 จำนนต่อหลักฐานอ้าง ‘รู้เท่าไม่ถึงการณ์’ แค่อยากเคลียร์ปมแฟนหึง-กดอันฟอลไอจี
วันที่ 19 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคดีบุกรุกยามวิกาลสร้างความตื่นตระหนกให้กับนักศึกษาในพื้นที่ โดยเมื่อเวลา 18.45 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นางนฤมล อายุ 54 ปี เจ้าของหอพักแห่งหนึ่งกลางเมืองอุดรธานี ได้พานางสาวลลิตา หรือ ‘น้องเอ’ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หอบหลักฐานคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.ทรงภพ คำใจ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายกิตติพงศ์ หรือ ‘ดีดี’ อายุ 21 ปี รุ่นพี่นักศึกษาสถาบันเดียวกัน หลังก่อเหตุลักลอบปีนเข้าห้องพักเลขที่ A5 ของผู้เสียหายในช่วงเช้ามืด

จากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดบันทึกพฤติการณ์อย่างละเอียด พบว่าเมื่อเวลา 04.59 น. ของวันที่ 18 พฤษภาคม นายดีดีได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาจอดภายในบ้านพักของตนเอง ก่อนจะเดินออกมาสังเกตการณ์รอบๆ บ้านเพื่อดูลาดเลา จากนั้นเวลา 05.00 น. ได้เดินข้ามถนนตรงดิ่งมายังหอพักของผู้เสียหาย แล้วทำการปีนรั้วเหล็กเข้ามาภายในหอพักอย่างชำนาญ โดยในมือคล้ายถืออุปกรณ์ส่องสว่าง ก่อนจะย่องไปที่ด้านหลังห้องพักของน้องเอ ซึ่งไม่ได้ล็อกประตูไว้ แล้วเปิดประตูมุดเข้าไปกบดานอยู่ภายในห้องพักนานร่วม 30 นาที กระทั่งเวลา 05.36 น. นายดีดีจึงได้ปีนรั้วและเดินข้ามถนนกลับเข้าบ้านพักของตนเองไป

ภายหลังได้รับแจ้งความ พนักงานสอบสวนพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุทันทีเพื่อสืบสวนหาเบาะแส โดยได้เข้าสอบถามข้อมูลกับบ้านพักข้างเคียงที่อยู่ติดกับอพาร์ตเมนต์ ซึ่งเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่ง เมื่อมีการเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดไล่เลียงกันดูอย่างละเอียด ก็ต้องพบกับข้อเท็จจริงอันน่าตกใจ เพราะชายวัยรุ่นที่ปีนรั้วย่องเข้าห้องนักศึกษาสาวกลางดึกแท้จริงแล้วคือ นายดีดี ซึ่งเป็นบุตรชายแท้ๆของเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวนั่นเอง

จากการสอบสวนเบื้องต้นต่อหน้าบิดาที่เป็นข้าราชการตำรวจ นายดีดีถึงกับหน้าถอดสีและจำนนต่อหลักฐาน ภาพวงจรปิดยอมรับสารภาพว่าตนเองเป็นคนปีนเข้าห้องพักของผู้เสียหายจริง โดยฉวยโอกาสตอนประตูหลังห้องไม่ได้ล็อก ย่องเข้าไปแอบอยู่ข้างใน
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเค้นสอบถึงแรงจูงใจในการบุกรุก นายดีดีกลับอ้างเหตุผลทำนองว่า ทำไปเพราะความอึดอัดใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้แฟนสาวของตนเกิดอาการหึงหวงและระแวงน้องเอ (ผู้เสียหาย) มาก จนถึงขั้นกดเลิกติดตาม (Unfollow) อินสตาแกรมของน้องเอ ตนจึงเกิดความกังวลใจและเพียงแค่อยากจะแอบเข้าไปพูดคุยเคลียร์ใจ ปรับความเข้าใจ และขอโทษน้องเอเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาประสงค์ร้ายอย่างอื่น

ขณะที่ น้องเอ นักศึกษาสาวผู้เสียหาย เปิดเผยด้วยความเซ็งและหวาดกลัวว่า ที่ผ่านมาตนนับถือผู้ก่อเหตุเป็นรุ่นพี่ร่วมสถาบัน คอยปรึกษาช่วยเหลือเรื่องงานมาโดยตลอด และตนเองก็มีแฟนหนุ่มอยู่แล้ว ไม่เคยคิดเกินเลยชู้สาวแต่อย่างใด หากรุ่นพี่คนนี้มีเจตนาบริสุทธิ์ใจที่จะเข้ามาเจรจาหรือขอโทษแทนแฟนสาวจริง ๆ ก็ควรจะมาติดต่อที่หน้าห้องพักในช่วงเวลาปกติที่ผู้คนตื่นนอนแล้ว ไม่ใช่ลักลอบปีนรั้วแอบย่องเข้าห้องมาตอนตี 5 ขณะที่ตนกำลังนอนหลับ ซึ่งพฤติกรรมนี้สร้างความหวาดกลัว วิตกกังวล และรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตเป็นอย่างมาก

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ลงบันทึกถ้อยคำและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมและดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะเป็นบุตรชายของข้าราชการตำรวจก็ตาม โดยเตรียมเรียกตัวนายดีดีมารับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกในเคหสถานยามวิกาลอย่างเป็นทางการต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี