วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้ ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคม ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม ตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น.....ครม.สัญจร นัดแรกของ รัฐบาล อนุทิน 2 ที่ จะมีการ สัญจรไป ยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรับฟังปัญหาของภาคใต้ฝั่งตะวันออก ที่ วันนี้ ผวจ. และ อบจ. เทศบาล รวมทั้งหมดงานต่างๆ มีการ ระดม ทำแผน เพื่อขอรับการ สนับสนุน งบประมาณ จากรัฐบาล เพื่อใช้ในการ แก้ปัญหา และ พัฒนาจังหวัด ซึ่งเมื่อเห็น การเขียนแผนขอ งบประมาณ ของแต่ละจังหวัด แต่ละหน่วยงานแล้ว ก็ เห็นใจ รัฐบาล ว่าจะไปหา งบประมาณ จากที่ไหนมา เพื่อให้ทันกับ ปัญหา ที่รอการแก้ไข....เอาเฉพาะเรื่อง เฉพาะหน้า ในการ รับมือ กับ น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่อีก 5 เดือน ก็จะเกิดขึ้นอีกแล้ว วันนี้ เทศบาลนครหาดใหญ่ ยังอยู่ในสภาวะของ หน่วยงานที่ล้มละลาย ขาดงบประมาณในการ ดำเนินการกับ ปัญหา ที่ กองทะมึนทึนทึก ปลัดแป้น ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรี เทศบาลนครหาดใหญ่ ยังมึน ยัง สับสน กับการรับมือกับ น้ำท่วม ที่เป็น เรื่อง ประจำปี เอาแค่เรื่อง รถดับเพลิงที่จมน้ำ วันนี้ยังซ่อมไม่เสร็จ เหลือรถดับเพลิงที่ใช้ได้อยู่ 2-3 คัน ถ้า ไฟไหม้ใหญ่ใน หาดใหญ่ ยังไม่รู้จะ รับมือ อย่างไร หรือ รถขนขยะ ที่ เสียหายจาก จมน้ำ จนทำให้การ ขนขยะ มีปัญหา มีขยะ ตกค้างมากมาย กลายเป็นปัญหาของคน ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่ต้อง กล้ำกลืนฝืนทน ถ้า รัฐบาล ไม่ สนับสนุนในเรื่อง งบประมาณ ชาวหาดใหญ่ ก็เตรียม ช่วยเหลือตนเองให้ดี.....ในส่วนของ กรมชลประทาน ก็ยังไม่เห็นจะ ขยับตัว ทั้งในเรื่องของ การ บูรณะซ่อมแซม คลอง ร 1 . ที่ ชำรุด เสียหาย รวมทั้ง คลอง ร.ต่างๆ ที่ เป็นที่ รับน้ำ ก็ยังมีการ ปล่อยให้เป็นไป ตามเวรตามกรรม และใน คลองอู่ตะเภา ซึ่ง รับน้ำจาก อ.สะเดา จ.สงขลา ที่เป็น ต้นทาง วันนี้ เต็มไปด้วย สิ่งกีดขวางทางเดินของน้ำ และก็ไม่ทราบว่า คลองอู่ตะเภา ที่เป็น ต้นเหตุของ น้ำท่วมหาดใหญ่ทุกครั้ง อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานไหน เป็นของ ชลประทาน หรือ กรมเจ้าท่า เพราะไม่เคยเห็น หน่วยงานไหน ใส่ใจ กับ การ บูรณะ หรือ ขุดลอก คลองอู่ตะเภา เพื่อให้ น้ำจะได้ไหลสะดวก ไม่สร้างความเสียหายให้กับประชาชน เรื่องนี้ รัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้อง ใส่ใจ ......อีกเรื่องที่ ค้างคาใจ ของคน สงขลา คือเรื่อง โฮมสะเตย์ ที่ รุกล้ำโดยการก่อสร้างในทะเลสาปสงขลา ใน เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งศาลพิพากษาให้ รื้อถอนมาแล้ว 2 ปี วันนี้ ยังไม่มีการ รื้อถอน และ งบประมาณ 17 ล้าน ที่ให้ เจ้าท่าสงขลาเพื่อใช้ในการรื้อถอน โฮมสะเตย์ ดังกล่าวมีการ โอนไปใช้ในภารกิจอื่น แสดงว่า เจ้าท่าจังหวัดสงขลา กลัวอิทธิพลในพื้นที่ จึงไม่กล้าเข้า รื้อถอน ตามคำสั่งศาล ถ้าเป็นอย่างนี้ บ้านนี้เมืองนี้ จะมีกฎหมายไว้ทำอะไร หรือ กฎหมายของ ประเทศไทย มีไว้ สำหรับใช้กับ ตาสีตาสา เท่านั้น แต่ไม่สามารถใช้กับ ชนชั้น นักการเมือง และผู้มี อิทธิพล และมี อันจะกินได้ ใช่หรือไม่ และถ้าจะให้ดี การที่ ครม.สัญจร ไปประชุมที่ จ.สงขลา ครั้งนี้ สส.ในพื้นที่ ของพรรคภูมิใจไทย ต้องนำ นายกรัฐมนตรีไป ล่องเรือ ในทะเลสาบสงขลา เพื่อชม ทัศนียภาพที่ อุจาดตา ใน ทะเลสาบสงขลา ที่มี โฮมสะเตย์ รุกล้ำในทะเลสาบ มี โพงพาง ไซนั่ง ซึ่งเป็นเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย เต็มไปหมด จนเดินเรือไม่ได้ และพาไปดู อควาเรี่ยมหอยสังข์ ที่ เชิงสะพารติณสูลานนท์ ที่ยืนตระหง่านเพราะถูก ทิ้งงาน ไปแล้ว 15 ปี จนกลายเป็นความ อัปยศ จากการ ทุจริตคอร์รัปชั่น ที่เกิดขึ้น และพาไปดู โรงพยาบาลสงขลา ที่ถูก บริษัทผู้รับเหมาชาวจีน ทิ้งงาน ไปแล้ว เหลือเพียง ปั้นจั่น ที่ไม่รู้ว่าจะ โค่นล้ม ลงทำอันตรายให้กับคน เคราะห์ร้าย วันไหน.....ด่านศุลกากรสะเดาที่เป็นด่านใหม่ และจะเปิดใช้ในขาเข้า ในวันที่ 27 ที่จะถึงนี้ แต่ประตูด่าน และสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนยังไม่เรียบร้อย เพราะถูกผู้รับเหมาทิ้งงานไปแล้ว นี้คือความ งามหน้า ของ ส่วนราชการไทย ที่วันนี้ได้ผู้รับเหมาที่ รับเหมางานก่อสร้างในราคาที่ฟันกัน เละเทะ จนขาดทุน และมีการขายงานเป็นช่วงๆ จนสุดท้าย ผู้รับเหมาเดินต่อไม่ได้ และต้องทิ้งงานในที่สุด นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ รัฐบาล ต้องแก้ไข มิฉะนั้น เรื่องการ ทิ้งงาน ที่สร้างความเสียหายให้กับ หน่วยงานราชการก็จะเกิดขึ้นตลอดไป.....วันก่อนได้ หารือ กับ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกระทรวงคมาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการ เพื่อขอทราบแนวทางในการ พัฒนาเศรษฐกิจ ของภาคใต้ ซึ่ง รองนายก พิพัฒน์ ให้รายละเอียดในหลายเรื่อง เช่น เส้นทางรถไฟรางคู่ ที่ขณะนี้มีการก่อสร้างถึง จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว จะมีการก่อสร้างให้ถึง สถานีปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ภายในปี 2570 และมีการยกเลิก เส้นทางรถไฟ จาก สถานีหาดใหญ่ ไปยัง อ.เมืองสงขลา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะเห็นว่า ไม่คุ้มทุน ดังนั้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ การรถไฟ ที่กำลัง พะวักพะวง ว่าจะถูกไล่ที่ เพื่อเอาที่ดินคืนในการสร้างทางรถไฟสายนี้จะได้ หมดห่วงหมดกังวล.....นอกจากนั้นเรื่อง นิคมอุตสาหกรรมจะนะ รัฐบาลมี นโยบายในการ เดินหน้านต่อ ขณะนี้รอ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ส่งแผนแม่บทให้ ครม.พิจารณา ถือเป็น ข่าวดีของ ประชาชน ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ถ้าเกิดได้จริง จะเป็น ตัว ขับเคลื่อน เศรษฐกิจใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจะมีการ ลงทุน อื่นๆ ตามมา เป็นการ ต่อยอด ของโครงการ เป็นโอกาส ของ นักลงทุนในพื้นที่ และเป็นโอกาส ของ ประชาชนในพื้นที่ ที่จะได้มีการ พัฒนาคุณภาพชีวิต และไม่ต้อง เดินทางไป ยัง ต่างบ้านต่างเมือง เพื่อขายแรงงาน.....
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี