Logo วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
ตร.จำลองเหตุการณ์รถไฟ เช็คทุกระบบ ระยะเบรก-ส่งสัญญาณ

ตร.จำลองเหตุการณ์รถไฟ เช็คทุกระบบ ระยะเบรก-ส่งสัญญาณ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : เช็คทุกระบบ ตร.จำลอง แนวหน้าอออนไลน์ ระยะเบรก ส่งสัญญาณ เหตุการณ์รถไฟ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ตร.จำลองเหตุการณ์รถไฟ
เช็คทุกระบบ
ระยะเบรก-ส่งสัญญาณ
ญาติเศร้า-ทยอยรับศพ

กมธ.คมนาคม เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถกหาข้อเท็จจริง เหตุรถไฟชนรถเมล์ ขณะที่โฆษก รบ.โต้ พริษฐ์ วิจารณ์การแก้ปัญหา ย้ำกระทรวงคมนาคม เร่งจัดระเบียบ-กำจัดจุดตัดบนดิน ด้าน ตร.จำลองเหตุการณ์รถไฟ เก็บหลักฐานเทียบคำให้การผู้ต้องหา ส่วนญาติผู้เสียชีวิต ทยอยรับศพจากสถาบันนิติเวช

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุรถไฟชานเมือง ที่ 367 กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 บนจุดตัดทางรถไฟ ใกล้สถานีมักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง กทม.เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 32 ราย เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่านายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย กรมการขนส่งทางราง กรมขนส่งทางบก การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าว


นายศุภณัฐ กล่าวว่า ต้องการหาข้อเท็จจริงให้ได้ทั้งหมดว่าสรุปแล้วเป็นอย่างไร ระบบอาณัติสัญญาณมีมาตรฐานเพียงพอหรือไม่ นอกจากการโบกธงแดงแล้ว มีมาตรการอื่นหรือไม่ แล้วค่อยขยายประเด็นอื่นเพิ่มเติม ส่วนภาพรวมปัญหาการจราจร อุบัติเหตุ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง ข้อเท็จจริงที่ได้รับสะท้อนอะไรบ้าง โดยจะต้องหาข้อสรุปร่วมกัน

เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟฯ นายศุภณัฐ กล่าวว่า เรามีหนังสือของทางสหภาพฯ ที่ออกแถลงการณ์ คงนำมาเปิดให้ กมธ.ได้ดู และหน่วยงานจะชี้แจงอย่างไร คงต้องตรวจสอบกับสหภาพฯ เพิ่มเติม และหากยังมีประเด็นใดที่จะต้องสอบถามก็สามารถนัดหมายทุกหน่วยงานใหม่ ได้

ด้าน น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงแนวคิดการป้องกันอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ด้วยการไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ามาในกลางเมือง ว่าความเข้าใจดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ขอย้ำว่ารัฐบาลได้สั่งการให้ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการเส้นทางอย่างเป็นระบบ ทั้งในส่วนของรถไฟขนส่งสินค้าและรถไฟขนส่งคน โดยมีเป้าหมายคือลดและกำจัดจุดตัดทางรถไฟระดับพื้นดินใน กทม.ให้หมดไป

ทั้งนี้ แยกการบริหารจัดการเป็น 2 ส่วน คือ 1.แยกระบบระหว่างรถไฟขนส่งสินค้าและรถไฟขนส่งคน ไม่ได้ห้ามรถไฟทุกชนิดเข้าเมืองแบบเหมารวมอย่างที่ฝ่ายค้านเข้าใจ และ 2.รถไฟขนส่งคน ผู้โดยสาร (Passenger Trains) เป้าหมายสูงสุดของกระทรวงคมนาคม คือต้องไม่มีจุดตัดระดับพื้นดินในพื้นที่ กทม. ทั้งหมด แต่ระหว่างที่รอการก่อสร้างโครงสร้างต่างระดับ ได้กำหนดมาตรการ ดังนี้ ระยะเร่งด่วน บังคับใช้กฎเหล็ก หากไม้กั้นยังไม่ลงมาปิดกั้น รถไฟจะไม่เคลื่อนขบวนโดยเด็ดขาด

ระยะกลาง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ใช้เวลา 3 เดือนในการศึกษาแนวทาง 2 ประเด็นหลัก คือ 1.การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจุดตัดทางรถไฟ โดยใช้เทคโนโลยีและ AI ประมวลผลการกั้นการจราจร (เช่น แผงกั้นอัตโนมัติ) ควบคู่กับสัญญาณไฟจราจร และ 2. การกำหนดจุดหยุดรถไฟทางไกลที่สถานีชานเมือง (เช่น ตลิ่งชัน, ลาดกระบัง) ก่อนเข้ากรุงเทพฯ โดยจะดูแลเรื่องค่าโดยสาร และสนับสนุนค่าใช้จ่ายผ่านระบบตั๋วร่วมเฉพาะกลุ่มเปราะบางและกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือที่ตรงจุดและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าที่สุด

ระยะยาว เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในส่วนที่เป็น Missing Link (ช่วงพญาไท-ยมราช-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์) เพื่อกำจัดจุดตัดระดับดินในพื้นที่ กทม.ชั้นใน ให้หมดไปอย่างถาวร

ส่วนคำชี้แจงต่อข้อเสนอ 3 ประการของนายพริษฐ์ รัฐบาลขอชี้แจง ดังนี้ ข้อ 1.เรื่องการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเด็ดขาด (ฝ่ายค้านเสนอให้เอาผิดผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง) รัฐบาลเห็นด้วยและได้สั่งการดำเนินการทันที ปัจจุบันกล้องวงจรปิด (CCTV) บริเวณจุดตัดมีความพร้อมสมบูรณ์ ซึ่งทางกระทรวงคมนาคม ได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อดำเนินการออกใบสั่งและลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนมาตรการเสริม กระทรวงคมนาคม จะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยกำกับดูแล ควบคู่กับการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายร้ายแรงหากฝ่าฝืนกฎจราจร

ข้อ 2.เรื่องการรื้อและออกแบบวิศวกรรมจราจรบริเวณจุดตัดใหม่ (ฝ่ายค้านเสนอให้แก้ปัญหาเชิงกายภาพ) กระทรวงคมนาคม ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปรับปรุงสัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดตัดให้สอดคล้องกับรอบการเดินรถของรถไฟแล้ว สำหรับมาตรการขั้นเด็ดขาด นอกเหนือจากการแก้เชิงวิศวกรรม กระทรวงคมนาคม ได้บังคับใช้มาตรการ “ไม้กั้นไม่ลง รถไฟไม่เคลื่อนขบวน” พนักงานขับรถไฟจะไม่มีสิทธิ์นำขบวนรถผ่านจุดตัดหากระบบไม้กั้นขัดข้อง นี่คือการตัดความเสี่ยงที่เห็นผลทันที

ข้อ 3.เรื่องการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดจุดตัด (ฝ่ายค้านเสนอให้เร่งสร้างสะพานข้าม/อุโมงค์ทางลอดทั่ว กทม.) มีเป้าหมายตรงกัน คือการนำจุดตัดระดับพื้นดิน ออกไปให้หมด แต่วิธีการบริหารจัดการระหว่างทางต่างกันซึ่งตามข้อเสนอของนายพริษฐ์ หากเร่งสร้างสะพานข้ามหรืออุโมงค์ในจุดตัดที่เหลืออยู่ทั่ว กทม.พร้อมๆ กัน สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการปิดพื้นผิวจราจร ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาจราจรติดขัดอย่างมหาศาลและยาวนานหลายปี สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างหนัก

กระทรวงคมนาคม ได้ใช้แนวทางแบบมหภาค มีแผนแม่บทด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน คือการผลักดันโครงการ Missing Link และวงแหวนรอบที่ 3 ตามที่กล่าวไปข้างต้น ควบคู่กับการใช้การปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถ (Rerouting) จะส่งผลลัพธ์ต่อการปรับพฤติกรรม นำระบบตั๋วร่วม มาใช้ และย้ายจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า/ผู้โดยสาร ซึ่งจะทำให้รถไฟวิ่งผ่านจุดตัดในเมืองน้อยลงจนหมดไปในที่สุด โดยไม่ต้องสร้างปัญหาการก่อสร้างบนถนนเพิ่ม เป็นการแก้ปัญหาภาพรวมอย่างยั่งยืนกว่าการตามแก้ปัญหาเฉพาะจุด

“การที่นายนายพริษฐ์ ออกมาพูดว่าแนวคิดการแก้ปัญหาของรัฐบาล เป็นแนวคิดที่อาจจะคิดตื้นเกินไป ขอให้กลับไปคิดวิเคราะห์ก่อนที่จะพูด แนวคิดของรัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เป็นการการผลักภาระทั้งหมดให้กับประชาชน” น.ส.พลอยทะเล กล่าว

ขณะเดียวกัน นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่า รฟท.กล่าวว่า ตามที่กระทรวงคมนาคม สั่งให้ รฟท.ศึกษาแผนยกเลิกการเดินรถไฟขบวนขนส่งสินค้า ผ่านจุดตัดถนน 27 จุดทั่ว กทม.ช่วงกลางวัน โดยแบ่งเป็นสายตะวันออกและใต้ 19 จุด และสายเหรือ 8 จุด ภายใน 3 เดือน ว่าในเขตเมือง ไม่สามารถปิดได้ทันที รฟท.ต้องศึกษาว่าจะดำเนินการได้อย่างไรบ้าง โดยให้ทีมเจ้าหน้าที่สำรวจจุดตัด ประสานกับสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร นำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการ ให้สอดคล้องกับจังหวะการเดินรถไฟ

ส่วนกรณีที่รถไฟสายใต้ บางส่วนต้องหยุดให้บริการที่สถานีตลิ่งชัน ไม่วิ่งเข้าสถานีหัวลำโพง หรือสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ นายอนันต์ กล่าวว่า ปัจจุบันยังติดข้อจำกัดด้านเทคนิคและขบวนรถ ทำให้ยังมีรถไฟสายใต้บางขบวน เช่น รถชานเมืองที่มาจาก จ.สุพรรณบุรี หรือนครปฐม ยังต้องใช้เส้นทางระดับพื้นดิน เข้าสถานีหัวลำโพง อยู่ โดยแนวเส้นทางดังกล่าวเมื่อผ่านมายังสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ ไม่สามารถเข้าเส้นทางยกระดับเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีแดง เบื้องต้น รฟท.ได้ประเมินจำนวนผู้โดยสารที่ตกค้าง และหาทางเลือกในการเดินทางใหม่ๆ ก่อนจะปรับเปลี่ยนแผนการเดินรถอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ รฟท.อยู่ระหว่างการจัดทำแผนร่วมกับ ขสมก.เพื่อจัดรถโดยสารเพื่อรองรับผู้โดยสารจากสถานีตลิ่งชัน เข้าสู่ตัวเมือง รวมถึงการบูรณาการระบบตั๋วร่วม เพื่อให้ผู้โดยสาร ได้รับความสะดวกและแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม สอดรับกับนโยบายงดรถไฟเข้าเขตเมืองชั้นใน

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากำลังตำรวจสืบสวน บก.น.1 และฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน ได้จำลองสถานการณ์ในการเดินรถไฟมายังจุดเกิดเหตุ โดยตำรวจได้ขึ้นรถไฟจากสถานีหัวหมาก เขตสวนหลวง มายังซุ้มผู้ควบคุมไม้กั้นแยกอโศก-ดินแดง รวมระยะทางประมาณ 9.2 กิโลเมตร โดยมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้แก่ 1.ตรวจสอบระยะการมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อดูว่าพนักงานขับรถไฟสามารถมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณต่างๆ ทั้งธงแดง ไฟสัญญาณ หรือยานพาหนะที่จอดคร่อมราง ในระยะเท่าใด 2.ระยะการหยุดเบรกรถไฟ เพื่อดูว่าพนักงานขับรถไฟใช้ระยะทางเท่าใดก่อนถึงสถานี หรือซุ้มไม้กั้นถนน การชะลอความเร็วและหยุดรถไฟ รวมทั้งสังเกตการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำซุ้มรถไฟ ว่าจะเริ่มส่งสัญญาณให้พนักงานขับรถในระยะเท่าใด

นอกจากนี้ยังตรวจสอบความเร็วของรถไฟ ว่าใช้ความเร็วเท่าใดตั้งแต่วิ่งรถไปจนถึงการชะลอความเร็วของรถ ก่อนที่จะเบรกหยุดรถไฟ โดยประเด็นเหล่านี้ชุดสืบสวน จะรวบรวมเพื่อตรวจสอบว่าสอดคล้องกับคำให้การของพนักงานควบคุมไม้กั้น พนักงานขับรถไฟ ช่างเครื่อง และพนักงานที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ รวมทั้งเปรียบเทียบกับข้อปฏิบัติของ รฟท.

สำหรับการจำลองเหตุการณ์ มีการแบ่งเจ้าหน้าที่เป็น 2 ชุด คือเจ้าหน้าที่ซึ่งสังเกตการณ์บนรถไฟ และเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ตามซุ้มไม้กั้นรถไฟ ส่วนขบวนรถไฟที่ใช้จำลองสถานการณ์ เป็นขบวนรถไฟโดยสารปกติ ซึ่ง รฟท.ระบุว่าทั้งรถไฟโดยสาร และรถไฟขนส่ง มีระเบียบการปฏิบัติที่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดจะรวบรวมและตรวจสอบข้อเท็จจริงประเด็นต่างๆ ที่ สน.มักกะสัน อีกครั้ง

อีกด้านหนึ่ง ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ที่มีการพิสูจน์อัตลักษณ์และจากผลเปรียบเทียบดีเอ็นเอ เสร็จสิ้น โดยยืนยันศพแล้ว ได้ทยอยเข้ามารับศพผู้เสียชีวิตเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา โดย น.ส.สุรีย์พร พวงยอด อายุ 49 ปี น้องสาวของ น.ส.เทียม พวงยอด อายุ 57 ปี แม่บ้านบริษัทแห่งหนึ่ง ย่านประตูน้ำ หนึ่งในผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมารับศพ น.ส.เทียม

น.ส.สุรีย์พร กล่าวว่า ขณะนี้เอกสารและขั้นตอนต่างๆ ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว จึงมานำร่างป้าเทียม กลับภูมิลำเนา สำหรับป้าเทียม เป็นเสาหลักของครอบครัว ขยันทำงาน ปกติเป็นคนชอบทำบุญ ช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้เป็นที่รักของคนรอบตัวอย่างมาก ยอมรับว่ายังติดใจสาเหตุ แต่ก็ทำใจได้แล้ว ไม่คิดว่าจะเกิดแบบนี้กับตัวเอง ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ไม่อยากพูดอะไรอีก สิ่งที่เสียใจคือก่อนจะเสียชีวิต เรายังไม่ทันได้คุยอะไรเลย มันยังทำใจไม่ได้

“ครอบครัวยังอยู่ในอาการเศร้าเสียใจ และยอมรับว่าการสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินกว่าจะทำใจได้ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา จะเก็บอัฐิผู้เสียชีวิตไว้ที่บ้านเกิด ตามความตั้งใจของครอบครัวต่อไป” น.ส.สุรีย์พร กล่าว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

นึกว่ามีเรื่อง! กลุ่มนศ.เข็นวีลแชร์ ส่งคุณตาหลงทางกลับบ้าน หวั่นอุบัติเหตุ

นายกฯ มอบนโยบาย 'ผู้ว่าฯ-ตำรวจ' 76 จังหวัด ผุดสโลแกน ‘พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล’

‘หอการค้าแฟร์และของดีเมืองน่าน 69’กระแสตอบรับดี เพิ่มบูธ OTOP ฟรี ส่งเสริมรายได้ชุมชน

‘วิลล่า’เถลิงแชมป์ยูโรป้า!'เอเมรี่'ราชาถ้วยนี้คว้าสมัยที่5

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved