533.jpg
โจรใจบาปแฝงตัว! ฉกพระพุทธรูปหน้าตัก 7 นิ้ว-วอนเอามาคืนก่อนเรื่องถึงคุก

โจรใจบาปแฝงตัว! ฉกพระพุทธรูปหน้าตัก 7 นิ้ว-วอนเอามาคืนก่อนเรื่องถึงคุก

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.07 น.

โจรใจบาปแฝงตัวแสวงบุญ! ชายเสื้อดำดอดฉกพระพุทธรูปหน้าตัก 7 นิ้ว ในโบสถ์หลวงพ่อแก่น จ.อ่างทอง เจ้าอาวาสวอนเอามาคืนก่อนเรื่องถึงตาราง

วันที่ 21 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินทางพระพุทธศาสนาภายในโบสถ์วัดกำแพงมณี (หลวงพ่อแก่น) ตั้งอยู่พื้นที่ตำบลห้วยคันแหลน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง โดยหลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในโบสถ์ ซึ่งสามารถบันทึกภาพพฤติการณ์ของคนร้ายได้อย่างชัดเจน เหตุเกิดเมื่อเวลา 13.45 น. ของวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา


จากภาพวงจรปิดปรากฏพฤติกรรมของคนร้ายเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 40-45 ปี รูปร่างสันทัด สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงขายาว และสวมรองเท้าแตะ ได้เดินเข้ามาภายในโบสถ์ในลักษณะท่าทางนิ่งเฉยเหมือนนักท่องเที่ยวหรือผู้มาแสวงบุญทั่วไป โดยคนร้ายได้ตรงเข้าไปนั่งกราบสักการะองค์พระประธานเพื่อดูลาดเลา เมื่อสบโอกาสและมั่นใจว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีพระลูกวัดหรือประชาชนคนอื่นอยู่ คนร้ายได้ลุกขึ้นเดินตรงไปยังฐานชุกชีแล้วเอื้อมมือไปหยิบพระพุทธรูป ขนาดหน้าตัก 7 นิ้ว ที่ตั้งบูชาอยู่ด้านหน้าองค์พระประธาน ยัดใส่เข้าไปในกระเป๋าสะพายข้างที่จัดเตรียมมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินออกจากโบสถ์และหลบหนีไปอย่างลอยนวล

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดกำแพงมณี เพื่อเข้าพบและสอบถามข้อเท็จจริงกับ พระอธิการพจน์ อนุตโร เจ้าอาวาสวัดกำแพงมณี โดยเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้จริง ซึ่งหลังจากทางวัดทราบว่าพระพุทธรูปหน้าตัก 7 นิ้วสูญหายไป จึงได้ทำการเปิดย้อนดูภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบ ก็พบภาพคนร้ายรายนี้อย่างเด่นชัด

โดยจากการสังเกตพฤติกรรมในวิดีโอพบว่า ในตอนแรกคนร้ายทำท่าจะเอื้อมมือไปหยิบพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งซึ่งมีความสวยงามเช่นกัน แต่เนื่องจากพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่สามารถยัดใส่ลงกระเป๋าสะพายที่เตรียมมาได้ คนร้ายจึงเปลี่ยนใจหันมาคว้าพระพุทธรูปองค์หน้าตัก 7 นิ้วซึ่งมีขนาดเล็กกว่าใส่กระเป๋าแทน ก่อนจะรีบเดินหนีออกไป

พระอธิการพจน์ อนุตโร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเบื้องต้นตนเองได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นใบหน้าและพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้อย่างชัดเจน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ทางวัดยังอยากมอบโอกาสกลับตัวกลับใจให้แก่โยมผู้ก่อเหตุ จึงขอฝากข้อความประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนไปถึงหัวขโมยรายนี้ว่า หากได้เห็นข่าวนี้แล้วเกิดความสำนึกผิด ขอให้นำพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวกลับมาส่งคืนให้แก่ทางวัดกำแพงมณีโดยเร็ว ซึ่งทางวัดยินดีที่จะยุติเรื่องราวและจะไม่เอาความหรือดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้น แต่หากยังคงนิ่งเฉยและไม่นำมาคืนตามที่ทูลขอ ทางวัดก็จำเป็นต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนจับกุมและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายจนถึงที่สุดต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top