วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สตม.แท็กทีม ตำรวจภาค 2 ขนกำลังกว่า 146 นาย ลุยเอกซเรย์โครงการก่อสร้างใหญ่ชลบุรี สแกนต่างชาติกว่า 800 ราย พบทำผิดกฎหมาย ม.38 อื้อ สั่งปรับหนักไม่มีข้อยกเว้น
วันที่ 22 พ.ค. 69 ภายใต้นโยบายเน้นย้ำของนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการกำชับให้หน่วยงานความมั่นคงเพิ่มความเข้มงวดกวดขันและเอ็กซเรย์การกระทำความผิดของคนต่างด้าวในประเทศไทย ทาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จึงได้สั่งการยกระดับ "3 มาตรการเข้ม ตรวจสอบปราบปรามคนต่างด้าวปฏิบัติผิดกฎหมาย" ทั่วประเทศ โดยแบ่งกรอบปฏิบัติการเป็น 3 ระยะ คือ มาตรการเร่งด่วน 3 เดือน (เอกซเรย์ปูพรม), มาตรการระยะกลาง 6-9 เดือน (ขุดรากถอนโคนนายทุน) และมาตรการระยะยาว 1-2 ปี (เชื่อมโยงข้อมูลระบบ ONE POLICE) เพื่อรองรับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล
ล่าสุด ปฏิบัติการในระยะแรก (มาตรการเร่งด่วน 3 เดือน) ได้เปิดฉากขึ้นอย่างทรงพลังในพื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.ภานุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงจาก ตม.3, ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, ตำรวจท่องเที่ยว และฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันบูรณาการกำลังพลรวมกว่า 146 นาย (ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตม.ชลบุรี, กก.สส.บก.ตม.3, ภ.จว.ชลบุรี, สภ.บ่อวิน, สภ.หนองขาม, ตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงล่ามแปลภาษา 23 คน และอาสาสมัครอีก 35 คน) ร่วมเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นคัดกรองบุคคลต่างด้าว ณ โครงการก่อสร้างใหญ่แห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมและที่พักอาศัยหนาแน่นของแรงงานและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพิกัดเป้าหมาย พบนางสาวเก๋ (สงวนชื่อจริง) แสดงตัวเป็นผู้จัดการนิติบุคคลของโครงการดังกล่าว โดยได้ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี พร้อมให้ข้อมูลเชิงโครงสร้างว่า โครงการแห่งนี้มีอาคารหอพักรวมทั้งหมด 10 อาคาร (แบ่งเป็นอาคาร 5 ชั้น จำนวน 8 อาคาร และอาคาร 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร) มีห้องพักรวมกันทั้งสิ้น 958 ห้อง และมีประชากรพักอาศัยอยู่หนาแน่นประมาณ 1,000 คน
จากการที่เจ้าหน้าที่กระจายกำลังปูพรมเอ็กซเรย์ตรวจสอบและตรวจวัดหนังสือเดินทาง (Passport) พร้อมคัดกรองบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน, เมียนมา, ลาว และกัมพูชา ภายในโครงการอย่างละเอียดยิบจำนวนทั้งสิ้น 816 ราย พบว่าเป็นบุคคลที่ได้รับการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายจำนวน 811 ราย แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบกลุ่มบุคคลและผู้ประกอบการที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ดังต่อไปนี้ 1.อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay): จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย สัญชาติกัมพูชา หลังพบว่าวันอนุญาตสิ้นสุดลงแล้วแต่ยังกบดานอยู่ในพื้นที่
ต่อมา 2.ไม่แจ้งที่พักอาศัยตามมาตรา 38: ตรวจพบการกระทำความผิดจำนวนมหาศาลถึง 150 ราย (แบ่งเป็นสัญชาติจีน 136 ราย, สัญชาติลาว 6 ราย และสัญชาติเมียนมา 8 ราย) ซึ่งเป็นความผิดในฐาน "เจ้าบ้าน ผู้ครอบครอง หรือผู้จัดการเคหสถาน ไม่ยอมแจ้งการเข้าพักของคนต่างด้าวต่อเจ้าหน้าที่ภายในเวลา 24 ชั่วโมง" 3.ไม่รายงานตัว 90 วันตามมาตรา 37: พบผู้กระทำผิดจำนวน 14 ราย ทั้งหมดเป็นสัญชาติจีน ในความผิดฐานเดินทางเข้ามาอยู่เกิน 90 วันแล้ว แต่ละเลยไม่ยอมรายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตม. และ 4.ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต (ม.8): จับกุมผู้ฝ่าฝืนได้จำนวน 4 ราย แบ่งเป็นสัญชาติจีน 2 ราย และสัญชาติเมียนมา 2 ราย ในข้อหาหนัก "เป็นบุคคลต่างด้าวลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน"
ภายหลังเสร็จสิ้นการคัดกรอง เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมได้ควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อทำการเปรียบเทียบปรับตามอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดขั้นสูงสุด ทั้งในส่วนของตัวบุคคลต่างด้าวผู้ฝ่าฝืน และกลุ่มเจ้าของห้องเช่า/ผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การแจ้งที่พักอาศัยอย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้โอกาสนี้เดินสายประชาสัมพันธ์เชิงรุก แจกแผ่นพับให้ความรู้แก่ผู้จัดการนิติบุคคลและกลุ่มเจ้าของห้องเช่า เกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายของมาตรา 37 และมาตรา 38 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้สอดคล้องกับมาตรการรักษาความปลอดภัย
ทางด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้ออกแถลงการณ์เน้นย้ำทิ้งท้ายไปยังผู้ประกอบการ เจ้าของอาคาร และห้องเช่าทุกแห่งในพื้นที่ว่า จากนี้ไปจะต้องทำการตรวจสอบและคีย์ข้อมูลแจ้งการเข้าพักของคนต่างชาติทุกรายผ่านระบบอย่างไม่มีข้อยกเว้น หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบการปล่อยปละละเลย หรือมีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ให้หลบซ่อน จะถูกดำเนินคดีและสั่งปรับในอัตราโทษสูงสุดขั้นเด็ดขาดทันที เพื่อร่วมกันเคลียร์พื้นที่ให้สะอาด ปลอดภัย และสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี