วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แม่ อายุ 40 ปี ชาว ต.ผาสุก อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี ได้เดินทางเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังคดีของลูกสาวไม่มีความคืบหน้า โดยต่อมาผู้สื่อข่าวได้พา (แม่) เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนร้องทุกข์เพื่อติดตามคดี ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี โดยมี พ.ต.ท.(หญิง) สุพัตรา บุญจันทร์ สว.ฝอ.ภ.จว.อุดรธานี เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือดังกล่าว เพื่อประสานงานส่งต่อให้กับ พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
พ.ต.ท.หญิง สุพัตรา บุญจันทร์ สว.ฝอ.ภ.จว.อุดรธานี บอกกับผู้ร้องว่า ทั้งนี้เรื่องที่ทางผู้ร้อง ร้องเรียนมาให้ตรวจสอบ ตนจะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและจะได้สอบถามไปยังผู้กำกับ สภ.วังสามหมอ ให้ชี้แจงความคืบหน้าให้ทราบ โดยหากมีความคืบหน้าอย่างไรจะมีการแจ้งให้ทางผู้ร้องทราบอีกครั้งหนึ่ง
แม่ เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าว ด้วยความอัดอั้นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2568 ที่บ้านของฝ่ายชาย อ.วังสามหมอ โดย (ลูกสาว) อายุ 14 ปี ได้ถูกแฟนหนุ่มชื่อ อายุ 17 ปี ที่คบหากันมาประมาณ 6-7 เดือน ล่อลวงและหว่านล้อมไปที่บ้านผาทอง ซึ่งเป็นบ้านของฝ่ายชาย จากนั้นได้บังคับให้มีเพศสัมพันธ์ ซึ่งตอนแรกลูกสาวได้ขัดขืน แต่ฝ่ายชายแสดงอาการโกรธเคือง ประกอบกับความรัก ลูกสาวจึงต้องยอมคล้อยตามจนแฟนหนุ่มบังคับขืนใจสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ต่อมา ตนเองสังเกตเห็นลูกสาวมีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด จึงได้คาดคั้นถาม จนกระทั่งลูกสาวยอมเปิดปากเล่าความจริงให้ฟังในวันที่ 25 ม.ค.68
หลังทราบเรื่อง ตนได้เดินทางไปเจรจากับครอบครัวฝ่ายชายทันที ซึ่งในขณะนั้นตัวผู้กระทำความผิดยอมรับสารภาพผ่านโทรศัพท์ว่าได้ลงมือจริง ต่อมาได้มีการนัดไกล่เกลี่ยกันถึง 2 ครั้ง โดยทางฝั่งตนเองได้เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 250,000 บาท ทว่าทางครอบครัวฝ่ายชายกลับปฏิเสธและยื่นข้อเสนอจะจ่ายเงินให้เพียงไม่เกิน 50,000 บาท พร้อมตั้งเงื่อนไข ว่าจะต้องส่งตัวลูกสาวไปอยู่ด้วย ซึ่งตนมองว่าลูกสาวยังเด็กมากอายุแค่ 14 ปี จึงไม่สามารถยอมรับข้อเสนอดังกล่าวได้ และตัดสินใจพาลูกสาวเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สถานีตำรวจภูธรวังสามหมอ ในวันที่ 3 ก.พ.68 โดยมี ร.ต.อ. ทิติพงษ์ บุตรสมงคล (ยศในขณะนั้น) เป็นผู้รับเรื่อง พร้อมส่งตัวเด็กไปตรวจร่างกาย ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลวังสามหมอยืนยันว่าพบร่องรอยการฉีกขาดที่อวัยวะเพศจริง
"แม่ต้องวิ่งเต้นไปถามคดีตลอด แต่คำตอบที่ได้มีแค่ 'จะทำให้นะคุณแม่' แล้วก็เงียบหายไป ค่าเดินทางค่าน้ำมันรถเราก็ไม่ค่อยมี ตอนนี้ผ่านไป 1 ปี 4-5 เดือนแล้ว คดีไม่มีอะไรคืบหน้าเลย เหมือนคนร้ายลอยนวลอยู่สบาย แต่เราต้องจมอยู่กับความทุกข์" ผู้เป็นแม่ กล่าวด้วยน้ำตา
นอกจากนี้ แม่ผู้เสียหาย ยังระบุอีกว่า ความล่าช้าส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ร้อยเวรเจ้าของคดีคนเก่าได้ลาออกจากราชการไป และมีการเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบคดีมาเป็น พ.ต.ท.กีรัตติพงษ์ แสนศรีมหาชัย ซึ่งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 69 ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง พร้อมหิ้วผักหวานและกล้วยน้ำว้าจากสวนไปฝากตามประสาชาวบ้าน ซึ่งทางร้อยเวรคนใหม่ได้รับปากว่าจะเร่งสรุปสำนวนให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นั้น แต่พอตนโทรศัพท์ไปทวงถามในวันต่อๆ มา กลับถูกบ่ายเบี่ยงและผลัดผ่อน
จากความเครียดที่สะสมมานานเกือบ 2 ปี และความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำให้ ผู้เป็นแม่ ล้มป่วยหนัก อาการโรคพุ่มพวงหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) รวมถึงโรคซึมเศร้ากำเริบอย่างรุนแรง จนแพทย์ต้องสั่งเพิ่มปริมาณยา เนื่องจากนอนไม่หลับและคิดวนเวียนอยู่กับคดีของลูกสาวตลอดเวลา
สุดท้ายนี้ ทางทนายความจึงได้แนะนำให้ตนเดินทางมาร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เพื่อให้ช่วยจี้และเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนคดีไปยังชั้นอัยการ และนำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาลโดยเร็วที่สุด ไม่อยากให้เรื่องเงียบหายหรือปล่อยให้ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี