533.jpg
สั่งแก้58จุดตัด ล้อมคอกรถไฟทั่วกรง นิติเวชตามญาติศพที่8

สั่งแก้58จุดตัด ล้อมคอกรถไฟทั่วกรง นิติเวชตามญาติศพที่8

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ภาพจากเฟซบุ๊ค กองบัญชาการตำรวจนครบาล - บช.น. Metropolitan Police Bureau

 

สั่งแก้58จดตัด

ล้อมคอกรถไฟทั่วกรง

นิติเวชตามญาติศพที่8

 

ผบช.น.ถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางมาตรการแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟทั่ว กทม. พบจุดเสี่ยง 58 จุด ครอบคลุม 28 สน.มากที่สุดในพื้นที่ บก.น.2 รวม 15 จุด ขู่เอาผิดคนขับรถไร้วินัย ฝ่าฝืนก.ม. ส่วนคนขับรถไฟ ผิดฐานเสพยาฯ ภายใต้ พ.ร.บ.การเดินรถทางราง ด้าน ผบก.นิติเวช เผยศพที่ 8 มีญาติมาติดต่อ แต่ไม่สามารถเก็บดีเอ็นเอ เทียบเคียง เพราะไม่ใช่ญาติโดยสายเลือด ยังมีความหวังเร่งติดตามญาติมาตรวจดีเอ็นเอ


เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงเหตุรถไฟขนส่งสินค้า ขบวนที่ 367 กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟ ถนนอโศก-ดินแดง กทม.ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บ 32 คน เหตุเกิดวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง กรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

บช.น.เผยมีจุดตัดรถไฟ58จุด

ทั้งนี้ บช.น.สรุปข้อมูลพบว่าพื้นที่รับผิดชอบ มีจุดตัดทางรถไฟ รวม 58 จุด ครอบคลุม 28 สน.มากที่สุดในพื้นที่ บก.น.2 รวม 15 จุด รองลงมาคือ บก.น.1 รวม 14 จุด ส่วน บก.น.5 และ บก.น.9 มีแห่งละ 7 จุด ขณะที่ บก.น.7 มี 6 จุด บก.น.3 มี 4 จุด บก.น.4 มี 3 จุด และ บก.น.8 มี 2 จุด ส่วน บก.น.6 ไม่มีจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งที่ประชุมเตรียมหาแนวทางเพิ่มมาตรการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ทั้งการติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัย ระบบไม้กั้นอัตโนมัติ การจัดกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ยันบังคับใช้กม.เข้มผู้ที่ฝ่าฝืน

พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า ได้หารือและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา โดยตำรวจจะเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วพื้นที่ พร้อมจัดกำลังประจำจุด ดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง รวมถึงบริหารจัดการจราจรพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการจุดตัดทางรถไฟและทางร่วมทางแยก เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในอนาคต

ชงปรับปรุงกฎหมาย-ระเบียบ

ส่วนมาตรการระยะสั้น จะเร่งสำรวจและปรับปรุงสัญลักษณ์จราจรบริเวณทางตัดรถไฟ ทั้งเส้นหยุดรถ ป้ายเตือน สัญญาณไฟ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ ให้พร้อมใช้งาน ยอมรับว่าปัญหาสำคัญ คือประชาชนบางส่วนยังไม่เกรงกลัวกฎหมาย แม้จะส่งใบสั่งถึงบ้าน มีคดีเข้าสู่ชั้นศาล โดยตำรวจเตรียมเสนอพิจารณาปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมหารือกับ สส. สว.และกระทรวงคมนาคม เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการลงโทษผู้กระทำผิดซ้ำ

รฟท.ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย

ด้านนายอุดม เหมาเพชร วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างโยธา รฟท.ชี้แจงถึงมาตรการด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ หลังจากถูกตั้งคำถามถึงความแข็งแรงของไม้กั้นและแผงกั้น ว่าปัจจุบัน รฟท.ดำเนินมาตรการทั้งระยะเร่งด่วน และระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงใน กทม.ซึ่งมีจุดตัดทางรถไฟทั้งหมด 71 จุด และมีจุดเสี่ยงอีก 19 จุด ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

เพิ่มเจ้าหน้าที่จุดกั้นรถไฟ

นายอุดม กล่าวว่า ผู้ว่า รฟท.สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดกั้นรถไฟ เพิ่มอีก 1 คน พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาระดับต้น รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายเครื่องกล และผู้ตรวจบนรถจักร ลงพื้นที่ตรวจตราและควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถอย่างใกล้ชิด ส่วนระบบเครื่องกั้นถนนในพื้นที่ กทม.ชั้นใน ยังคงใช้ระบบไฟฟ้า ที่มีเจ้าหน้าที่ควบคุม เนื่องจากการจราจรมีความหนาแน่น หากใช้ระบบอัตโนมัติอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ ขณะที่พื้นที่ชานเมืองหรือโซนนอก จะใช้เครื่องกั้นอัตโนมัติแทน โดยยืนยันว่าเครื่องกั้นที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังเหมาะสมกับสภาพการจราจรของ กทม.

ที่กั้นจุดตัดพญาไทถูกชน

ส่วนกรณีที่มีภาพเครื่องกั้นจุดตัดพญาไท ชำรุด เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา นายอุดม คาดว่า เกิดจากการถูกชนจนเครื่องกั้นเสียหาย ไม่ได้เกิดจากการชำรุด ยืนยันว่าเครื่องกั้นระบบไฟฟ้าจะมีเจ้าหน้าที่เข้าดูแลทันทีเมื่อเกิดการชำรุด ขณะนี้มีทีมบำรุงรักษาสแตนด์บาย ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบผู้บาดเจ็บแล้ว14จาก32คน

ขณะที่ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ว่าได้สอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มแล้ว 14 คน จากทั้งหมด 32 คน รวมถึงสอบเจ้าหน้าที่ รฟท.เพิ่มอีก 1 คน และนัดสอบอีก 2 คน โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาความรับผิดของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หากพบผู้กระทำผิดก็จะดำเนินคดี ยืนยันว่าการพิจารณาดำเนินคดีประชาชนที่ฝ่าฝืนขับรถคร่อมรางรถไฟ จะยึดหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และข้อเท็จจริงเป็นหลัก

เอาผิดคนขับรถไฟฐานเสพยา

เมื่อถามว่าวันเกิดเหตุ รฟท.ประสานให้ตำรวจช่วยจัดการจราจรบริเวณดังกล่าวหรือไม่ พล.ต.ต.วรศักดิ์ ยืนยันว่า ปกติมีช่องทางในการประสานงานอยู่แล้ว แต่วันเกิดเหตุไม่มีการรับแจ้งประสานเข้ามา โดยปกติการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ใช่ข้อบังคับ ส่วนกรณีตรวจพบสารเสพติด ทั้งยาบ้า และกัญชาในร่างกายคนขับรถไฟ ทางตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินคดี เนื่องจากการเดินรถไฟ อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การเดินรถทางราง ไม่ใช่ พ.ร.บ.จราจรทางบก

ดูเจตนาคนขับรถคร่อมราง

สำหรับกรณีที่รถชาวบ้านไปคร่อมราง จะพิจารณาเจตนาว่าตั้งใจจะเข้าไป หรือเกิดเหตุขัดข้องอย่างอื่น เช่น การจราจรติดขัด เนื่องจากจะมีผลผูกพันกับประกันภัย ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างรอบครอบ แต่เบื้องต้น รฟท.ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับประชาชนที่ขับรถคร่อมราง แต่อย่างใด มีเพียงแจ้งแค่กรณีคนขับไรเดอร์ ที่ปีนข้ามแบริเออร์กันทางรถไฟ เข้าไปยืนปัสสาวะ แล้วถูกรถไฟเฉี่ยวชนเท่านั้น

ญาติศพสุดท้ายติดต่อนิติเวช

วันเดียวกัน พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผบก.นิติเวช รพ.ตำรวจ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีบุคคลเข้ามาพบเจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สูญหายที่อาจเป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว รายที่ 8 ซึ่งเป็นรายสุดท้าย โดยระบุว่าเป็นลูกพี่ลูกน้อง เดินทางมาจาก จ.สุโขทัย เข้ามาทำธุระที่ กทม.แต่บุคคลรายนี้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ไว้เปรียบเทียบได้ เนื่องจากมีสายสัมพันธ์ที่ค่อนข้างห่างไกลกับศพที่ 8

เร่งติดตามญาติเก็บดีเอ็นเอ

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างสืบสวนและตรวจสอบทะเบียนราษฎร ติดตามผู้ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิด เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง เพื่อเชิญมาให้เก็บตัวอย่าง นำไปตรวจดีเอ็นเอเทียบเคียง ซึ่งถือเป็นความหวังเล็กๆ ที่อาจนำไปสู่การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลที่เสียชีวิตรายสุดท้าย ซึ่งยังไม่มีญาติมารับไปบำเพ็ญกุศล โดยทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา พยายามค้นหาญาติหรือผู้ที่มีความใกล้ชิดกับศพที่ 8 อย่างเต็มความสามารถ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top