วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“วัชระพล ”ชูยุทธศาสตร์ 4S ยกระดับไหมไทยสู่เวทีโลก ดัน AI เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้เกษตรกร
วันนี้ (29 พ.ค.) นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานหม่อนไหม ณ ห้องประชุมนกยูงสีทอง ชั้น 7 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กรมหม่อนไหม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยมี นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะทำงาน พร้อมด้วย นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม เข้าร่วม โดยกล่าวว่า หม่อนไหมเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เชื่อมโยงทั้งภาคการผลิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมไทย และเศรษฐกิจชุมชน สอดคล้องกับนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ของรัฐบาล ที่มุ่งนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้สมัยใหม่มายกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร
นายวัชระพล กล่าวอีกว่า ไหมไทยจึงไม่ใช่เพียงสินค้าเกษตรหรือผืนผ้า แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความประณีตและวิถีชีวิตของคนไทยที่สืบทอดกันมานับร้อยปี ประกอบกับการน้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่มุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ผ้าไทยทันสมัย เข้าถึงง่าย และสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน
“ผมเชื่อว่าหากเราสามารถนำภูมิปัญญาดั้งเดิมอันทรงคุณค่าของไทยมาผสานกับนวัตกรรม เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด ไหมไทยจะไม่ได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิใจเท่านั้น แต่จะก้าวสู่การเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศ พร้อมทั้งนำพาผ้าไหมไทยก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างมั่นคง” นายวัชระพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันภาคเกษตรและอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยต้องเผชิญความท้าทายทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิต ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันในตลาดสากล จึงได้มอบหมายให้กรมหม่อนไหมดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ในฐานะหน่วยงาน “ต้นน้ำ” ของอุตสาหกรรมนี้ ขับเคลื่อนงานผ่านยุทธศาสตร์ 4S ได้แก่
S1 Standard & Soul มาตรฐานนำ ภูมิปัญญาหนุน มุ่งพัฒนามาตรฐานผ้าไหมไทย โดยเฉพาะตรานกยูงพระราชทานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เร่งขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และจัดทำ Digital Book รวบรวมองค์ความรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิม
S2 Smart Farmer & Smart Generation ปั้นเกษตรกรยุคใหม่และเยียวยาฐานราก แก้ไขปัญหาเร่งด่วนในการเข้าถึงต้นทุนการผลิตและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ ดูแลให้เกษตรกรเข้าถึงพันธุ์หม่อนและไหมคุณภาพดีอย่างทั่วถึง พร้อมเร่งสร้าง Young Smart Farmer และจัดอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีใน 4 ภูมิภาค ด้วยระบบ Coaching ให้กลายเป็นอาชีพที่ทันสมัย มั่นคง และน่าภาคภูมิใจสำหรับคนรุ่นใหม่
S3 Science & Solution นวัตกรรมแก้โจทย์ ยกระดับมูลค่า โดยนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้ในการวางแผนการผลิตและระบบเตือนภัยโรคแมลง พร้อมต่อยอดโปรตีนไหมสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงทั้งเครื่องสำอาง การแพทย์ และอาหารเสริม
“AI และ Big Data จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมหม่อนไหมไทย เพราะประเทศไทยมีองค์ความรู้และข้อมูลจำนวนมากกระจายอยู่ในแต่ละพื้นที่ หากสามารถรวบรวมและพัฒนาเป็นคลังข้อมูลกลางได้อย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยสนับสนุนเกษตรกรในการวางแผนการผลิต เลือกพันธุ์ที่เหมาะสม และบริหารจัดการการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสภาพอากาศได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น” นายวัชระพล กล่าว
S4 Style & Sustainability สไตล์ที่ร่วมสมัย สร้างรายได้สู่ชุมชน มุ่งเปลี่ยนภาพจำผ้าไหมให้เข้าถึงทุกเพศทุกวัย ภายใต้แนวคิด “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน โดยจะ Rebrand ผ้าไหมไทยและตรานกยูงพระราชทานให้มีภาพลักษณ์ร่วมสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองและคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
“สิ่งที่ผมให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพราะวันนี้ยังต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ การเข้าถึงแหล่งน้ำ เงินทุน และปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ดังนั้น นโยบายเร่งด่วนของกระทรวงและกรมหม่อนไหม คือการเข้าไปดูแลปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาดิน และการเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เพื่อให้เกษตรกรมีความพร้อมในการผลิตและสามารถรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายวัชระพล กล่าว
ขณะที่นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหมพร้อมขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเร่งพัฒนาการผลิตและกระจายพันธุ์หม่อนและไข่ไหมคุณภาพให้เกษตรกรเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ควบคู่กับการยกระดับภาพลักษณ์ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมให้มีความร่วมสมัย ตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและชุมชน พร้อมผลักดันผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทานสู่การยอมรับในระดับสากล อันจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาหม่อนไหมไทยให้คงคุณค่าและเติบโตอย่างต่อเนื่อง
015
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี