วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
บุหรี่ไฟฟ้าลามหนัก! “หมอวีระพันธ์” เผยเด็กไทยวัย 10-19 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 4 แสนคน เตือนพิษนิโคตินอันตรายถึงชีวิต เสี่ยงปอดพัง-มะเร็งถามหา ด้านประธาน กมธ.สาธารณสุข ห่วงเยาวชนเข้าถึงง่าย ย้ำ “ยิ่งสูบ ยิ่งตายผ่อนส่ง”
30 พฤษภาคม 2569 นายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร กล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมกันเลิกสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมแสดงความกังวลต่อสถานการณ์การเข้าถึงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนที่ทำได้ง่ายขึ้นอย่างน่าห่วง สิ่งที่น่ากลัวของบุหรี่คือพิษภัยที่เกิดขึ้นในลักษณะสะสม ไม่ใช่การสูบเพียงไม่กี่วันแล้วจะเห็นผลทันที แต่สารพิษจะค่อยๆสะสมในร่างกาย และแสดงผลกระทบที่รุนแรงเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนหรือวัยสูงอายุ พร้อมสนับสนุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำงานร่วมกับภาคีฯ ในการสื่อสารรณรงค์สร้างความตระหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนรู้เท่าทันอันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพราะเยาวชนบางส่วนอาจมองว่าการสูบบุหรี่เป็นเรื่องทันสมัยหรือใช้เพื่อเข้าสังคม แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมากในระยะยาว พร้อมย้ำว่า “บุหรี่คือการสะสมตายผ่อนส่ง” และยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างที่ต้องสูดควันบุหรี่มือสองโดยไม่รู้ตัว

นายสกลธี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมและป้องกันปัญหาบุหรี่ที่เพียงพออยู่แล้ว แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่เข้มงวดและขาดความจริงจัง เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังมากขึ้น ควบคู่กับการพิจารณาปรับปรุงข้อกฎหมายบางประเด็นให้ทันต่อรูปแบบสารเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
ขณะที่ นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา กล่าวว่า ปัญหาบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นวิกฤตสาธารณสุขที่น่ากังวล หลังผลการศึกษาล่าสุดพบว่าคนไทยอายุ 10 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 1.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านคนจากเมื่อ 5 ปีก่อนที่มีอยู่ประมาณแค่ 700,000 คน และกว่า 73 % เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 30 ปี โดยมีเด็กอายุ 10-19 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 400,000 คน อีกทั้งกว่า 51% เป็นนักสูบหน้าใหม่ในช่วงปีที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีข้อดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่อาจอันตรายกว่าบุหรี่ทั่วไป เพราะสามารถเติมสารเคมีที่ก่อโรคปอดและมะเร็งได้ พร้อมยืนยันว่าในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติสนับสนุนการควบคุมการนำเข้า การจำหน่าย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไทยจากภัยของนิโคติน

นพ.วีระพันธ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ปัญหาสำคัญของประเทศไทยไม่ใช่การขาดกฎหมาย แต่คือการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่จริงจัง แม้จะมีข้อห้ามเกี่ยวกับการนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอยู่แล้ว พร้อมคัดค้านแนวคิดการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย และเสนอให้เพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันสนับสนุน สสส.และภาคีเครือข่ายในการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ให้เข้าถึงเยาวชนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok YouTube และ Facebook รวมถึงโรงเรียนต้องเข้มงวดไม่ให้มีแหล่งขายหรือแหล่งสูบใกล้สถานศึกษา พร้อมเตือนว่านิโคตินเป็นสารเสพติดอันตรายไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายและกระตุ้นสมองให้เกิดการเสพติด จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันบอกต่อว่า “อย่าลอง” บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพราะล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสิ้น
ขณะเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรมสื่อสารรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พฤษภาคม 2569 “หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด # นิโคติน เสพติด จนตาย” ณ บริเวณชั้น 1 อาคารรัฐสภา โดยมีสมาชิกรัฐสภาร่วมกิจกรรม อาทิ นางการดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมการธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมืองการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ร่วมเขียนข้อความรณรงค์ชวนเชิญไม่สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดเพื่อกระตุ้นเตือนให้บุคลากรในวงงานรัฐสภา ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐสภา สื่อมวลชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงพิษภัยอันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า มุ่งเน้นให้เกิดการสร้างความเข้าใจ สร้างความตระหนักถึงโทษตลอดจนพิษภัยของผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกรูปแบบ โดยเฉพาะภัยร้ายที่มาจาก “นิโคติน” ซึ่งเป็นสารเสพติดสารพิษรุนแรงที่นำไปสู่การใช้ยาเสพติดชนิดอื่น ซึ่งผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีการสูบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากถูกออกแบบให้สูบเสพใช้งานง่าย และหาซื้อสะดวกผ่านช่องทางออนไลน์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี