วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประมงแม่ฮ่องสอนเปิดผลสอบ 'ปลาตายเกลื่อนลำน้ำลาง' ชี้ภัยแล้งทำน้ำนิ่ง-แบคทีเรียย่อยมูลสัตว์เกิด 'ก๊าซแอมโมเนียพิษ' รมควันปลาขาดออกซิเจนในวังน้ำลึก ย้ำฝนมาช่วยรอดตาย
วันที่ 2 มิ.ย. 69 จากกรณีเกิดเหตุการณ์ปลาในธรรมชาติลอยตายเป็นจำนวนมาก สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนในพื้นที่ริมลำน้ำลาง ล่าสุด นายธนดล นวลจันทร์ ประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังนำเจ้าหน้าที่นักวิชาการลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำและเก็บตัวอย่างบริเวณลำน้ำลางและพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด โดยระบุว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมดังกล่าวเกิดจากปฏิกิริยาของหลายปัจจัยร่วมกัน ซึ่งทางหน่วยงานยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และกำลังเร่งหาความเชื่อมโยงหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ ทั้งในเรื่องของคุณภาพน้ำ ภาคการเกษตร และสารพิษตกค้างต่าง ๆ
.jpg)
นายธนดล ระบุรายละเอียดทางวิชาการว่า สิ่งปฏิกูลจาก ‘มูลโคและกระบือ’ รวมถึงน้ำทิ้งจากครัวเรือนและการขับถ่ายของสัตว์เลือดอุ่นในบริเวณใกล้เคียง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำโดยตรง เนื่องจากสิ่งปฏิกูลเหล่านี้จัดเป็นสารอินทรีย์หนาแน่น ซึ่งเมื่อไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติแล้ว แบคทีเรียจะเข้าไปดักจับและทำการย่อยสลาย สภาวะดังกล่าวส่งผลให้เกิด ‘ก๊าซแอมโมเนีย’ ในน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งแอมโมเนียนี้มีคุณสมบัติเป็นพิษร้ายแรงต่อระบบหายใจของตัวปลา

ประกอบกับในช่วงที่เกิดเหตุก่อนหน้านี้เป็นช่วงฤดูแล้งอย่างรุนแรง อัตราการไหลเวียนของมวลน้ำในลำน้ำลางลดลงอย่างวิกฤต น้ำจึงนิ่งและแห้งขอด ทำให้ฝูงปลาจำเป็นต้องอพยพหนีความร้อนไปรวมตัวกันอย่างหนาแน่นอยู่เฉพาะบริเวณ ‘วังน้ำลึก’ ซึ่งเป็นจุดเดียวที่มีน้ำเหลืออยู่

‘เมื่อวังน้ำลึกกลายเป็นจุดศูนย์รวมของทั้งปลาและสารแอมโมเนียที่สลายตัวมาจากมูลสัตว์ จึงเกิดการสะสมของก๊าซพิษในปริมาณเข้มข้นสูง จนสร้างความระคายเคืองต่อเหงือกปลา และเกิดปฏิกิริยาสลายตัวของก๊าซออกซิเจนในน้ำ ทำให้ออกซิเจนลดต่ำลงจนถึงขั้นวิกฤต ส่งผลให้ฝูงปลาขาดออกซิเจนและทยอยตายลงในที่สุด โดยเฉพาะปลาขนาดใหญ่ที่มีความต้องการออกซิเจนสูงและไม่สามารถอพยพหนีออกจากแอ่งน้ำลึกดังกล่าวได้ทัน จึงพบการตายลอยเกลื่อนเป็นจุดๆ’ ประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าว
.jpg)
นอกจากนี้ ประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากปัญหามูลสัตว์และน้ำทิ้งชุมชนแล้ว สารเคมีทางการเกษตร ปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลงจากพื้นที่เพาะปลูกโดยรอบ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยร่วมที่อาจหลุดรอดเข้ามาซ้ำเติมคุณภาพน้ำ ซึ่งตามสถานการณ์ปกติในฤดูฝนหรือฤดูหนาว มวลน้ำจำนวนมากจะช่วยเจือจางจนไม่เกิดปัญหานี้ แต่ปีนี้สภาวะภัยแล้งทำให้น้ำลดลงมากกว่าปกติ ปัญหาทุกอย่างจึงมากระจุกตัวรวมกันจนส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศ

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะนี้ มวลน้ำใหม่ได้ไหลเข้าหนุนและขับเคลื่อนระบบนิเวศ ส่งผลให้สถานการณ์ปลาตายในลำน้ำลางเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว โดยปลาขนาดใหญ่บางส่วนที่รอดชีวิตสามารถฟื้นตัวและว่ายน้ำได้ตามปกติ ส่วนปลาขนาดเล็กที่ไม่ได้รับผลกระทบก็ยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้ตามธรรมชาติ ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะนำผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ของตัวอย่างน้ำและซากปลาทั้งหมด มาสรุปเพื่อหาความสัมพันธ์ที่แน่ชัดและวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในปีถัดไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี