538.jpg
เลขาฯ กพฐ. สั่งเขตพื้นที่ฯ รายงานผลคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว หลังกลุ่มลูกจ้างเดิมร้องสอบไม่ผ่าน

เลขาฯ กพฐ. สั่งเขตพื้นที่ฯ รายงานผลคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว หลังกลุ่มลูกจ้างเดิมร้องสอบไม่ผ่าน

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.47 น.

พิเชฐ เลขาธิการ กพฐ. เรียกข้อมูล สพท.รายงานผลสอบคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว หลังคนเก่าโวยสอบไม่ผ่าน รับคนใหม่มาแทน  

2 มิถุนายน 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า  สพฐ.เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว ทั้ง 7,588 อัตรา ตามที่รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) โดยก่อนดำเนินการคัดเลือกได้มีการหารือฝ่ายกฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ให้ความเห็นว่า การจัดสอบจะต้องเปิดกว้างให้ผู้ที่มีคุณสมบัติสามารถสมัครสอบคัดเลือกได้  ส่วนการจัดสอบเป็นอำนาจของแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ไปดำเนินการ โดยก่อนการจัดสอบ สพฐ. มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับเขตพื้นที่ฯ เพื่อให้การจัดสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม 


”จากการรายงานเบื้องต้น หลังการสอบคัดเลือก มีกลุ่มจ้างเหมาบริการเดิม สอบไม่ผ่าน และได้คนใหม่มาแทน ประมาณกว่า 100 คน ใน 50 เขตพื้นที่ฯ ทำให้คนเก่าเกิดความไม่พอใจ ซึ่ง สพฐ. เองรับฟังทุกความคิดเห็น ขณะที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ก็มีความห่วงใย โดยมอบหมายให้ สพฐ. วางแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่ง สพฐ.ได้สั่งการให้แต่ละเขตพื้นที่ฯ รายงานข้อมูล การดำเนินการ อาทิ มีลูกจ้างเหมาบริการเดิมกี่คน มีผู้เข้าสอบคัดเลือกกี่คน และเหตุผลที่คนเก่าไม่ผ่านการคัดเลือกกี่คน โดยแนวทางเยียวยาจะมาจากสองส่วน ส่วนหนึ่งจะมาจากเขตพื้นที่ฯ และอีกส่วนมาจากสพฐ. ที่จะพิจารณาดำเนินการอย่างเหมาะสม ตามควรแก่กรณี“ นายพิเชฐ  กล่าว 

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า สพฐ.ยืนยันว่า มีความห่วงใย ให้ความสำคัญกับคนเดิมที่ทำงานเพื่อส่วนรวม เพื่อโรงเรียนตลอดมา  สพฐ.จึงให้ เขตพื้นที่ กรอกข้อมูลแต่ละเขตพื้นที่ผ่านกูเกิ้ลฟอร์มมาว่าแต่ละเขตคนเก่าผ่านการคัดเลือกกี่คน ไม่ผ่านกี่คน และให้เหตุผลมาด้วยว่าไม่ผ่านเพราะอะไร  และรับคนใหม่เข้ามากี่คน

เมื่อ สพฐ.ได้รับข้อมูลจากทุกเขตพื้นที่ฯแล้ว จะเร่งตรวจสอบทันทีและวางแผนเยียวยาหาทางออก โดยส่วนตัวคิดว่าจะมีทางออกที่ดีสำหรับคนที่ไม่ได้รับการคัดเลือก ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ และเขตพื้นที่ฯยืนยันผลการทำงาน 

“การดำเนินการครั้งนี้ จะเป็นการเยียวยาผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือก ให้ได้รับความเป็นธรรม ส่วนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกไปแล้ว  7,588 อัตรา ก็ต้องทำสัญญาจ้างไปตามหลักเกณฑ์ที่แต่ละเขตฯคัดเลือก เราต้องเคารพขบวนการคัดเลือกของแต่ละเขตด้วยเช่นกัน ส่วนที่ยังไม่ได้รับการคัดเลือก สพฐ.ก็รอดูข้อมูลเป็นรายกรณีไปและจะเยียวยาตามความเหมาะสมเป็นรายๆไป“ เลขาธิการ กพฐ.กล่าว 

เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า ส่วนข้อครหาที่อ้างว่า เขตพื้นที่ฯคัดเลือกคนของตัวเองเข้าไป ทำให้คนเก่าไม่ได้รับการคัดเลือกนั้น ก็คงต้องดูเหตุดูผล และหลักฐานว่า ดำเนินตามกระบวนการหรือไม่  โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้ เมื่อ สพฐ.ได้ข้อมูล พร้อมแนวทางเยียวยาครบถ้วนแล้วก็จะรายงานให้รัฐมนตรีว่าการศธ. รับทราบต่อไป 

สำหรับการเปลี่ยนจากจ้างเหมาบริการ มาเป็นลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 7,588 อัตรานั้น จะส่งผลให้ครูอัตราจ้างที่ผ่านการคัดเลือกเป็นลูกจ้างชั่วคราวได้รับเงินเดือนสูงขึ้น และได้รับสิทธิประโยชน์ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยกลุ่มครูผู้ช่วยที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี หรือมีประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) จะได้รับอัตราเงินเดือนสูงสุดถึง 19,120 บาท กลุ่มครูผู้ช่วยวุฒิปริญญาตรี 4 ปี จะได้รับอัตราเงินเดือน 18,220 บาท ขณะที่กลุ่มครูช่วยสอน ครูพี่เลี้ยง และครูสอนศาสนาอิสลาม จะได้รับอัตราเงินเดือนรวมค่าครองชีพเริ่มต้นที่ 11,000 บาท โดย สพฐ.กำชับให้เขตพื้นที่ทั่วประเทศเร่งดำเนินการคัดเลือกบุคลากรตามขั้นตอนและจัดทำสัญญาจ้างให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกสามารถเริ่มลงนามในสัญญาจ้างใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top