วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
"สมาคมกุ้งไทย"เรียกร้องรัฐบาล เร่งเจรจากับมาเลเซีย หลังมาตรการระงับนำเข้ากุ้งจากไทย 5 สายพันธุ์เริ่มมีผล หวั่นกระทบชาวประมงพื้นบ้าน ผู้รวบรวมผลผลิต และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ พร้อมประเมินความเสียหายเบื้องต้นมากกว่า 2,000 ล้านบาท ขณะที่ภาครัฐเร่งติดตามสถานการณ์ โดย รมช.เกษตรฯ เรียกอธิบดีกรมประมงประชุมด่วนเพื่อหามาตรการรับมือ
2 มิถุนายน 2569 นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยจากหลายจังหวัดขอเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งไทย เนื่องจากมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งจากไทย โดยก่อนหน้านี้ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือด่วนที่สุด
โดยข้อเสนอสำคัญของสมาคมกุ้งไทย ประกอบด้วย 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ กรณีประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้านที่ประกอบอาชีพอวนลอยกุ้ง ผู้รวบรวมผลผลิต และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 2,000 ล้านบาท และปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมกุ้งไทยที่เผชิญภาวะการผลิตลดลงและความสามารถในการแข่งขันถดถอยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากเดิมที่ประเทศไทยเคยเป็นผู้ส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของโลก มีมูลค่าการส่งออกมากกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี ปัจจุบันลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลก โดยมีมูลค่าการส่งออกเหลือเพียงประมาณ 40,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สมาคมกุ้งไทย ยังแสดงความกังวลว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงอาจสูงกว่าตัวเลขที่หน่วยงานภาครัฐประเมินไว้ เนื่องจากยังมีการค้ากุ้งผ่านผู้รวบรวมผลผลิตและผู้ค้ารายย่อยตามแนวชายแดนอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านที่ประกอบอาชีพอวนลอยกุ้ง รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาด้านการตลาดและราคาผลผลิตอยู่แล้ว
ขณะที่ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ รายงานว่า มาเลเซียเริ่มบังคับใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าอาหารทะเลจากประเทศไทยอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้ปลากะพงต้องแนบใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis : CoA) ทุกครั้งในการนำเข้า และระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า การระงับนำเข้ากุ้งจากไทยของมาเลเซียเป็นมาตรการตอบโต้ทางการค้า หลังกรมประมงไทยออกประกาศยกระดับมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) สำหรับการนำเข้าปลากะพงขาวจากมาเลเซีย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแสดงและแนบใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA) จากห้องปฏิบัติการของรัฐหรือที่รัฐให้การรับรอง เพื่อยืนยันว่าไม่พบสารตกค้างและยาต้านจุลชีพต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ เมื่อสินค้าปลากะพงขาวจากมาเลเซียนำเข้ามาถึงประเทศไทย เจ้าหน้าที่ด่านตรวจประมงจะดำเนินการอายัดสินค้าและเก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ทุกรอบการนำเข้า จนกว่าจะได้รับผลการตรวจสอบ หากพบสารตกค้างหรือยาต้านจุลชีพตามที่กำหนด จะไม่อนุญาตให้นำเข้าและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ทางการมาเลเซียระบุว่าจะพิจารณาทบทวนมาตรการระงับนำเข้ากุ้งจากไทยอีกครั้งเมื่อได้รับคำชี้แจงด้านมาตรฐานความปลอดภัยอาหารจากหน่วยงานไทยครบถ้วน
ล่าสุด นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งติดตามสถานการณ์และหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยด่วน ภายหลังได้รับรายงานผลกระทบจากมาตรการระงับนำเข้ากุ้งจากไทยของมาเลเซีย
นายวัชระพล กล่าวว่า ได้เรียกอธิบดีกรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเป็นการเร่งด่วน เพื่อติดตามรายละเอียดของมาตรการที่มาเลเซียประกาศใช้ ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภาคการประมงและอุตสาหกรรมกุ้งไทย รวมถึงกำหนดแนวทางการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาและลดผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย โดยหลังการหารือจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการของภาครัฐในการรับมือกับมาตรการดังกล่าว
ขณะที่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเตรียมเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ เพื่อขอให้เร่งคลี่คลายปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากมาตรการระงับนำเข้ากุ้งของมาเลเซีย
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี