537.jpg
แม่ฮ่องสอนวิกฤต! น้ำป่าหลากพัดคอสะพาน ‘บ้านห้วยปางผาง’ ขาดรอบที่ 3

แม่ฮ่องสอนวิกฤต! น้ำป่าหลากพัดคอสะพาน ‘บ้านห้วยปางผาง’ ขาดรอบที่ 3

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.23 น.

แม่ฮ่องสอนวิกฤต! น้ำป่าหลากพัดคอสะพาน ‘บ้านห้วยปางผาง’ ขาดรอบที่ 3 ในรอบเดือน ตัดขาดทางเข้า-ออกเดียวของ 300 ชีวิต

วันที่ 4 มิ.ย. 69 สถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาเริ่มส่งสัญญาณวิกฤต โดยล่าสุด นายวิชา ประเสริฐศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่เหาะ (อบต.แม่เหาะ) อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยว่า จากสภาวะฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ห้วงเวลาค่ำของวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงและเข้ากัดเซาะคอสะพานบ้านห้วยปางผาง ซึ่งเป็นสะพานสำคัญเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านกับเส้นทางหลัก ทางหลวงหมายเลข 108 จนขาดสะบั้นลงอย่างสิ้นเชิง ยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้


จากการสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น พบว่าเหตุคอสะพานขาดในครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราษฎรในพื้นที่รวมถึงครูและนักเรียนกว่า 300 คน เนื่องจากเส้นทางสู่บ้านห้วยปางผางและโรงเรียนบ้านห้วยปางผางแห่งนี้ มีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น ในการเดินทางเข้าออกสู่โลกภายนอก เมื่อคอสะพานถูกกระแสน้ำพัดพังจึงส่งผลให้หมู่บ้านและโรงเรียนถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของชาวบ้านในพื้นที่ที่อยากให้ภาครัฐพิจารณาก่อสร้างสะพานคอนกรีตที่มั่นคงถาวรเพื่อแทนที่โครงสร้างเดิมที่ชำรุดง่าย

นายก อบต.แม่เหาะ ระบุว่า คอสะพานแห่งนี้กลายเป็นจุดเสี่ยงภัยซ้ำซาก โดยในห้วงฤดูฝนของปี 2569 นี้ คอสะพานได้ถูกน้ำป่าพัดพังทลายขาดออกจากกันมาแล้วถึง 3 ครั้งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 , ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 และครั้งที่ 3 (ล่าสุด) เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 3 มิถุนายน 2569

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา นายวิชา ประเสริฐศรี กล่าวต่อไปว่า ทันทีที่เกิดเหตุ ทาง อบต.แม่เหาะ ได้ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมนำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่เพื่อทำการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน โดยใช้กรรมวิธีนำดินเข้าถมบดอัดบริเวณคอสะพานที่ขาด เพื่อเปิดการสัญจรชั่วคราวและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน รวมถึงคณะครูที่มีความจำเป็นต้องใช้เส้นทาง

อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เนื่องจากในขณะนี้พื้นที่ภาคเหนือยังมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง ดินที่นำมาถมจึงอยู่ในสภาวะอุ้มน้ำและอ่อนตัว มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกกระแสน้ำป่าพัดพังทลายลงไปอีกรอบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้เส้นทางสัญจรได้

การก่อสร้างสะพานและคอสะพานให้มั่นคงถาวรบริเวณจุดดังกล่าวในระยะยาวนั้น ขอยอมรับว่าอยู่นอกเหนือขีดความสามารถและขอบเขตอำนาจงบประมาณของ อบต.แม่เหาะ เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมที่มั่นคงและใช้งบประมาณค่อนข้างสูง หลังจากนี้ทาง อบต. จะเร่งจัดทำรายงานแผนโครงการและเอกสารเทคนิค เพื่อเสนอเรื่องผ่านอำเภอแม่สะเรียง ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ในระหว่างที่รอนโยบาย อบต.แม่เหาะ จะคอยส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและเร่งซ่อมประทังทางไปก่อนอย่างเต็มกำลัง’ นายวิชา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top