วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
กาฬสินธุ์ดุเดือด! ชาวบ้านแจ้งเบาะแส จยย.ซิ่งเสียงดัง นำทางตำรวจ สภ.ลำปาว ทลายรังค้ายาบ้าคากระท่อมสวนยาง รวบ 3 เอเย่นต์ ยึดของกลาง 7,243 เม็ด แฉโยงขบวนการค้ามนุษย์-ทุนลาวผ่านโซเชียล
วันที่ 5 มิ.ย. 69 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ (ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสะสางและเอ็กซเรย์พื้นที่ตามนโยบายกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติดอย่างจริงจัง ล่าสุดวานนี้ (4 มิถุนายน 2569) เวลาประมาณ 20.30 น. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำปาว นำโดย พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ บึงบัว สารเวรใหญ่ (สว.) สภ.ลำปาว, ร.ต.อ.อนันท์ ฤทธิสิงห์, ร.ต.ท.พุทธลักษณ์ อินปาว, ร.ต.อ.รุ่งศิลป์ ผลวิชัย รอง สว.(ป.) สภ.ลำปาว ร่วมกับ ตม.กาฬสินธุ์ นำโดย ด.ต.ทวน ภูบรรสุข และ ด.ต.สุพรรณ ภูคงผา ผบ.หมู่ ตม.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการค้ายาเสพติดจำนวน 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 7,243 เม็ด
พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ บึงบัว สว.สภ.ลำปาว เปิดเผยถึงเบื้องหลังการจับกุมในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนอย่างหนักจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลำคลอง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวขับขี่รถจักรยานยนต์เสียงดัง ท่อแต่ง ส่งเสียงก่อความรำคาญและรบกวนเวลาพักผ่อนในเวลากลางคืนเป็นประจำ โดยเฉพาะในซอยด้านหลังทางเข้ากระท่อมสวนยางพาราบ้านปลาเค้าน้อย จะมีรถจักรยานยนต์ทั้งคันเล็กและคันใหญ่ขี่เข้า-ออกอย่างผิดปกติตลอดทั้งคืน

เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนเชิงลึกจนทราบว่า กระท่อมเพิงพักดังกล่าวมี นายสุรศักดิ์ หรือ หนุ่ม เกตุชาติ อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดลพบุรี เป็นเจ้าของและผู้พำนัก ตรวจสอบประวัติพบเคยต้องโทษคดียาเสพติดและ เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปลายปี 2568 เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังเข้าตรวจสอบทันที เมื่อไปถึงพบตัวนายสุรศักดิ์นั่งอยู่บนโต๊ะหินอ่อนพร้อมอุปกรณ์การเสพและยาเสพติดบางส่วน ตรวจค้นภายในกระท่อมพบยาบ้าบรรจุอยู่ในโหลพลาสติกใส แยกเป็นซองสีน้ำเงิน-ชมพู และห่อกระดาษขาว รวมจำนวน 3,326 เม็ด โดยนายสุรศักดิ์ยอมรับสารภาพว่ามีไว้เพื่อเสพและแบ่งขายให้กลุ่มรถซิ่งและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ โดยยาบ้าล็อตนี้มี ‘นายน๊อต’ นำมาส่งให้เมื่อ 2 วันก่อน และนายน๊อตกำลังจะเดินทางมาเก็บเงินค่ายาที่เหลือ
เมื่อทราบข้อมูล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนซ้อนแผน นำกำลังดักซุ่มโปร่งอยู่ภายในบริเวณป่าสวนยางพารารอบกระท่อม จนกระทั่งเวลา 20.30 น. ได้มีชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดที่กระท่อมตามนัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พยายามขัดขืน บิดรถหนีและวิ่งเตลิดไปในความมืดจนทำให้ห่อยาบ้าตกหล่นกระจัดกระจาย ทว่าในที่สุดเจ้าหน้าที่สามารถไล่กวดและควบคุมตัวไว้ได้ทั้ง 2 ราย

โดยทราบชื่อคือ นายภาณุวัฒน์ หรือ ‘น๊อต’ อายุ 26 ปี ชาว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ (พบของกลางยาบ้าตกหล่นขณะวิ่งหนี จำนวน 1 มัด ตรวจนับได้ 2,117 เม็ด) และนายณัฐพงษ์ หรือ ‘เปา’ อายุ 31 ปี ชาว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ (ตรวจค้นภายในกระเป๋าสะพาย พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่อีก 9 ซอง)
จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาทั้งสอง (นายน๊อต และ นายเปา) ให้การรับสารภาพตรงกันว่า เดินทางมาที่กระท่อมแห่งนี้เพื่อเก็บเงินค่ายาบ้าส่วนที่เหลือจากนายสุรศักดิ์ และตั้งใจนำยาบ้าล็อตใหม่มาส่งให้กระจายขายต่อในพื้นที่ นอกจากนี้ยังให้การซัดทอดถึงต้นตอที่มาอย่างน่าตกใจว่า ยาบ้าทั้งหมดพวกตน สั่งซื้อและติดต่อโดยตรงจากคนลาว (สปป.ลาว) ผ่านทางแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย จากนั้นจะมีการนัดแนะจุดส่งมอบตามแนวชายแดนก่อนลำเลียงเข้ามาขายในพื้นที่ตอนใน
.jpg)
ภายหลังเสร็จสิ้นปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายและตรวจยึดยาบ้าจำนวน 7,243 เม็ด พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการด่วนที่สุดให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.นพวิทย์ ดิษฐาธนาธรสิริ ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ประสานงานร่วมกับตำรวจ สภ.ลำปาว ทันที เพื่อใช้วิธีการทางกฎหมายและเทคโนโลยีแกะรอยบัญชีม้า เส้นทางการเงิน และเครือข่ายออนไลน์ของผู้ต้องหา เพื่อดำเนินการมาตรการยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด และทลายเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามนโยบายเด็ดขาดของจังหวัดกาฬสินธุ์ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี