542.jpg
เชียงรายล่าระทึก! สกัดจับแก๊งขนไอซ์ 600 กก. ซิ่งรถตู้ชนรถตำรวจพังยับ

เชียงรายล่าระทึก! สกัดจับแก๊งขนไอซ์ 600 กก. ซิ่งรถตู้ชนรถตำรวจพังยับ

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.18 น.

เชียงรายล่าระทึก! บุกสกัดแก๊งยานรกซิ่งชนรถตราโล่พังยับ รวบ 4 ผู้ต้องหาคาด่านปูแกง ยึดไอซ์บิ๊กล็อต 600 กก. ซุกรถตู้ เลี่ยงด่านคลองชลประทาน จ่อส่งภาคกลาง ขยายผลรวบเฒ่าวัย 70 ถึงลำพูน

วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้สั่งการให้กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดเชียงราย (กก.สส.ภ.จว.เชียงราย) ร่วมกับ พ.ต.อ.วิชัยไชย อิ่นคำ ผกก.สภ.พาน, พ.ต.ท.ชีวะ ยาท้วม รอง ผกก.สส.ฯ, พ.ต.ท.อธิวัฒน์ อินปันชัย รอง ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.สุรพัศ ธรรมปัญญา สวป.ฯ และ พ.ต.ท.พิชัย เชื้อเมืองพาน สว.สส.สภ.พาน ควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดจำนวน 4 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ล็อตมหึมา และรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดจำนวน 4 คัน ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


ยุทธการครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก ในช่วงกลางดึกระหว่างวันที่ 18–19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญทางเทคโนโลยีว่า จะมีกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่จากพื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงราย มุ่งหน้าไปส่งมอบให้นายทุนในพื้นที่ภาคกลาง โดยกลุ่มคนร้ายมีพฤติการณ์ใช้เส้นทางสายรองผ่านพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงราย, อำเภอแม่ลาว และอำเภอพาน เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสะกดรอยพบรถยนต์เป้าหมายจำนวน 3 คัน ขับตามกันมาเป็นขบวน ประกอบด้วย รถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีขาว (ทะเบียนลำพูน), รถตู้โตโยต้า สีเทา (ทะเบียนเชียงราย) และรถเก๋งโตโยต้า สีขาว (ทะเบียนกรุงเทพฯ) โดยขับออกจากตัวเมืองเชียงรายมุ่งหน้าอำเภอแม่ลาว ทว่าเมื่อเข้าเขตอำเภอแม่ลาว ขบวนรถดังกล่าวได้เลี้ยวลดเลี้ยวเข้าเส้นทางเลียบคลองชลประทาน เพื่อหลบเลี่ยง ด่านตรวจยาเสพติดป่าตึง ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว ก่อนจะวกรถกลับเข้าสู่ถนนพหลโยธินอีกครั้งเพื่อมุ่งหน้าสู่อำเภอพาน

เจ้าหน้าที่ชุดติดตามจึงได้ประสานงานด่วนไปยังด่านตรวจยาเสพติดปูแกง ต.แม่เย็น อ.พาน ซึ่งเป็นด่านสกัดถาวรบริเวณเขตติดต่อจังหวัดพะเยา ให้ทำการตั้งเครื่องกีดขวางเพื่อสกัดจับ โดยสามารถสกัดรถกระบะโตโยต้า สีขาว ไว้ได้ มี นายณัฐพงษ์ อายุ 31 ปี ชาว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เป็นคนขับ

อย่างไรก็ตาม รถตู้โตโยต้า สีเทา ซึ่งขับตามหลังมาเห็นท่าไม่ดี ได้กลับรถเลี้ยวหลบหนีก่อนถึงด่านตรวจ 500 เมตร พร้อมเร่งเครื่องพุ่งชนรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามจนพังเสียหาย ก่อนซิ่งหนีเตลิดไปตามถนนพหลโยธิน เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจใช้รถยนต์สายตรวจตราโล่ขับเข้าขวางสกัดกั้นบริเวณหน้าโรงพยาบาลพาน ทำให้รถตู้พุ่งชนรถตราโล่อย่างจังจนเสียหาย แต่สามารถหยุดยั้งรถไว้ได้ ตรวจค้นพบคลังไอซ์บรรจุในกระสอบฟาง 24 ใบ น้ำหนักรวมประมาณ 600 กิโลกรัม มี นายถิรวุฒน์ อายุ 31 ปี ชาว อ.เมืองเชียงใหม่ เป็นคนขับ ส่วนรถเก๋งโตโยต้า สีขาว ถูกสกัดจับไว้ได้พร้อมกัน มี น.ส.ทิศมัย อายุ 30 ปี ชาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เป็นคนขับ

ในวันเดียวกัน พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนดำเนินการขยายผลทางเทคโนโลยีแกะรอยผู้สั่งการทันที จนกระทั่งนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.น้ำดิบ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหารายที่ 4 คือ นายการุณ อายุ 70 ปี ชาว อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พร้อมยึดรถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ สีขาว ทะเบียนลำพูน เพิ่มเติมอีก 1 คัน ซึ่งทำหน้าที่บริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ของเครือข่ายนี้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมของกลางไอซ์ 600 กิโลกรัม และรถยนต์พาหนะของกลางทั้ง 4 คัน นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา ‘ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน’ และดำเนินมาตรการยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติดต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top