537.jpg
สกู๊ปพิเศษ : กปร. ผนึกกระทรวงเกษตรฯ ยกระดับศูนย์พัฒนา ไม้ผลตามพระราชดำริ สู่ศูนย์เรียนรู้เกษตรคุณภาพ

สกู๊ปพิเศษ : กปร. ผนึกกระทรวงเกษตรฯ ยกระดับศูนย์พัฒนา ไม้ผลตามพระราชดำริ สู่ศูนย์เรียนรู้เกษตรคุณภาพ

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag :

สำนักงาน กปร. ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าสืบสาน รักษา และต่อยอด “ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี” มุ่งพัฒนาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์คุณภาพ ทั้งด้านความต้านทานโรค คุณภาพผลผลิต และ ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมถึงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พร้อมขยายองค์ความรู้สู่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง  โดยปัจจุบันมีประชาชนและเกษตรกรเข้าศึกษาดูงานมากกว่า 2,000 คนต่อปี

นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในฐานะรองประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ ตำบลท่าหลวง อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการฯ ว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้มีพระราชดำริเมื่อปี 2524 ให้จัดทำแปลงรวบรวมพันธุ์ไม้ผลในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อเป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาและแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรสำหรับประชาชน


ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา โครงการได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นศูนย์รวบรวมและพัฒนาพันธุ์ไม้ผลที่เหมาะสมกับพื้นที่ภาคตะวันออก อาทิ ทุเรียน เงาะ และฝรั่ง ทั้งพันธุ์ท้องถิ่นดั้งเดิมและพันธุ์พัฒนาใหม่ที่มีคุณสมบัติต้านทานโรค ให้ผลผลิตดี และตรงตามความต้องการของตลาด ควบคู่กับการดำเนินงานด้านปศุสัตว์ ภายใต้ความร่วมมือแบบบูรณาการของ 15 หน่วยงาน

นางสุพร กล่าวว่า พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ได้ให้ข้อเสนอแนะในการติดตามงานครั้งนี้ว่า ควรพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน ซึ่งสำนักงาน กปร. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมร่วมกันสนับสนุนและขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

“ที่ผ่านมา ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี มีประชาชนและเกษตรกรเดินทางเข้ามาศึกษาดูงานมากกว่า 2,000 คนต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศูนย์ฯ ในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร หากมีการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้และขยายผลสู่เกษตรกรในวงกว้างมากขึ้น ก็จะช่วยยกระดับคุณภาพการผลิตไม้ผลของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นางสุพร กล่าว

ด้านนายประสิทธิ์ บุญโกย กำนันตำบลท่าหลวง อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ในอดีตพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกยางพารา มีประชาชนอาศัยอยู่ไม่มาก และสภาพพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ทำให้การปลูกพืชชนิดอื่นไม่ได้ผลดีมากนัก ชาวบ้านส่วนใหญ่ดำรงชีวิตตามสภาพธรรมชาติ ต่อมามีประชาชนเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และเริ่มปลูกไม้ผลนอกเหนือจากยางพารา เช่น ทุเรียน และเงาะ แต่ยังไม่ได้ผลผลิตที่ดี เนื่องจากใช้พันธุ์ดั้งเดิมและขาดแหล่งน้ำสำหรับบำรุงไม้ผล

“พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานความช่วยเหลือ โดยให้จัดตั้งโครงการศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริขึ้น เพื่อให้เกษตรกรเข้ามาเรียนรู้และนำต้นพันธุ์ไม้ผลที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ไปปลูก ปัจจุบันมีประชาชนทั้งในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำต้นพันธุ์ไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง โดยเป็นพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ ทนแล้ง ให้ผลผลิตดี ใช้ปุ๋ยอินทรีย์บำรุงต้นและผล รวมถึงใช้น้ำส้มควันไม้กำจัดแมลง ควบคู่กับการใช้ปุ๋ยเคมี ในบางช่วงที่ต้องการเร่งการเจริญเติบโต ขณะนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ท่านพระราชทานโครงการนี้แก่ประชาชน ปัจจุบันหมู่ที่ 8 ตำบลท่าหลวง มีจำนวน 180 ครัวเรือน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นที่สามารถทำการเกษตรได้ผลดี และมีโครงการคอยเป็นพี่เลี้ยงในการเพาะปลูก” นายประสิทธิ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top