วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569
รวบคารถทัวร์! ตำรวจทางหลวงแพร่ ตาไวสกัดรถสายกรุงเทพฯ-น่าน ล็อกตัวหนุ่มอุดรฯ หนีคดีอ้างตัวเป็นคนอื่นหลอกฉ้อโกง แฝงตัวเป็นผู้โดยสารกบดานขึ้นเหนือ สุดท้ายเกมคาด่านแม่คำมี
วันที่ 6 มิ.ย. 69 ภายใต้มาตรการเข้มงวดในการกวาดล้างอาชญากรรมและกลุ่มมิจฉาชีพตามนโยบายของกองบังคับการตำรวจทางหลวง โดยการอำนวยการของ พ.ต.ท.สีหราช สุคันธมาลา สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ส.ทล.6 กก.5 บก.ทล.) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุม ออกปฏิบัติการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อดักคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า หลังสืบทราบเส้นทางการหลบหนี
ผลการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถทำการจับกุมตัว นายกฤษนะ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี โดยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดแพร่ ที่ออกไว้ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ในฐานความผิดทางอาญาข้อหา ‘ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น’ ซึ่งกลุ่มขบวนการนี้มักมีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนในลักษณะสวมรอยเป็นบุคคลอื่นเพื่อต้มตุ๋นทรัพย์สิน

ก่อนหน้าที่จะเกิดการจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 กก.5 บก.ทล. ได้ทำการสืบสวนเชิงลึกและติดตามความเคลื่อนไหวทางสื่อสังคมออนไลน์รวมถึงเส้นทางเดินรถของผู้ต้องหารายนี้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้รับเบาะแสสำคัญว่าผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีรายนี้ กำลังจะเดินทางล่องเหนือไปยังจังหวัดน่าน โดยเลือกใช้บริการรถโดยสารประจำทาง (รถทัวร์) สายกรุงเทพฯ–น่าน เพื่อตบตาและหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ เมื่อทราบเบาะแสแน่ชัดเจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังไปวางระบบตั้งจุดตรวจจุดสกัดอย่างมิดชิด บริเวณบนทางหลวงหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงแม่คำมี ตำบลแม่คำมี อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
กระทั่ง รถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ–น่าน คันเป้าหมายได้ขับผ่านมายังจุดสกัด เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงได้ส่งสัญญาณไฟเรียกให้รถหยุดเพื่อขอทำการตรวจสอบอย่างถูกระเบียบ จากนั้นได้เข้าสอบถามพนักงานประจำรถเพื่อความแน่ใจ จนได้รับการยืนยันว่ามีผู้โดยสารลักษณะดังกล่าวร่วมเดินทางมาด้วยจริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขึ้นไปบนรถทัวร์เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และพบนายกฤษนะนั่งอยู่บนเบาะผู้โดยสาร มีรูปร่างหน้าตาตรงตามภาพในหมายจับทุกประการ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวพร้อมเปิดหมายจับของศาลจังหวัดแพร่ให้ นายกฤษน ะดูและอ่านข้อความอย่างละเอียด ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้น นายกฤษนะ ยอมรับสารภาพด้วยอาการหน้าถอดสีว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับที่ระบุไว้ในหมายจับดังกล่าวจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวลงจากรถโดยสารประจำทาง พร้อมกับนำตัวเดินทางไปส่งมอบให้แก่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรลอง (สภ.ลอง) จังหวัดแพร่ เพื่อดำเนินคดีและสอบสวนขยายผลถึงเครือข่ายร่วมขบวนการฉ้อโกงต่อไป
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงระบุทิ้งท้ายว่า ทางหน่วยงานจะยังคงเดินหน้าสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าทุกประเภทอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรอำนาจของกลุ่มมิจฉาชีพ ปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงป้องกันไม่ให้ผู้กระทำความผิดสามารถหลบหนีการลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี