วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น/จับกุม นำโดย พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์ รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม
ปฏิบัติการตรวจค้น 2 เป้าหมาย (พื้นที่จังหวัดลำพูน) และ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 1 ราย คือ นายไพศาล หรืออาจารย์ไพศาล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2840 /2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ” และตามหมายจับศาลอาญาที่ 2841 /2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา เพื่อการอนาจาร ”
.jpg)
พร้อมตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น 5 ประเภท รวม 198 รายการ ประเภทที่ 1 เสื้อผ้า และผ้าขาวม้า ที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ จำนวน 5 รายการ ประเภทที่ 2 หนังสือรุ่นของโรงเรียนต่างๆ จำนวน 13 รายการ ประเภทที่ 3 เอกสาร/หนังสือแสดงประวัติพระและวัด จำนวน 85 รายการ ประเภทที่ 4 เอกสารแสดงข้อมูลผู้มาติดต่อเข้าพบ/รักษาอาการป่วยกับ นายไพศาลฯ จำนวน 33 รายการ (ซึ่งปรากฏข้อมูลชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ของ ผู้เสียหาย) ประเภทที่ 5 อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 7 รายการ ประเภทที่ 6 อื่นๆ จำนวน สำเนาสมุดบัญชี โฉนดที่ดินและเอกสารอื่นๆ 55 รายการ (โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร)
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. พื้นที่จังหวัดลำพูน ตามที่ปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ กรณีนายไพศาลฯ บุคคลชื่อดังในจังหวัดลำพูน ซึ่งกล่าวอ้างว่าตนเองมีนิมิตมหัศจรรย์ มีสัมผัสที่หก สามารถติดต่อและรับรู้ถึงเหตุการณ์ในอดีตชาติ เจ้ากรรมนายเวรที่ยังคงผูกพยาบาทและส่งผลต่อชีวิตในปัจจุบันของผู้คนคอยช่วยเหลือแนะนำวิธีเข้าไปแก้ไขที่ต้นเหตุของกรรมเพื่อให้หายจากอาการเจ็บป่วยหรือพ้นความทุกข์ ได้ล่วงละเมิดทางเพศชายหนุ่มที่ไปขอความช่วยเหลือให้นิมิตแก้กรรมให้หายจากอาการป่วยเรื้อรัง
.jpg)
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ผู้เสียหายได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายไพศาลฯ ผู้ต้องหา จากกรณีที่อ้างว่าสามารถรักษาอาการปวดหัวเรื้อรังได้แล้วล่อลวงกระทำชำเราผู้เสียหาย และต่อมาวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 มีผู้เสียหายรายที่ 2 มาแจ้งความดำเนินคดีกับนายไพศาลฯ เช่นกัน จากกรณีที่ครอบครัวผู้เสียหายพากันเดินทางไปรักษาอาการปวดหลัง แต่กลับถูกล่วงละเมิดทางเพศ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้สืบสวนสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ โดยละเอียดแล้วน่าเชื่อว่าทั้งสองคดีมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับและต่อมา ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 กก.4 บก.ป. นำโดย พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากนักแก้กรรม นิมิตพิสดาร!!” เข้าจับกุม นายไพศาลฯ ผู้ต้องหา ได้ที่ บ้านเลขที่ 119 ม.2 ต.ปางบ่อง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ตามหมายจับของศาลอาญาในความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ " (โทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 80,000 บาทถึง 400,000 บาท) และตามหมายจับของศาลอาญา ในความผิดฐาน “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร" (โทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 บาทถึง 300,000 บาท) และได้ตรวจค้นตรวจยึด พยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมากจากนั้นนำตัวผู้ต้องหาตามหมายจับและของกลางที่ตรวจค้นได้นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมาย สอบถามคำให้การผู้ต้องหาให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
พฤติการณ์ของนายไพศาลฯ หากมีผู้ที่เจ็บป่วยหรือมีความทุกข์เข้าไปหาเพื่อขอความช่วยเหลือ นายไพศาลฯ จะให้ไปไหว้พระตามวัดต่างๆ เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้นายไพศาลฯ นิมิตว่ามีกรรมอะไร โดยให้ส่งภาพถ่ายหลักฐานมาด้วยเพื่อจะเริ่มพิธีกรรมในขั้นต่อไป จากนั้นจะแจ้งผลการนิมิตว่าสาเหตุอาการเจ็บป่วยหรือความทุกข์นั้น เกิดจากบุพกรรมเก่าในอดีตชาติ โดยนำเรื่องประวัติศาสตร์มาเทียบเคียง แล้วแจ้งว่าจะต้องแก้วิบากกรรม โดยไปขออโหสิกรรมกับคน ที่กระทำกับเขาในอดีตชาติ ซึ่งนายไพศาลฯ จะแจ้งชื่อสกุล สถานที่อยู่ของบุคคลที่เป็นเจ้ากรรมนายเวร เมื่อผู้มาขอความช่วยเหลือติดตามไปพบ ก็จะทำพิธีขอขมากรรมตามที่นายไพศาลฯ บอกไว้ บางรายศรัทธาก็จะมอบเงินและทรัพย์สินให้กับนายไพศาลฯ อีกด้วย
.jpg)
อีกทั้งยังได้เขียนหนังสือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนิมิตของตนเองที่ได้เดินทางย้อนอดีตชาติไปพบเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การสร้างเมืองวัดหรือศาสนสถานต่างๆและทราบว่าบุคคลในอดีตที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ดังกล่าวปัจจุบันกลับชาติมาเกิดในปัจจุบันและมีตัวตนจริง โดยระบุชื่อ-สกุล และ ที่อยู่ของบุคคลนั้นไว้อีกด้วย โดยมีการเขียนเรื่องดังกล่าวไว้จำนวนหลายตอนและตีพิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่แจกให้กับคนที่มาทำพิธีกับตนเอง จากการกล่าวอ้างข้อมูลบุคคลและที่อยู่ต่างๆ ซึ่งมีตัวตนจริง ยิ่งทำให้เป็นที่อัศจรรย์แก่คนทั่วไป และถูกเผยแพร่ต่อๆกันเรื่อยมาหลายสิบปี อีกทั้งจากที่มีบุคคลสาธารณะ บุคคลที่มีชื่อเสียง ไปขอความช่วยเหลือจากนายไพศาลฯเผยแพร่ออกสื่อต่างๆจึงยิ่งทำให้แพร่กระจายจนประชาชนทั่วไปหลงเชื่อศรัทธานายไพศาลฯ เป็นจำนวนมาก
ซึ่ง นายไพศาลฯ มีความสนใจศึกษาในเรื่องศาสนาและประวัติศาสตร์ และยังมีการเก็บสะสมหนังสือประวัติศาสตร์, หนังสือเกี่ยวกับการสร้างวัดหรือศาสนสถานต่างๆ และ หนังสือทำเนียบรุ่นของสถาบันต่างๆ ทั้งในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาที่มีการทำเครื่องหมายกำกับตามรายชื่อไว้ จากการตรวจสอบโดยละเอียดพบว่าหนังสือเรื่องนิมิตพิศวงที่นายไพศาลฯ เขียนขึ้นนั้น ได้นำเรื่องในประวัติศาสตร์มาผูกเนื้อหาอ้างอิงเข้ากับตัวบุคคลในปัจจุบัน มีทั้งพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียง, บุคคลทั่วไปที่มีชื่อเสียง และบุคคลทั่วไปที่มีตัวตนจริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ารายชื่อ ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของบุคคลทั่วไปบางส่วนที่นายไพศาลฯ นำมากล่าวอ้างนั้น นำข้อมูลจากหนังสือทำเนียบรุ่นที่เก็บสะสมไว้มาใช้อ้างอิงอีกทั้งตรวจพบว่าบุคคลที่นายไพศาลฯ แจ้งชื่อ-สกุล สถานที่อยู่ของเจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติให้ผู้ที่หลงเชื่อไปขออโหสิกรรมนั้น บางส่วนมีข้อมูลชื่อ-สกุล และที่อยู่ ตรงกับหนังสือทำเนียบรุ่นที่เก็บสะสมไว้อีกเช่นกัน จากการตรวจสอบกับบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างแล้วจึงทราบว่ามีเพื่อนที่จบการศึกษาจากสถาบันเดียวกันก็ถูกคนมาขอทำพิธีขออโหสิกรรมเช่นเดียวกัน จึงสันนิษฐานว่า ข้อมูลบุคคลที่ถูกล่าวอ้างนั้นบางส่วนอาจนำมาจากหนังสือทำเนียบรุ่นของสถาบันต่างๆ ที่ได้สะสมไว้
.jpg)

.jpg)
.jpg)

.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี