วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
รวบ “ชาติ” แก๊งบัญชีม้า! ชักชวนขายของออนไลน์ปลอม ก่อนลวงทำภารกิจ ไม่พอยังหลอกร่วมลงทุน สุดท้ายสูญเงินกว่า 1.1 แสนบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์, พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ., ส.ต.อ.ทิวา นาหมื่น, ส.ต.อ.สกลเกียรติ มากคิด, ส.ต.อ.จตุรพล กำปั่น, ส.ต.อ.เรวัต สุขสอาด, ส.ต.อ.ภูริพันธ์ บุญยง, ส.ต.ท.นนธวัช ศิริเทพ, ส.ต.ท.ณรงค์วิทย์ พิมพ์กำเนิด, ส.ต.ท.สุทธิพงษ์ ต๊ะประจำ ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายชาติชายฯ หรือชาติ อายุ 25 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ บัญชีเงินฝากอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด และร่วมกันฟอกเงิน” ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1458/2568 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2568
.jpg)
นอกจากนี้ยังพบผู้ต้องหายังมีหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 973/2568 ลง 26 กันยายน 2568 กระทำความผิด “ร่วมกันเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ”
สถานที่/วันเวลาจับกุม บริเวณสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ก่อนการจับกุม ในช่วงปลายปี พ.ศ.2567 ผู้เสียหายมีความประสงค์จะขายใบจองคอนโด จึงโพสต์ประกาศขายผ่าน Facebook Marketplace และกลุ่มซื้อขายใบจองคอนโดต่างๆ ต่อมาได้มีบุคคล ใช้บัญชี Facebook และ LINE ติดต่อเข้ามาแสดงความสนใจซื้อ พร้อมชักชวนให้ผู้เสียหายเข้าร่วมกลุ่ม OpenChat ซึ่งอ้างว่าเป็นกลุ่มซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่มีสมาชิกจำนวนมาก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
.jpg)
ภายในกลุ่มคนร้ายอ้างว่าผู้ขายจะต้องลงทะเบียนร้านค้าก่อนจึงจะสามารถรับเงินจากผู้ซื้อได้พร้อมส่งลิงก์เว็บไซต์ให้ผู้เสียหายกรอกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัญชีธนาคาร รวมทั้งเรียกเก็บค่าลงทะเบียนจำนวน 169 บาท เมื่อผู้เสียหายชำระเงินแล้ว ระบบได้โอนเงินคืนพร้อมกำไรเล็กน้อย ทำให้ผู้เสียหายเกิดความเชื่อมั่นว่าเป็นระบบซื้อขายจริงจากนั้นคนร้ายได้แจ้งว่ามีผู้ซื้อโอนเงินค่าจองคอนโดเข้าระบบแล้ว แต่ผู้เสียหายยังไม่สามารถถอนเงินได้ โดยอ้างว่าต้องทำ “ภารกิจ” หรือ “กิจกรรมเปิดการมองเห็นสินค้า” ให้ครบตามเงื่อนไขของบริษัทเสียก่อนจึงจะสามารถถอนเงินทั้งหมดพร้อมกำไรได้ คนร้ายจึงส่งรายการสินค้าให้ผู้เสียหายเลือกซื้อและให้โอนเงินเข้าบัญชีที่กำหนด โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนของระบบ ผู้เสียหายหลงเชื่อและทยอยโอนเงินหลายครั้ง ในบางครั้งระบบสามารถถอนเงินคืนพร้อมกำไรเล็กน้อย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่เมื่อผู้เสียหายเริ่มโอนเงินจำนวนมากขึ้น คนร้ายกลับอ้างเหตุผลต่างๆ เช่น ทำภารกิจไม่ครบ ระบบอัปเกรดบัญชีเป็น VIP หรือกรอกข้อมูลผิด พร้อมเรียกให้โอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบและรับเงินทั้งหมดคืน
ต่อมาคนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายต้องโอนเงินเพิ่มอีก 52,420 บาท เพื่อแก้ไขระบบ ผู้เสียหายจึงพยายามถอนเงินสดจากบัตรเครดิตเพื่อนำมาโอนตามที่คนร้ายแจ้ง แต่ในระหว่างดำเนินการ เจ้าหน้าที่ธนาคารได้โทรศัพท์มาตรวจสอบความผิดปกติของรายการและแจ้งเตือนว่าอาจกำลังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทำให้ผู้เสียหายหยุดการโอนเงินเพิ่มเติมและทราบว่าตนถูกหลอกลวง จากการกระทำของกลุ่มคนร้าย ผู้เสียหายได้รับความเสียหายจากการโอนเงินเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ รวมเป็นเงิน 18,455 บาท จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ต่อมาชุดสืบสวน PCT ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนพบว่าขบวนการดังกล่าวเป็นแก๊งสแกมเมอร์ที่ร่วมกันหลอกลวงประชาชน โดยมีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา
.jpg)
นอกจากนี้ยังมีพฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงพี่น้องประชาชนโดยอ้างว่า เมื่อช่วงปลายปี 2567 ผู้เสียหายได้รับการชักชวนผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ร่วมลงทุนแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยคนร้ายอ้างว่าสามารถสร้างผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้นและมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำในการลงทุนตลอดเวลา ทำให้ผู้เสียหายเกิดความสนใจและหลงเชื่อ จึงสมัครเข้าร่วมลงทุนตามขั้นตอนที่คนร้ายแนะนำ
ภายหลังจากเริ่มลงทุน คนร้ายได้ชักชวนให้ผู้เสียหายทยอยโอนเงินเข้าบัญชีที่กำหนดหลายครั้ง โดยอ้างว่าเป็นเงินลงทุนและจะได้รับผลตอบแทนตามที่แสดงในระบบ ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายแจ้ง โดยเชื่อว่าจะสามารถถอนเงินต้นพร้อมผลกำไรคืนได้ในภายหลัง
.jpg)
เมื่อผู้เสียหายประสงค์จะถอนเงินลงทุนและผลตอบแทนกลับพบว่าไม่สามารถดำเนินการได้อีกทั้งคนร้ายยังอ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อประวิงเวลาและไม่ยอมคืนเงิน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่สร้างแพลตฟอร์มลงทุนปลอมขึ้นเพื่อหลอกให้โอนเงิน โดยไม่มีการลงทุนจริงแต่อย่างใดจากการหลอกลวงดังกล่าว ผู้เสียหายได้โอนเงินเข้าบัญชีที่คนร้ายกำหนดหลายบัญชี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 92,438 บาท เมื่อทราบว่าถูกหลอกลวง ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
พฤติการณ์ในการจับกุ กล่าวคือก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านายชาติชายฯ หรือชาติ อายุ 25 ปี นั้นได้หลบหนีอยู่ทางภาคใต้และกำลังเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุม ตามอำนาจหน้าที่
.jpg)
ต่อมาตามวันเวลาที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจ เพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายชาติชายฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียด จนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงต้นปี 2567 ตนได้รู้จักกับพี่ที่เคยทำงาน รปภ.ด้วยกันที่จังหวัดระยอง ได้ทักข้อความเฟซบุ๊กมาชักชวนให้ไปหาและจะพาไปหาเงิน ตนจึงหลงเชื่อและได้ไปหาพี่ที่จังหวัดระยอง หลังจากนั้นได้บอกตนว่าจะพาตนไปหาเงินและพาตนข้ามไปยังปอยเปต ประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านช่องทางธรรมชาติ มีคนของเพื่อนบ้านได้พาข้ามไป โดยให้เปิดบัญชีธนาคารได้ค่าตอบแทนบัญชีละ 1,000 บาท หากไม่เปิดบัญชีจะถูกบังคับไม่ให้กลับประเทศและจะถูกทำร้ายร่างกาย ตนจึงได้เปิดบัญชีจำนวน 4 บัญชี พร้อมสแกนใบหน้า ได้รับค่าจ้าง 4,000 บาท จึงยอมให้ตนกลับประเทศไทยได้ เบื้องต้นขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี