533.jpg
ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ AI IOTA อ้างโรบอทเทรดคริปโตจากอังกฤษ เสียหายกว่า 23 ล้านบาท

ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ AI IOTA อ้างโรบอทเทรดคริปโตจากอังกฤษ เสียหายกว่า 23 ล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.52 น.

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ, พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ., พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ติระพัฒน์, พ.ต.ท.ภาคิน ไกรกิติชาญ, พ.ต.ท.สมชาย ศรพล และ พ.ต.ท.อภิชา เทพจันทร์ รอง ผกก.4 บก.ปอศ.

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ นำโดย พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ มอญรัต, พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา สว.กก.4 บก.ปอศ. และ พ.ต.ท.สาธิต หาวงษ์ชัย สว.กก.4 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 ราย ประกอบด้วย


1.นายอนันต์กรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 2352/2569 ลงวันที่ 24 เมษายน 2569

2.นางสาวกรกมล (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 2353/2569 ลงวันที่ 24 เมษายน 2569

ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่

ข้อหา “ร่วมกันกันฉ้อโกงทรัพย์,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

สถานที่จับกุม และจุดตรวจค้นที่ 1 บริษัท คอร์ เอ็กซ์ จำกัด (Core X) ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ตรวจยึดของกลาง 4 รายการ คือ 

ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่

1.สัญญาเช่าอาคารพาณิชย์ จำนวน 1 ชุด 

2.เอกสารสัญญาให้บริการหุ่นยนต์เทรดสกุลเงินดิจิทัล จำนวน 15 ซอง

3.คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน 1 เครื่อง

4. โทรศัพท์มือถือ iPhone สีขาว จำนวน 1 เครื่อง

จุดตรวจค้นที่ 2 บ้านพักในพื้นที่ ต.ยางซ้าย อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ตรวจยึดของกลาง 4 รายการ คือ 

ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่

1.สมุดบัญชีธนาคาร 13 เล่ม

2.หนังสือแผนการลงทุน 2 ชุด

3.คู่มือการใช้งานระบบการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แบบ spot อัตโนมัติ 1 เล่ม

4.คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจำนวน 1 เครื่อง

จุดตรวจค้นที่ 3 บริษัท นีโอ เจนนิซิส จำกัด (Neo International) จ.ฉะเชิงเทรา ตรวจยึดของกลาง 5 รายการ คือ 

ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่

1.สมุดบัญชีธนาคาร 32 เล่ม

2.โฉนดที่ดินอาคารชุด 1 ชุด

3.หนังสือเดินทาง 5 เล่ม

4.เอกสารเกี่ยวกับการชักชวนลงทุน 1 กล่อง

5.สัญญาเช่าบ้าน 1 ชุด

ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่

สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในระบบ "AI IOTA" ซึ่งอ้างว่าเป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Robot Trade) ในการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีจากประเทศอังกฤษ โดยมีการโฆษณาชวนเชื่อว่าสามารถสร้างกำไรได้ถึงร้อยละ 12 ต่อรอบการลงทุน (28 วัน) พร้อมทั้งรับประกันเงินต้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของกลุ่มผู้ต้องหานั้น มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการพาผู้เสียหายไปเยี่ยมชมสำนักงานที่ตกแต่งอย่างหรูหราทั้งในเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร และในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งมีการแสดงพอร์ตการลงทุนปลอมที่ระบุสถิติผลกำไรและสลิปการโอนเงินของสมาชิกรายอื่นที่ไม่มีอยู่จริง เพื่อหลอกให้ผู้ลงทุนหลงเชื่อ นอกจากนี้ยังมีการสร้างเว็บไซต์ www.iotawse.com ให้ผู้เสียหายสามารถเข้าสู่ระบบ เพื่อตรวจสอบยอดเงินลงทุนและผลกำไรปลอมได้ด้วยตนเอง ควบคู่ไปกับการใช้กลุ่มไลน์ในการติดต่อสื่อสารและกระตุ้นให้เกิดการระดมทุนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการจัดทำสัญญาร่วมลงทุน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่เหยื่อก่อนที่จะให้โอนเงินลงทุนเข้าสู่บัญชีธนาคารของกลุ่มผู้ต้องหา แต่ภายหลังเมื่อถึงกำหนดชำระผลตอบแทน กลุ่มผู้ต้องหากลับเริ่มบ่ายเบี่ยงการจ่ายเงิน จนกระทั่งมีการปิดบริษัทและลักลอบขนย้ายอุปกรณ์สำนักงานหลบหนีไปในที่สุด ซึ่งจากการตรวจสอบพบมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นเป็นเงินกว่า 23 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ได้ทำการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม จนนำไปสู่การขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหารายสำคัญ และขอหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่, สุโขทัย และฉะเชิงเทรา เพื่อเข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน โดยมีผลการปฏิบัติดังนี้

ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่

จุดตรวจค้นที่ 1 บริษัท คอร์ เอ็กซ์ จำกัด (Core X) ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ได้เข้าแสดงหมายจับและสามารถจับกุม นายอนันต์กรณ์ฯ กรรมการบริษัทและผู้พัฒนาโปรแกรม พร้อมด้วย นางสาวกรกมลฯ อดีตกรรมการและแอดมินผู้ดูแลบัญชี โดยทั้งคู่ทำหน้าที่เป็นตัวการหลักในการบรรยายแผนการลงทุนและควบคุมระบบคอมพิวเตอร์ จากการตรวจค้นพบคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเชื่อว่าได้ใช้ในการบริหารจัดการระบบ และติดต่อกับกลุ่มผู้เสียหาย

จุดตรวจค้นที่ 2 บ้านพักในพื้นที่ ต.ยางซ้าย อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบสมุดบัญชีธนาคารรวม 13 เล่ม ที่มีชื่อผู้ต้องหาและบริษัทในเครือ รวมถึงเอกสารสลิปการโอนเงิน และแผนการระดมทุนที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ 

ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่

จุดตรวจค้นที่ 3 บริษัท นีโอ เจนนิซิส จำกัด (Neo International) จ.ฉะเชิงเทรา จากการตรวจค้นพบว่าเป็นสถานที่ตั้งสำนักงานเดิม ที่ใช้ในการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่กลุ่มผู้เสียหาย ก่อนจะปิดตัวลงในภายหลัง   โดยได้ตรวจยึดพยานเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัทและสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเทรดดิจิทัลเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดี  ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย และตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชนว่า การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มและใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างรอบคอบ หากพบการชักชวนลงทุนที่อ้างผลตอบแทนสูงเกินจริงและรับประกันผลตอบแทน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพหลอกลวง

ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่

ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top