533.jpg
ผู้แทน UN ลงพื้นที่สังเกตการณ์แม่น้ำปนเปื้อน รับฟังข้อมูลจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

ผู้แทน UN ลงพื้นที่สังเกตการณ์แม่น้ำปนเปื้อน รับฟังข้อมูลจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.39 น.
Tag :

ผู้แทน UN ลงพื้นที่สังเกตการณ์แม่น้ำปนเปื้อน รับฟังข้อมูลจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ชาวบ้านแม่สายวอนรัฐเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเพื่อรับมือได้ทันท่วงที-ผู้ใหญ่บ้านปากอิงเผยชุมชนอ่วมโดนทั้งสารพิษปนเปื้อนแม่น้ำโขงแถมยังมีการเตรียมสร้างเขื่อนปากแบงกั้นโขงอีก

ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม-2 สิงหาคม 2569 เครือข่ายภาคประชาสังคม อาทิ เครือข่ายติดตามการลงทุนไทยและความรับผิดชอบข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง และ Rivers and Rights ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลวิจัยและประชุมร่วมกับนักวิชาการ และชาวบ้านในชุมชนลุ่มน้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ตั้งแต่ชุมชนใน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ,ชุมชนบ้านแคววัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ,ผู้ประกอบการหาดเชียงราย อ.เมืองเชียงราย ,เกษตรกรผู้ใช้น้ำจากฝายเชียงราย ,ชาวบ้านที่ใช้น้ำระบบชลประทาน อ.แม่สาย, ชุมชนบ้านสบกก อ.เชียงแสน และชุมชนบ้านปากอิงใต้ อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยมีผู้แทนคณะทำงานของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Working Group on Business and Human Rights) และผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ร่วมสังเกตการณ์


ทั้งนี้ที่ อ.แม่สาย นายทองคำ อินพรหม ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำคลองชลประทาน อ.แม่สาย กล่าวว่าแม่สายเป็นพื้นที่ผลิตอาหารสำคัญ มีพื้นที่เกษตรกว่า 60,000 ไร่ มีชาวบ้าน 4 ตำบล 47 หมู่บ้านที่ใช้น้ำจากแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกโดยตรง แม่น้ำสายยังเป็นแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปา ซึ่งมีการตรวจพบการปนเปื้อนของสารโลหะหนักที่เป็นพิษในปริมาณสูงเกินค่ามาตรฐานมาโดยตลอดทั้ง 18 ครั้ง

“แม้วันนี้ผลผลิตข้าวเปลือก ตรวจแล้วค่ายังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ชาวบ้านยังเป็นห่วงผลกระทบในระยะยาว โดยเฉพาะการสะสมของสารพิษในดิน ในแหล่งน้ำบาดาล และห่วงโซ่อาหาร ซึ่งอาจกระทบทั้งเกษตรกร โรงสี ผู้ประกอบการ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เราจึงอยากให้ภาครัฐแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกร เร่งจัดหาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรพร้อมระบบโซลาร์เซลล์สำหรับสูบน้ำ และจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลการตรวจคุณภาพน้ำอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา เพื่อให้ประชาชนสามารถมีข้อมูลที่เพียงพอ สามารถตัดสินใจและรับมือกับสถานการณ์ได้ ที่ผมห่วงมากที่สุดคือห่วงลูกหลาน คนรุ่นต่อไปจะอยู่อย่างไร ถ้าต้นน้ำยังมีเหมืองและน้ำของเราต้องปนเปื้อนสารพิษแบบนี้” ประธานผู้ใช้น้ำ กล่าว

ขณะที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน บ้านสบกก อ.เชียงแสน ให้ข้อมูลว่าชาวบ้านมีความกังวลต่อปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำโขง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้จากอาชีพการหาปลาที่ผู้บริโภคต่างหลีกเลี่ยงปลาแม่น้ำโขง ทำให้ราคาปลาลดลงกว่าครึ่ง ทั้งนี้ก่อนหน้านี้หลายปีแม่น้ำโขงมีเขื่อนตอนบนในจีน ทำให้น้ำโขงขึ้นลงผิดธรรมชาติผิดฤดูกาล และต่อมามีปัญหามีตะกอนพิษจากเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งความกังวลที่สุดของชาวบ้านก็คือน้ำประปาหมู่บ้านของสบกก ที่อยากให้ภาครัฐลงมาช่วยแก้ไขทันที เพราะบ้านสบกกใช้น้ำโดยตรงจากแม่น้ำโขง อยากขอให้เร่งสนับสนุนระบบกรองน้ำประปาที่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการใช้น้ำของคนในชุมชนเพื่อดำเนินชีวิตต่อไปได้

ทั้งนี้คณะได้ล่องเรือแม่น้ำโขง บริเวณพรมแดนไทย-ลาว จาก อ.เชียงของ มายังปากแม่น้ำอิง โดย​​นายมานพ มณีรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านปากอิงใต้ ให้ข้อมูลว่าแม่น้ำโขงเปลี่ยนไปมาก ระดับน้ำขึ้นๆ ลงๆ ชาวบ้านเคยจับปลาหาเลี้ยงชีวิตและครอบครัวได้ ปลาแม่น้ำโขงเคยมีหลายร้อยชนิด แต่ก็หายไปเหลือไม่กี่สิบชนิด เมื่อก่อนมีเรือหาปลาเข้าคิวเป็นร้อยๆ ลำ ตอนนี้เหลือแค่สิบลำ ชาวบ้านต้องออกไปทำงานข้างนอก ปัญหาคุณภาพน้ำเป็นเรื่องสำคัญมาก สารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ขณะนี้ชาวบ้านต้องการให้แก้ไขระบบกรองน้ำของประปาหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันทำได้เพียงกรองน้ำให้ใส แต่ไม่สามารถกรองสารพิษสารโลหะหนัก

นายมานพกล่าวว่า ชาวบ้านกังวลแต่เราไม่มีแหล่งน้ำอื่น ไม่มีงบประมาณ มีหน่วยงานรัฐมาตรวจตามตาราง เช่น อบจ.ตรวจปีละครั้ง เอาตัวอย่างน้ำไปตรวจ น้ำประปาหมู่บ้านเราใช้กิน ใช้ดื่ม แต่ละครอบครัวต้นทุนไม่เหมือนกัน บางคนไม่มีต้นทุนก็ไม่สามารถซื้อน้ำขวดได้ ข้อมูลว่าสารพิษยังไม่เยอะ แต่ชาวบ้านกังวลว่าหากสะสมในร่างกายไปเรื่อยๆ  ทั้งน้ำอุปโภคบริโภคมีการปนเปื้อนแบบนี้เรามีความกังวล

“ผมเชื่อว่าชาวบ้านมีสิทธิที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จะต้องปรับตัวอย่างไร เมื่อวิกฤตเกิดขึ้น รัฐควรจะทำให้เขาทราบข้อมูลเพื่อป้องกันตนเอง พวกเราชาวปากอิงใต้อยู่กับแม่น้ำโขงโดยตรง หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็พยายามสัมผัสให้น้อยลง เรารู้ว่าปลาปนเปื้อน แต่เราก็จำเป็นต้องบริโภค แต่จะปล่อยให้ชุมชนเผชิญแบบนี้เองหรืออย่างไร”ผู้ใหญ่บ้านปากอิงใต้ กล่าว

นายมานพกล่าวว่า ที่กังวลเพิ่มมาอีกคือ โครงการเขื่อนปากแบง ที่จะสร้างกั้นแม่น้ำโขงในลาว เมื่อเขื่อนสร้างเสร็จ มีระดับน้ำเท้อ เราจะอยู่ตรงนี้ที่บ้านปากอิงใต้ได้อีกหรือไม่ น้ำจะท่วมหรือไม่ เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2567 น้ำท่วมสูงมาก แต่ถ้าเขื่อนปากแบงเสร็จจะท่วมมากกว่านั้นหรือไม่ โอกาสที่หมู่บ้านของเราจะกลายเป็นเกาะลอยทันที เพราะน้ำท่วมทะลุไปทางผาย่าม่อน บ้านปากอิงใต้ถูกตัดขาด ขณะนี้ไม่ใช่แค่วิกฤติสารพิษโลหะหนักในแม่น้ำ แต่เขื่อนปากแบงจะมาซ้ำเติม เป็นปัญหาที่อยู่อาศัยและรายได้ของชุมชนด้วย จะให้เราไปอยู่ตรงไหน อยู่อย่างไร  

ทั้งนี้ในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 19.00 น. สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) จะจัดเสวนาหัวข้อแม่น้ำปนเปื้อนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ อาคารมณียา ชิดลม มีวิทยากรได้แก่กรรมการของคณะทำงาน UN ว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน นายนรเศรษฐ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา และ ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านคดีสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ซึ่งคาดว่าจะมีหน่วยงานองค์การระหว่างประเทศ นักวิชาการ และสถานทูตต่างๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงก่อนที่ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาจะเดินทางมาไทยในวันที่ 6 สิงหาคม ซึ่งจะมีการหารือกับนายกรัฐมนตรีไทยเกี่ยวกับปัญหาแม่น้ำข้ามแดนปนเปื้อนสารโลหะหนักจากการทำเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top