วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สู้เพื่อสิทธิขั้นพื้นฐาน! ประชาชนแห่ยืนยันสิทธิ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 69' แน่น 3 แบงก์วิเชียรบุรี ยายพ่วงข้างพาตาขี่ข้ามจังหวัด 50 กิโลฯ ยอมควักค่าน้ำมันหวังพึ่งเงินรัฐ ลั่นเบี้ยคนชรา 60 ก็ไม่เคยได้
วันที่ 8 มิ.ย. 69 บรรยากาศการเดินทางมาติดต่อยืนยันตัวตนเพื่อรักษาสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 ที่บริเวณสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 3 แห่ง ในพื้นที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน, ธนาคารกรุงไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ยังคงมีประชาชนเดินทางมาต่อคิวรอรับบริการจากเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง แม้จำนวนจะไม่หนาแน่นแออัดเท่ากับช่วงสองวันแรก เนื่องจากเข้าสู่วันที่ 3 ของการเปิดระบบ
_0(6).jpg)
สำหรับการเปิดยืนยันตัวตนในรอบนี้ กลุ่มผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ซึ่งตามกำหนดการของกระทรวงการคลัง จะต้องเดินทางมาดำเนินการยืนยันสิทธิในระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ในรอบใหม่ที่จะมีการประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และจะเริ่มเปิดให้ใช้สิทธิรูดซื้อสินค้าและสวัสดิการต่าง ๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
.jpg)
ในระหว่างที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สังเกตการณ์บริเวณธนาคารออมสิน สาขาวิเชียรบุรี ได้พบกับภาพเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความพยายามของกลุ่มผู้ยากไร้ในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของรัฐ เมื่อมีคุณยายรายหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (ซาเล้ง) สภาพเก่า พาคุณตาซึ่งเป็นคู่ชีวิตนั่งโดยสารมาด้วย เดินทางข้ามฝั่งมาจากพื้นที่ทุรกันดารบริเวณรอยต่อของจังหวัดชัยภูมิ รวมระยะทางไป-กลับไกลกว่า 50 กิโลเมตร เพื่อมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ธนาคารในการยืนยันสิทธิบัตรคนจน
_0(7).jpg)
คุณยายได้เปิดเผยว่า ในการเดินทางมาธนาคารครั้งนี้ ตนต้องเจียดเงินไปซื้อน้ำมันรถจำนวน 3 ลิตร คิดเป็นเงิน 150 บาท ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากสำหรับครอบครัวตน แต่ก็จำเป็นต้องมาเพราะเงินสวัสดิการนี้มีความหมายต่อการยังชีพมาก พร้อมกันนี้คุณยายยังได้กล่าวประโยคเด็ดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นท่ามกลางกลุ่มชาวบ้านที่มานั่งรอคิวว่า ‘ไม่เคยได้ 60 แล้ว ยังไม่เคยได้สักที’ ซึ่งสร้างทั้งรอยยิ้มและความฉงนฉงายระคนเห็นใจให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ธนาคารที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก
_0(2).jpg)
จากการเจาะลึกสอบถามชาวบ้านและผู้สูงอายุถึงสาเหตุที่ยอมเสียเวลาเดินทางมาต่อคิวที่สาขาธนาคาร ทั้งที่รัฐบาลมีการประชาสัมพันธ์ให้สามารถยืนยันตัวตนผ่านช่องทางออนไลน์บนแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ และ ‘เป๋าตัง’ ได้นั้น พบข้อมูลว่าประชาชนในพื้นที่ชนบทส่วนใหญ่ยังประสบปัญหา ‘ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล’ (Digital Divide) อย่างรุนแรง โดยระบุเหตุผลหลักตรงกันคือ เป็นผู้สูงอายุที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน , มีโทรศัพท์แต่ใช้งานแอปพลิเคชันไม่เป็น หรือมีการเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ทำให้อัปเดตข้อมูลไม่ได้ , ลืมรหัสผ่าน (Password) ในการเข้าใช้งานระบบเดิม , ข้อมูลส่วนบุคคลไม่ตรงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ และปัญหาใหญ่สุดคือ ไม่ผ่านระบบการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (e-KYC) หรือระบบสแกนใบหน้าบนสมาร์ทโฟนไม่ผ่าน ทำให้ระบบล็อก จึงจำเป็นต้องเดินทางมาให้เจ้าหน้าที่ธนาคารใช้เครื่องมือตรวจสอบและกดยืนยันสิทธิแทน
_0(2).jpg)
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้มีสิทธิรายใหม่ในพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี ยอดส่วนใหญ่ยังคงต้องชะลอการเดินทางเพื่อรอให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในแต่ละหมู่บ้าน ดำเนินการสำรวจและรวบรวมข้อมูลรายชื่ออย่างเป็นทางการเสียก่อน เหตุการณ์ดังกล่าวระบุชัดเจนว่า แม้ภาครัฐจะพยายามขับเคลื่อนประเทศไปสู่สังคมไร้เงินสดและระบบดิจิทัล 100% แต่กลุ่มเปราะบาง, ผู้สูงอายุ และชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ยังคงต้องพึ่งพาหน่วยงานออนไซต์และตัวบุคคลในการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านปากท้องจากรัฐบาลอยู่เช่นเดิม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี